คนกรุง ตอบรับแท็กซี่โอเคเป็นอย่างดี เผย กดปุ่มฉุกเฉินเล่นเฉลี่ยวันละร้อยครั้ง แนะอย่ากดถ้าไม่จำเป็น
คนกรุง ตอบรับแท็กซี่โอเคเป็นอย่างดี เผย กดปุ่มฉุกเฉินเล่นเฉลี่ยวันละร้อยครั้ง แนะอย่ากดถ้าไม่จำเป็น
จากร้านขายปืนที่เปิดมานาน 30 – 40 ปี สู่ร้านขนมปัง “Mommy’s Magic BKK” เมื่อไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงปรับพื้นที่เดิมให้กลายเป็นร้านเบเกอรี่ที่สร้างกิมมิก “คนขายปืนมาขายขนมปัง” ขณะเดียวกันก็ให้พนักงานร้านปืนได้ฝึกทำขนมและมีงานทำต่อ วินนี่ – วิลาสินี กรรณิกา วัย 30 ปี เล่าที่มาของการเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปัง พร้อมพาไปรู้จัก “ซาวร์โดว์ซีอิ๊ว” เมนูคอลแลปกับโรงซีอิ๊ว จังหวัดยะลา จุดเริ่มร้านปืนสู่ร้านปัง Mommy’s Magic BKK คือร้านขนมปังในร้านขายปืน ตั้งอยู่บนถนนอุณากรรณ ย่านวังบูรพา ชื่อว่า “ปืนสุชาติและเพื่อน” ธุรกิจที่ดำเนินมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ยาวนาน 30 – 40 ปี จนเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงหันมาเปิดโรงเรียนสอนทำขนมปังแถวโลตัสพระราม 4 สอนเบเกอรี่หลากหลาย ทั้ง เค้ก ชิโอะปัง ซาวร์โดว์ เป็นต้น พร้อมเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปังได้ปีกว่า โดย 3 คนพี่น้องช่วยกันดูแล คือ วันวิสา ตั้งมนสิการกุล ดูแลการเงินและบัญชี, วารินทร บุณยะชัย พัฒนาสูตร และวินนี่ ดูภาพรวมและการตลาดทั้งหมด วินนี่แชร์ให้ฟังว่า “โลเคชันร้านปืนดีมาก ใกล้รถไฟใต้ดิน สนามหลวง วัดพระแก้ว และอีกเหต
ถ้าใครเล่นโซเชียลอยู่บ้างในช่วงนี้ คงเคยผ่านตาคลิปหนึ่งจากช่อง TikTok ที่ออกมาชักชวนให้คนไปเที่ยว “ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ” ด้วยมุมมองที่ว่า นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวแสนเงียบเหงา ที่แทบไม่มีใครแวะเวียนไปเยือนแล้ว ใครจะไปคิดว่า คลิปสั้นๆ คลิปเดียวจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อมันถูกแชร์ต่อไปในวงกว้าง พลังของโซเชียลก็เปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นยอดคนเดินทางไปเยือนจริงๆ จนเกิดภาพผู้ชมนั่งแน่นขนัดเต็มอัฒจันทร์ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ชาวเน็ตไม่น้อย และแน่นอนว่าสร้างรอยยิ้มให้ทางสวนสัตว์ไม่แพ้กัน ตำนานที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2493 กว่าจะมาเป็นแลนด์มาร์กที่คนรุ่นใหม่พูดถึงในวันนี้ ฟาร์มแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ธรรมดา จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2493 จากการทดลองเพาะเลี้ยงจระเข้ในเชิงเศรษฐกิจ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระดับประเทศ ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคนั้น การได้เห็นจระเข้จำนวนมากรวมอยู่ในที่เดียวกันถือเป็นประสบการณ์ที่หาชมได้ยากมาก และนี่คือจุดที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้กลายเป็นที่จดจำ จุดขายที่ไม่เหมือนใคร: โชว์จับจระเข้แห่งแรกของโลก สิ่งที่ทำให้ฟาร์มจระเข้และส
