Featured Inspiration SMEs

‘อยากมีสิ่งที่ไม่เคยมี ต้องกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ’ ‘ซุง-ซ้อก้าด’ เรียนรู้ที่จะล้มเหลว สู่วันที่ ‘เลิฟซ่า’ ขายได้ล้านกระป๋อง!

‘อยากมีสิ่งที่ไม่เคยมี 

ต้องกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ’

แนวคิดของ ซุง-ศตาวิน นาราทองเพชร และ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนพร คู่รักอินฟลูเอนเซอร์และนักธุรกิจที่ไม่ยอมแพ้ แม้ต้องเจอกับความล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง

จนวันนี้ความพยายามเริ่มผลิดอกออกผล เมื่อทั้งคู่สร้างปรากฏการณ์ขาย ‘Loveza’ (เลิฟซ่า)ได้ถึง 1 ล้านกระป๋อง ภายในเวลาเพียง 3 วัน

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ มาจากการทำการตลาดในงานวัดไร่ขิง ด้วยไอเดียหยิบน้ำเลิฟซ่ามาต่อยอดเป็นเมนู ‘เลิฟซ่าสเลอปี้ เกล็ดน้ำแข็งเนื้อเนียน’ ร่วมกับร้านน้องเอลฟ์ เกี๊ยวเด้งจัมโบ้

โดยล่าสุดซุงได้ออกมาแชร์ความรู้สึก หลังพา ‘เลิฟซ่า’ สร้างความสำเร็จไปอีกขั้น โดยมีใจความว่า

“ดีใจที่วันนั้นเลือกกลับมาทำ เพราะว่าถ้าวันนั้นเราล้มเหลว แล้วเราไม่ทำต่อ ก็คงไม่มีวันนี้ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่าเลย ครั้งที่แล้วเจ็บหนักไปเยอะ กลัว แต่เขาบอกอะไรที่มันเสี่ยง มันจะทำให้เราโต อันนี้ก็เรียกว่าเป็นความเสี่ยงอีกอันที่เราต้องรับ 

พ่อค้าแม่ค้าพิมพ์มาว่าเขาเป็นร้านค้าเล็กๆ เขาจะถอดใจแล้ว เขาเลือกที่จะใช้เงินก้อนสุดท้ายซื้อเลิฟซ่าไปขาย ฟีดแบกดีมาก ร้านเขากลับมาคึกคัก กลายเป็นว่าลูกค้าเข้าร้านคึกครื้น แล้วทำให้เขากลับมามีพลัง วันหนึ่งเราทำธุรกิจหรือว่ามีโปรดักต์แล้วมันส่งต่อพลังไปถึงคนอื่นด้วย รู้สึกว่ามากกว่าเป้าหมายที่เราจะไป ปีหน้าอยากเป็นโปรดักต์ของคนไทยที่ส่งออกไปตามต่างประเทศ ในแถบเอเชีย

เราค่อนข้างใส่ใจกับเรื่องโปรดักต์มาก อย่างที่บอกว่าหลังจากกระแสหมดเป็นหน้าที่ของโปรดักต์ที่ต้องยืน ไม่ว่าทุกคนจะทำธุรกิจอะไร หรือว่าอยู่ในวงการไหน โปรดักต์หรือสินค้าต้องตอบโจทย์ผู้บริโภค สิ่งนี้จะทำให้ธุรกิจสามารถยืนระยะไปได้”

หาก ‘ถอดบทเรียน’ จากแนวคิดที่ซุงได้แชร์ไว้ สามารถถอดออกมาเป็น 4 ข้อสำคัญในการทำธุรกิจ ได้แก่

1. กล้าเสี่ยงและกล้ากลับมาเริ่มใหม่

แม้เคยล้มเหลวและเจ็บหนัก แต่ไม่หยุดลงมือทำ เพราะมองว่าความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต และการกลับมาลองอีกครั้งอาจสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ

2. สร้างคุณค่าให้มากกว่าแค่การขายสินค้า

ความสำเร็จไม่ได้วัดแค่ยอดขาย แต่ยังรวมถึงการที่สินค้าสามารถสร้างโอกาสให้คนอื่นได้ อย่างกรณีร้านค้ารายย่อยที่นำเลิฟซ่าไปขายจนร้านกลับมาคึกคักและมีลูกค้าอีกครั้ง

3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรก

กระแสการตลาดอาจช่วยให้คนรู้จักสินค้า แต่เมื่อกระแสหมดลง สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ต่อได้คือคุณภาพของโปรดักต์ที่ต้องตอบโจทย์ผู้บริโภค

4. มองตลาดต่างประเทศเป็นเป้าหมายการเติบโต

ไม่หยุดอยู่แค่ความสำเร็จในประเทศ แต่ตั้งเป้าผลักดันเลิฟซ่าให้เป็นสินค้าไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ในเอเชีย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของซุงและซ้อก้าดสะท้อนให้เห็นว่า หากวันนั้นเลือกหยุดเพียงเพราะความล้มเหลว ก็คงไม่มีโอกาสได้พบกับความสำเร็จในวันนี้ ขณะเดียวกัน ทั้งคู่ยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเลิฟซ่าได้เปิดตัวรสชาติใหม่ ‘โยเกิร์ต กัมมี่’ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์อีกด้วย

Related Posts

‘อยากมีสิ่งที่ไม่เคยมี ต้องกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ’ ‘ซุง-ซ้อก้าด’ เรียนรู้ที่จะล้มเหลว สู่วันที่ ‘เลิฟซ่า’ ขายได้ล้านกระป๋อง!
ไม่เป็นไรถ้าปีนี้ยังไปไม่ถึงฝัน 'November Theory' ทฤษฎีเดือนพฤศจิกายน ชวนกลับมาทบทวนชีวิต โอบกอดตัวเอง และเริ่มใหม่อีกครั้ง
เส้นทางเซียนมาถึงแล้ว เด็ก Gen Z ลาออกจากโรงเรียน มาค้นคว้าเรื่องกลศาสตร์เอง เพื่อสร้างโฮเวอร์บอร์ดบินได้จนสำเร็จ
อย่าอายที่ต้องก้มหน้าก้มตาหาเงิน เหมือนคนไม่มีเงิน แต่จง ‘ภูมิใจ’ ที่เรากำลังสร้างชีวิตด้วยตัวเอง