ข่าววันนี้
คุณฌอน–ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และเจ้าของร้าน เคยให้ข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เรียกได้ว่าเริ่มจากศูนย์อย่างแท้จริง เพราะครอบครัวเป็นลูกหลานชาวจีน คุณแม่มีอาชีพเป็นช่างเสื้อ จึงคลุกคลีกับการทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นเขาเลือกเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะชื่นชอบบรรยากาศการทำงาน และอยากเจริญรอยตามญาติที่เป็นสถาปนิก “จุดที่ทำให้เริ่มหันมาสนใจเรื่องการทำเสื้อผ้าอย่างจริงจัง มาจากการทำละครเวที ที่จะมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกัน และผมจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเสื้อผ้านักแสดง มาตั้งแต่ปี 1 ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ที่บ้านเรามีร้านตัดเสื้อ เพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ชุดต่างๆ ต้องออกแบบชุดให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ฝ่ายออกแบบจะวาดรูปมาให้ แล้วเอาไปตัดที่ร้านแม่ ผมเลยได้ลองจับๆ ทำๆ จนซึมซับความรู้ด้านการตัดเย็บทุกอย่างมาจากแม่ และกลายเป็นความสนใจในด้านนี้” คุณฌอน กล่าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม และเล่าต่อ คุณแม่ของเขาไม่คิดด้วยซ้ำว่าลูกโตมาจะมาทำเสื้อผ้าขาย เพราะสำหรับแม่ การเป็นช่างเสื้อกับการเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์นั้น
ข่าวจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ MK GROUP แจ้งว่า หลังจาก MK ส่งบุฟเฟต์ลุยตลาด ทั้ง “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet” ส่งผลให้ยอดขายรวม ไตรมาส 3 ปี 2568 เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเทรนด์การเติบโตขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสตั้งแต่ต้นปี ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาพรวมของกลุ่มในปีนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมจะชะลอตัว แต่ไตรมาส 3 ยังสามารถดันยอดขายรวมอยู่ที่ 3,884 ล้านบาท เติบโต 5.5% จากปีก่อนหน้า และยังสามารถทำยอดขายรวมได้สูงกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วง High Season ของปีอีกด้วย ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้กว่า 72% มาจากแบรนด์ MK Restaurants โดยมี “MK บุฟเฟต์” เป็นตัวผลักดันสำคัญของการเติบโต ขณะที่ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 5.4% สะท้อนพลังของแบรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท ได้มีการปรับเป็นเวอร์ชัน 2 เพิ่มเมนูใหม่ และยังสามารถเพิ่มเมนูกุ้งสด MK ได้ด้วย ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมในเดือนกันยายน เติบโตสูงถึง 12% ขณะเดียวกัน โบนัส สุกี้ แบรนด์สุกี้น้องใหม่ในเค
ลาซาด้า ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยอินไซต์นักช้อปไทยจากมหกรรม ‘ลาซาด้า 11.11 เซลใหญ่แห่งปี’ กับปรากฏการณ์ช้อปออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ตอกย้ำบัลลังก์ผู้บุกเบิก 11.11 ด้วยยอดขายบน LazMall เติบโตสูงกว่า 55 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สะท้อนนักช้อปรอคอยแคมเปญใหญ่และเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ดังส่งท้ายปี สอดคล้องกับเม็ดเงินลงทุนกว่า 810 ล้านบาท (25 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่ลาซาด้า ทุ่มจัดหนักเพื่อขับเคลื่อนแคมเปญนี้ทั่วภูมิภาค สำหรับ หมวดหมู่สินค้ามาแรงในช่วง 6 ชั่วโมงแรก ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และแกดเจ็ต สะท้อนเทรนด์นักช้อปเตรียมอัปเกรดอุปกรณ์ช่วงปลายปี ทั้งเพื่อป็นการให้รางวัลตัวเองและรอการเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่จากหลายแบรนด์ดัง พร้อมคว้าโอกาสรับดีลเด็ดจากแพลตฟอร์ม ที่จัดเต็มด้วยคูปองส่วนลด LazMall มูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาท โปรโมชันเครื่องเก่าแลกใหม่ และบริการผ่อน 0% ทำให้สินค้ากลุ่มพรีเมียมราคาสูงเข้าถึงง่ายขึ้น และช่วยให้นักช้อปตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วน เทรนด์สินค้ายอดนิยม ครองใจนักช้อปไทย ได้แก่ คนไทยไม่ยอมหยุดสวย หมว
