หลังจากที่ คณะผู้จัดและนักแสดงละคร บุพเพสันนิวาส ที่กำลังโด่งดัง เข้าพบ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าที่ผ่านมา (3 เมษายน) ระหว่างนั่งพูดคุย นายกรัฐมนตรี หันไปทาง โป๊ป ธนวรรธ์ วรรธนะภูติ นักแสดง ที่รับบท หมื่นเดช ในละครดังกล่าว และพูดว่า “ลองพูดบทพระ-นาง ในละครหน่อย”
โป๊ป ก็กล่าวตอบไปว่า “เจ้านี่เป็นคนกำเริบ ไม่รู้จักกาลเทศะ” ระหว่างนั้น นายกรัฐมนตรี ก็พูดขึ้นว่า “พูดกับเค้าสิ หันมานี้ทำไมล่ะ”
สิ้นเสียงนายกฯ เสียงหัวเราะ ก็ดังขึ้น
ชมคลิป จากคุณ Teerapol Suksalee
ขอบคุณภาพนิ่ง จาก คุณศุพกาญจน์ เรืองเดช
Latest Posts
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด และเป็นผู้สร้างตำนานขนมขบเคี้ยว “โก๋แก่” มันทุกเม็ด เสียชีวิตอย่างสงบ สำหรับตำนาน “โก๋แก่” เมื่อ ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ได้สร้างโรงงานขนมขึ้นมาเองด้วยน้ำพักน้ำแรงบนถนนเอกชัย-บางบอน ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับ จิราภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า“ขนมยี่ห้อไหนอร่อยมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่าแม่“ ท่านจึงตั้งชื่อว่า “บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด” โดยมีสินค้าแรกที่สร้างชื่อจนขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือ “ข้าวเกรียบกุ้ง” แต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งใช้สีย้อมผ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมาทำเป็นข้าวเกรียบสีรุ้งและขายดีมากจนกระทบกับยอดขาย ด้วยศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ที่ชูเกียรติมีต่อลูกค้า ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ตัดใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงินในตอนนั้นทันที พร้อมทิ้งวลีเด็ดที่สะท้อนเนื้อแท้ในใจของท่านว่า “ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเค้าทางอ้อม กูไม่ทำ” ยอมนับหนึ่งใหม่ หันมาทำ “ถั่วแผ่น” ในยุคเริ่มต้นนั้น ชูเกียรติรับหน้าที่ดูแลเรื่องการขายด้วยตัวเอง วิ่งรถไปหาลูกค้าตามร้านค้าต่างๆ สิ่
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
กระแสอาหารไทยโบราณยังแรงต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมนูประจำฤดูร้อนอย่าง “ข้าวแช่นารา” ของ NARA Thai Cuisine ที่สร้างยอดขายกว่า 10,000 เซ็ต ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน กลายเป็นเมนูอันดับหนึ่งของร้านในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “สำรับไทย..ไว้ใจนารา” หรือ TASTE NARA – TASTE OF THAILAND ตอกย้ำจุดยืนการยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ผ่านการนำเสนอสำรับไทยโบราณในรูปแบบร่วมสมัย เบื้องหลังความสำเร็จของ ข้าวแช่นารา โดยปีนี้นาราไทย คูซีน ยังได้นางเอกซุปตาร์อย่าง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ เป็นตัวแทนถ่ายทอดเสน่ห์สำรับไทยประจำฤดูกาล ผ่านเมนู ‘ข้าวแช่นารา’ จนสามารถขยายฐานกลุ่มนักชิมสู่คนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ปลุกกระแสความนิยมอาหารไทยโบราณให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นอกจากกระแสตอบรับจากนักชิมชาวไทยแล้ว ล่าสุดยังได้รับความสนใจจากบุคคลระดับโลก เมื่อ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอองค์กรมิสเวิลด์ พร้อมด้วย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก หรือ แม่ปุ้ย TPN ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีประกวด Miss World Thailand และเวทีนางงามระดับนานาชาติ ร่วมรับประทานอาหารไทย โดยมี คุณยีน-สิริโสภา จุลเสวก ผู้บริหารนารา กรุ๊ป ให้การต้อนรับที่ร้านนาราไท
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดเวที SME x Influencer ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “PROUD TO BE MINE, MY SME เพราะแบรนด์ที่เติบโตในยุคนี้ คือแบรนด์ที่กล้าเป็นตัวเอง” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการ SME อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง จากเด็กวัดที่เริ่มต้นจากศูนย์ หาเงินตั้งแต่ยังเด็ก ชื่นชอบการกินสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Foodie แถวหน้าของไทยที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ชมไม่ได้เลือกติดตามเพียงเพราะคอนเทนต์ แต่เลือกติดตาม “ตัวตน” ของผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้นการยัดเยียดการขายแบบฮาร์ดเซลล์จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที แบงค์กิ แนะนำว่า คอนเทนต์ที่ดีต้องดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่ 1-2 วินาทีแรก พร้อมทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจอสไตล์ของตัวเอง วาง Storytelling ให้คอนเทนต