หากจะพูดถึงไอคอนแห่ง Soft Power ไทยที่สร้างอิมแพ็กระดับโลก คงต้องยกให้ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ผู้สร้างปรากฏการณ์ไวรัลได้ทุกครั้งที่ปล่อยผลงาน ตั้งแต่การสอดแทรกอัตลักษณ์ไทย อย่าง ‘ปราสาทพนมรุ้ง’ ในเพลง LALISA หรือการเนรมิต ‘ย่านเยาวราช’ ให้กลายเป็นหมุดหมายระดับโลกในเพลง ROCKSTAR จนมาถึงผลงานล่าสุดอย่าง SaWaDiKa ที่ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมการปักหมุดโลเคชันถ่ายทำในไทยแบบจัดเต็มยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเพลง SaWaDiKa เป็นซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม “PRESS PLAY” ที่สร้างปรากฏการณ์ความแรงแบบฉุดไม่อยู่ ด้วยการทำยอดวิวทะลุ 2 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง การคัมแบ็กครั้งนี้ ลิซ่า ได้พาเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปเฉิดฉายบนเวทีโลกอย่างจัดเต็ม โดยเฉพาะการเลือกใช้ชื่อเพลงว่า “สวัสดีค่ะ” ที่เป็นคำทักทายของคนไทย ภายใน MV ได้มีการสอดแทรกวัฒนธรรมและสัญลักษณ์เด่นของไทยไว้มาครบ ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย, รถตุ๊กตุ๊ก, ว่าวจุฬา, งานผ้าไทย ไปจนถึง ลายไทยประยุกต์ ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ด้านเนื้อเพลงมีการสอดแทรกคีย์เวิร์ดภาษาไทยและคำศัพท์ติดหูที่คนต่างชาติคุ้นเคยและเข้าใจง่าย เช่น คำว่า geng mak (เก่งมาก) รวมถึงคำว
จากบทบาทท่านประธานบริษัทสุดเพียบพร้อมในจอ สู่ชีวิตจริงที่กลายเป็นเกษตรกรปลูกพริก จาง เสี่ยวเล่ย (Zhang Xiaolei) นักแสดงชายชาวจีนวัย 28 ปี ที่คุ้นหน้าคุ้นตาจากการรับบทประธานบริษัทสุดเย็นชาในละครสั้นมากกว่า 200 เรื่อง ซึ่งตอนนี้เขาต้องเผชิญกับภาวะตกงานเนื่องจากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI โดยสำนักข่าว Red Star News รายงานว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา “จาง เสี่ยวเล่ย” ต้องหันไปทำอาชีพเกษตรกรรมในมณฑลชิงไห่ทางตอนเหนือของจีน เพื่อหาเลี้ยงชีพ จากพระเอกซีรีส์สั้น ตกงานเพราะ AI เขาเริ่มเข้าสู่วงการจากการมีพื้นฐานด้านการเต้น ก่อนที่เพื่อนจะแนะนำให้รู้จักกับทีมงานถ่ายทำซีรีส์สั้นช่วงปลายปี 2023 นับแต่นั้นมาเขาก็กลายเป็นนักแสดงหน้าประจำของวงการ โดยผลงานกว่า 200 เรื่องที่เขาแสดงนั้น ถึง 70% เป็นบทบาท “ป้าจง” (Ba Zong) หรือประธานบริษัทผู้เอาแต่ใจและชอบเผด็จการแต่จะแสดงความอ่อนโยนกับคนที่รักเท่านั้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวยอดนิยมของซีรีส์สั้นจีน ร่วมกับแนวแก้แค้นเอาคืนและการเกิดใหม่ เขาเล่าว่าตอนนั้นได้สัมผัสช่วงเวลาทองของวงการซีรีส์สั้น ซึ่งเคยยุ่งจนต้องทำงานติดต่อกัน 3 วันโดยไม่ได้พัก และในกลุ่มแชตแคสติ้ง
ท่ามกลางกระแสข่าวเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยที่ซบเซาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องความปลอดภัย หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกไปประเทศอื่นแทน แม้แต่โชว์ระดับตำนานของเมืองพัทยาอย่าง “ทิฟฟานี่โชว์” (Tiffany’s Show) ก็ไม่อาจรอดพ้นแรงกระเพื่อมนี้ไปได้ เราได้พูดคุยกับผู้บริหารของทิฟฟานี่โชว์ ถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น พร้อมมุมมองว่าธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทิฟฟานี่โชว์เคยพึ่งพา “กรุ๊ปทัวร์” เป็นหลัก เหมือนธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหากับเอเย่นต์ทัวร์ขึ้นมา ธุรกิจจะรับมืออย่างไร ในเมื่อชะตากรรมทั้งหมดผูกติดอยู่กับคนกลาง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทิฟฟานี่โชว์เริ่มมองไปที่โมเดลการท่องเที่ยวต่างประเทศ และพบว่าคุณค่าที่แท้จริงของโชว์คือความไม่เหมือนใครในโลก และการผลิตโชว์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ทั้งหมด หันไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ FIT (Free Independent Traveler) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทาง
ถ้าใครเล่นโซเชียลอยู่บ้างในช่วงนี้ คงเคยผ่านตาคลิปหนึ่งจากช่อง TikTok ที่ออกมาชักชวนให้คนไปเที่ยว “ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ” ด้วยมุมมองที่ว่า นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวแสนเงียบเหงา ที่แทบไม่มีใครแวะเวียนไปเยือนแล้ว ใครจะไปคิดว่า คลิปสั้นๆ คลิปเดียวจะกลายเป็นจุดเปลี่ยน เมื่อมันถูกแชร์ต่อไปในวงกว้าง พลังของโซเชียลก็เปลี่ยนยอดวิวให้กลายเป็นยอดคนเดินทางไปเยือนจริงๆ จนเกิดภาพผู้ชมนั่งแน่นขนัดเต็มอัฒจันทร์ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ชาวเน็ตไม่น้อย และแน่นอนว่าสร้างรอยยิ้มให้ทางสวนสัตว์ไม่แพ้กัน ตำนานที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2493 กว่าจะมาเป็นแลนด์มาร์กที่คนรุ่นใหม่พูดถึงในวันนี้ ฟาร์มแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่ธรรมดา จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2493 จากการทดลองเพาะเลี้ยงจระเข้ในเชิงเศรษฐกิจ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ระดับประเทศ ต้องเข้าใจก่อนว่าในยุคนั้น การได้เห็นจระเข้จำนวนมากรวมอยู่ในที่เดียวกันถือเป็นประสบการณ์ที่หาชมได้ยากมาก และนี่คือจุดที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้กลายเป็นที่จดจำ จุดขายที่ไม่เหมือนใคร: โชว์จับจระเข้แห่งแรกของโลก สิ่งที่ทำให้ฟาร์มจระเข้และส
ในวันที่กฎสิ่งแวดล้อมโลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมแล้วหรือยัง? นี่ไม่ใช่แค่คำถามเรื่อง “ความยั่งยืน” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งเตรียมตัว เพราะกติกาด้านสิ่งแวดล้อมกำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการค้า การลงทุน และการแข่งขันในตลาดโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบมาพูดคุยในงาน GCNT EXPO 2026 ผ่านเวทีเสวนา “The New Green Rules Playbook: What Thai Business Must Know Before the World Forces Your Hand กฎสิ่งแวดล้อมโลกเปลี่ยน ธุรกิจไทยพร้อมหรือยัง?” ที่ชวนภาครัฐและภาคธุรกิจมาสะท้อนกฎสิ่งแวดล้อมใหม่ และแนวทางเตรียมความพร้อมของธุรกิจไทย เริ่มต้นที่ ดร.กิตตศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เผยถึงเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 หรือมาตรการด้านสภาพภูมิอากาศที่จะเป็นเงื่อนไขการค้าและการลงทุน สหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณา Clean Competition Act (CCA) เพื่อจัดเก็บสินค้าที่ปล่อย GHG เกินค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม, กำลังร่างกฎหมายเกี่ยวกับ CBAM, Carbon taxation / fee proposals และกลไก Carbon Fee & Dividend สหรา
เมื่อเวลาและไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกลายเป็นโจทย์สำคัญในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายในวันนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ใช้เวลานานแค่ไหน แต่คือเวลาที่ใช้ให้ผลลัพธ์ได้มากแค่ไหน ส่งผลให้การออกกำลังกายแบบ “สั้นแต่เข้มข้น” ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายรูปแบบ HIIT (High Intensity Interval Training) ที่ผสานช่วงการออกกำลังกายความเข้มข้นสูงเข้ากับช่วงพักหรือการออกแรงในระดับที่เบาลง