เรียกได้ว่ากระแสมัทฉะปีนี้มาแรงอย่างมาก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคสายรักสุขภาพหันมาสนใจดื่มกัน รวมไปถึงผู้ประกอบการหลายรายต่างนำช่องว่างทางการตลาดนี้มาเปิดเป็นร้านมัทฉะเพื่อรองรับกับความต้องการของผู้บริโภค แต่กระแสยังคงมีมาให้ได้เห็นอยู่ตลอดๆ ล่าสุดผู้ใช้งาน X รายหนึ่งได้กล่าวถึงร้านมัทฉะเจ้าหนึ่งในแอปดีลิเวอรี โดยโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า “Xึงงงง เห็นคนแชร์มัทฉะร้านนึงมาในแอพมา ตัวถูกสุดน่าจะแก้วละ 320฿ (ถ้าดูไม่ผิดนะ) แต่!!… แต่ตัวแพงสุดคือ 3,900฿ 👁️🫦👁️คือนึกว่าขายทั้งกระปุก รู้แหละว่าใช้ชาตัวไหน ราคามันแรงจริงช่วงนี่ แต่นี่ก็… ใครไหวไปก่อนเลยจ้าาา นู๋ขอนั่งรออยู่ตีนดอยมัทฉะต่อละกัน👀” ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์ช่อง feelatz ผู้ติดตามกว่า 757.4 k ได้ออกมาทำคลิป เผยแพร่ผ่านช่องทางติ๊กต็อก เป็นการรีวิวร้านมัทฉะดังกล่าว โดยเมนูที่ได้ซื้อมาอยู่ในราคา 3,900 บาทจริง (ชื่อเมนู SEIJYU CLASSIC LATTE ) เนื้อหาในคลิปกล่าวว่า “มัทฉะมีรสชาติออกเค็ม และมีความขมอยู่ในคอ แต่โดยรวมมีความอร่อย ซึ่งคล้ายๆ ร้านที่เคยกินที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ได้ว้าว เพราะแยกไม่ออก” หลังจา
หากพูดถึงร้านอาหารอีสาน ชื่อของ “นิตยาไก่ย่าง” คงเป็นหนึ่งในร้านที่หลายคนนึกถึงทันที เพราะเปิดให้บริการมายาวนาน 25 ปี และยังสามารถครองใจลูกค้าจนถึงปัจจุบัน ด้วยการเป็นร้านอาหารไทย-อีสานที่มาพร้อมจุดยืน “อาหารไทยอีสาน COMFORT FOOD รสชาติมหาชน” โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะหลักพันล้านบาท คุณรวีรัตน์ ลักษณวิสิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง ร้านนิตยาไก่ย่าง เล่าว่า “จุดเริ่มต้นของนิตยาไก่ย่างมาจากความรักในการทานอาหารไทยอีสานซึ่งเป็นอาหารที่ใครๆ ก็รัก เราจึงพัฒนารสชาติที่ถึงเครื่องกลมกล่อม เข้าถึงง่าย ทานได้ทุกคน แล้วพบว่ามีคนจำนวนมากชอบรสชาติแบบนี้เหมือนกัน จนกลายเป็น Comfort Food ที่ทุกคนสามารถทานร่วมกันได้ภายในโต๊ะเดียวกัน ภายใต้แนวคิดว่า วัตถุดิบที่สด หใม่ สะอาด ผ่านกระบวนการปรุง โดยผู้ชำนาญอย่างพิถีพิถัน คือเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เรามั่นใจในรสชาติของอาหารที่เป็นหนึ่ง และมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเราติดไว้บนฝาผนังของร้านนิตยาไก่ย่าง เพื่อเตือนใจถึงความตั้งใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกจนมาถึงปีที่ 25” คุณภเดช กันตจินดา กรรมการบริหารร้านนิตยาไก่ย่าง เล่าเสริมว่า “ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา รายได้ของนิตยาไก่ย่างเติบโตอย่
“คอนเทนต์ของผมทำให้คนกล้าเข้าครัวมากขึ้น ผู้ติดตามรู้สึกง่ายและสนุกมากขึ้นเมื่อเข้าครัว ถือว่าเราได้สร้างทั้งความสุขและแรงบันดาลใจให้ผู้คน” นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า เชฟเคน-ปรัตถกร เตชะธรรมนุกูล แห่งช่องติ๊กต๊อก paratt_ คิดว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็น 1 ใน 3 อินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารที่ได้รับรางวัล Best Foodie Influencer Award จากงาน Thailand Influencer Awards 2025 และกับรางวัลล่าสุด Food Creator of the Year จากงาน TikTok Awards เชฟเคน นับเป็นอินฟลูเอนเซอร์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านอาหารที่เพิ่งก้าวเข้ามาในวงการนี้แค่ไม่นาน เพราะเขาเพิ่งปักหลักเป็นอินฟลูเอนเซอร์หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยดุสิตธานี สาขาศิลปะการประกอบอาหารอย่างมืออาชีพ (หลักสูตรนานาชาติ) เมื่อ 3 ปีก่อนเท่านั้น แต่แค่ไม่กี่ขวบปีเขามียอดผู้ติดตามมากกว่า 440,000 คน แถมยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติดังเอ่ยมาข้างต้นด้วย เชฟเคน ย้อนให้ฟังว่า อันที่จริงเขาไม่เคยคิดจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์มาก่อนเลย แต่ก็จับพลัดจับผลูได้ยึดอินฟลูเอนเซอร์เป็น “อาชีพ” โดยไม่ได้ตั้งใจ “ตอนผมเรียนจบจากวิทยาลัยดุสิตธานี ใหม่ๆ เคยไปทำงานร้านอาหารแ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนหันมาแสวงหาพลังศรัทธาเพื่อค้ำจุนจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น การดูดวง การสวมเครื่องรางของขลัง หรือการเลือกสีและเลขมงคล กระแสแฟชั่นสายมูมงคลจึงกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยและทั่วโลก สะท้อนผ่านการใช้เครื่องราง กำไล เครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์มงคลแฝงอยู่ แฟชั่นสายมูไม่เพียงตอบสนองความต้องการด้านจิตใจ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่และเรื่องราวดึงดูดใจ สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะยกระดับแฟชั่นสายมูมงคลให้เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยอย่างแท้จริง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ “ดีพร้อม” (DIPROM) จึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ผสานความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับแฟชั่นสายมูไทยไปสู่ระดับโลก เมื่อความเชื่อกลายเป็นธุรกิจหมื่นล้าน ข้อมูลจากกองข้อมูลธุรกิจผลิตภัณฑ์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า คนไทยกว่า 14.81% มีความเชื่อเรื่องมูเตลูอย่างเต็มเปี่ยม ขณะที่อีก 29.4% มีความเชื่อในระดับพอสมควร รวมแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรไทยให้ความสำคัญกับเรื่องมงคลและความศักดิ์สิทธิ์ ท
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรเตรียมจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce ทุกชิ้น ตั้งแต่บาทแรก โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2569 ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ยกเว้นการเก็บอากรนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในประเทศ ออกมาเรียกร้องเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ฉะนั้น มาตรการใหม่นี้จึงถือเป็นทิศทางที่ดีอย่างมาก และน่าชื่นชม อย่างไรก็ตาม มาตรการทางภาษีถือเป็นกลไกหนึ่งในการจัดการปัญหาเท่านั้น แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะสามารถแก้ไขได้ในทุกๆ ปัญหา เพราะหัวใจหลักของการที่ผู้บริโภคยังสนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างชาติ เป็นเพราะแรงจูงใจด้านราคา ความคุ้มค่า และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเป็นที่ยอมรับได้ ดังนั้น การกีดกันสินค้าต่างชาติโดยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีจึงยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ดำเนินการ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์ม E-commerce ของไทยที่เปิดหน้าร้านออนไลน์ ห
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับสถาบัน Change Fusion ประกาศผล 3 ผู้ชนะกิจการเพื่อสังคม ในโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) ปีที่ 14 ภายใต้แนวคิด “จุดไฟ โตไปพร้อมกัน” ได้แก่ “Seeds Journey” จาก NGO สู่ SE ที่สืบสานอัตลักษณ์อาหารของชาติพันธุ์ “ไม้เมืองเลย” สร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้พิการจากการจ้างผลิต ‘อุปกรณ์ฟื้นฟูผู้พิการจากงานไม้’ และการขยายตลาดสู่ภาครัฐ “แสนบุญฟาร์ม” สร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชน ดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้านด้วยไลน์สินค้า ‘เปปเปอร์มินต์’ คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมาบ้านปู และ Change Fusion ได้เห็นไฟที่เกิดขึ้นของผู้เข้าร่วมโครงการฯ 3 ทีมที่ชนะในปีนี้ Seeds Journey, ไม้เมืองเลย และ แสนบุญฟาร์ม ได้แสดงถึงแรงขับเคลื่อนธุรกิจ การเรียนรู้จากโครงการฯ และมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ภายใน 3 เดือน ได้เห็นผลสำเร็จในเชิงธุรกิจและสังคมได้อย่างชัดเจน และมุ่งหวังว่าทั้ง 3 กิจการจะต่อยอดความสำเร็จเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนแนวคิด “Plant-Rich Diet” หรือ “การกินที่เน้นพืชเป็นหลัก” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้แนวทางการบริโภคอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition : Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ภายใต้แนวทาง BCG Economy และ Soft Power ด้านอาหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน Plant-Rich Diet คือ รูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด และผลิตภัณฑ์จากพืช โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่ลดสัดส่วนลง และเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชให้หลากหลายขึ้น เช่น เต้าหู้ ผำ เทมเป้ หรือผลิตภัณฑ์ Plant-Based ต่างๆ โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Flexitarian Diet, Mediterranean Diet หรือ DASH Diet (