ช่วยให้การฝึกมีความท้าทายและสามารถพัฒนาสมรรถภาพร่างกายได้ในระยะเวลาที่กระชับ จากข้อมูลของ ฟิตเนส เฟิรส์ท พบว่า จำนวนผู้เข้าร่วมคลาส HIIT เฉลี่ยอยู่ที่ 17,000 คนต่อเดือน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% เมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนความสนใจของคนออกกำลังกายที่มองหาคลาสที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องเวลาและประสิทธิภาพ โดยความหลากหลายของคลาส HIIT ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองได้ ตั้งแต่การสร้างความแข็งแรง ความอึด ไปจนถึงการพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย คุณพาขวัญ สุพานิชรัตนา National Health and Fitness Manager บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า โจทย์ของการออกกำลังกายยุคนี้ไม่ใช่แค่สุขภาพดี แต่คือการใช้เวลาให้คุ้ม
“ผมไม่คิดว่าทีวีจะไม่มีวันตาย แต่ทีวีต้องเปลี่ยนแน่นอน โจทย์ใหม่ของสถานีโทรทัศน์และนักการตลาดในวันนี้ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามตัวเลขเรตติ้งแบบเดิม ๆ แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Demand Generator หรือผู้สร้างความต้องการซื้อ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ (Brand Equity) ให้แก่แบรนด์ โดยใช้ทีวีเป็นฐานในการสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้สื่อออนไลน์ในการปิดการขาย” -ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เผยมุมมองการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อในงานเสวนา TV Demand Generator 2026 จัดขี้นโดย สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย), สมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และ สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) โดย MAT ชี้ชัด “ทีวียังไม่ตาย” แต่กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคการไล่ล่าเรตติ้ง สู่โจทย์ใหม่ในการเป็นเครื่องมือสร้างความต้องการซื้อ (Demand Generator) และสร้างความไว้วางใจเพื่อสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่แบรนด์ในระยะยาว ชู 3 จุดแข็ง “Universal – Companion – Trusted” ที่สื่อออนไลน์ไม่สามารถทดแทนได้ หวังกระตุ้นนักการตล
หลายคนคงคุ้นตากับ “ครีมตลับน้ำเงิน” ของ NIVEA (นีเวีย) ที่อยู่คู่ผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยขายไปแล้วกว่า 1.1 แสนล้านตลับทั่วโลก หรือเฉลี่ย 5 ตลับต่อวินาที โดยปี 2025 สามารถดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ได้ถึง 2.6 ล้านคนทั่วโลก ย้อนตำนานนีเวียครองตลาดไทยครบ 100 ปี คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในปี 1926 นีเวียเริ่มมาจากร้านขายยาเล็กๆ ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดย Mr. Paul C. Beiersdorf ทำงานร่วมกับ Dr. Paul Unna แพทย์ผิวหนัง ปี 1882 และ Oscar Troplowitz เภสัชกร เข้ามารับช่วงต่อในปี 1890 ก่อตั้งบริษัท Beiersdorf ขึ้นมา กระทั่งในปี 1900 ได้มีการคิดค้นสารที่ชื่อว่า Eucerit ขึ้นมาเป็นครั้งแรกของโลก ทำให้น้ำและน้ำมันรวมตัวกันเป็นครีมได้ นับเป็นจุดต้นกำเนิดของการพัฒนาครีมในปัจจุบัน โดยตั้งชื่อแบรนด์ว่า นีเวีย มาจากภาษาละติน แปลว่า ขาวเหมือนหิมะ ล้อไปกับ NIVEA Creme Tin ที่มีความขาวเนียน ละเอียดเหมือนหิมะ ซึ่งก่อนจะเป็นครีมตลับเงินอันเป็นภาพจำของผู้บริโภคทั่วโลก แพ็กเกจจิ้งรุ่นแรก คือการใช้ลวดลายแบบ Art Nouveau
