แปรรูปสินค้าเกษตร
ผลไม้ดองหรือ ผลไม้แช่อิ่ม ตามฤดูกาลต่าง ๆ นับเป็นหนึ่งในการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกเพศ-ทุกวัย การทำ ผลไม้ดองหรือ ผลไม้แช่อิ่ม เป็นอาหารกินเล่นยอดนิยมที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยกรรมวิธีในการถนอมอาหารแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยจับผลไม้ที่เหลือจากการขายหรือกินไม่หมด มาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ ๆ อร่อยไฉไลยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถนำไปทำขาย สร้างเป็นรายได้เสริม หรือรายได้หลัก ได้ไม่ยากอีกด้วย “ ถ้าจะพูดถึงเมนูยอดนิยม เราคงต้องพูดถึง “มะม่วงแช่อิ่ม” เรียกได้ว่า ลูกค้าขาประจำทุกคนไม่เคยพลาด ที่จะซื้อเมนูนี้ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันทุกคน ส่วนเมนูอื่นๆ อย่าง มะขาม, มะปราง, มะดัน, กระท้อน, มะกอก, มะขามป้อม ก็ถือเป็นสินค้ายอดนิยมของร้านเราเหมือนกัน เรียกได้ว่า หากคุณชื่นชอบผลไม้แช่อื่มมี่ร้านของมีแทบจะครบทุกอย่างเลยทีเดียว” นี่คือ คำเอื้อนเอ่ยจากปากของ คุณสมใจ จินา เจ้าของผลิตภัณฑ์ สมใจผลไม้แช่อิ่ม ที่ได้ชักชวนให้ทีมงานของเรามาลองชิมสารพัดผลไม้แช่อิ่มรสชาติดี “ การทำผลไม้แช่อิ่ม สามารถทำเป็น “อาชีพหลัก” หรือ “อาชีพเสริม” เพิ่มรายได้จากเดิมที่มีอยู่แล้ว โ
หัตถกรรมไม้ไผ่บ้านทุ่งต้อม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นอีกกลุ่มอาชีพที่ชาวบ้านทุ่งต้อมตั้งใจอนุรักษ์ไม้ไผ่ พืชในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ จึงร่วมมือร่วมใจกันผลิตงานหัตถกรรมจากไม้ไผ่โดยการนำทักษะ ภูมิปัญญา ผสมผสานกับการออกแบบให้มีความทันยุคสมัย เน้นการผลิตให้มีความเป็นธรรมชาติโดยไม่ใช้โลหะ นับเป็นผลงานของชาวบ้านที่ใช้ความละเอียด ประณีต คงทน และแข็งแรง กระทั่งได้รับความสนใจสั่งซื้อจนผลิตไม่ทัน คุณสี น้อยฟ้า อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ที่ 5 บ้านทุ่งต้อม ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ประธานกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่ทุ่งต้อม บอกว่า งานไม้ไผ่เป็นอาชีพที่ชาวบ้านในพื้นที่ทำกันมานานเป็นรายได้เสริมซึ่งต่างคนต่างทำ ผลิตเป็นสิ่งของเครื่องใช้จากไม้ไผ่ ทำแบบซ้ำๆ ตั้งราคาแล้วขายกันเอง ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้เสียโอกาสเนื่องจากในพื้นที่มีไผ่อยู่จำนวนมาก ดังนั้น เมื่อสักปีกว่าจึงมาหารือกันว่าควรรวมเป็นกลุ่มดีกว่า เพราะแต่ละคนมีความสามารถทักษะ ภูมิปัญญา จะได้นำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ขณะเดียวกัน ตั้งใจว่าจะผลิตของใช้จากไผ่โดยไม่ใช้ตะปู/น็อต เพื่อต้องการจะอนุรักษ์ความเป็นธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ จัดงานโดยกรมการข้าว ในงานมี “กลุ่มข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้” มาออกร้านแนะนำผลิตภัณฑ์ จากการพูดคุยถึงที่มาที่ไปน่าสนใจเป็นอย่างมาก จุดเริ่มต้น ชาวบ้านเห็นว่า คุณสมภพ ลุนาบุตร ปลูกอินทผลัมกินผล จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 500 บาท ต่างจากข้าวหอมมะลิ บางปีกิโลกรัมละ 6-8 บาท จึงอยากให้ข้าวราคาดีบ้าง โดยตั้งเป้าแปรรูปข้าวจำหน่าย คุณสมภพ หนึ่งในแกนนำการก่อตั้งกลุ่มข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้ ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เล่าถึงข้อมูลประวัติความเป็นมาตลอดจนการแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารว่า กลุ่มตั้งขึ้นเพื่อความอยู่รอดของชาวนาและเกษตรกรในพื้นที่ ผลผลิตที่ได้จากพื้นที่ทำการเกษตรของสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นข้าวหอมมะลิเป็นหลัก โดยลักษณะเด่นทั่วไปของข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้นั้นเหมาะสำหรับใช้บริโภคหรือแปรรูป เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง เนื่องจากมีความหอมนุ่ม เมล็ดข้าวสวยงามมีลักษณะที่เรียวยาว ข้าวตราเพชรทุ่ง นุ่มหอม “ข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นข้าวหอมมะลิที่ผลิตภายใต้ชื่อ “เพชรทุ่ง” เป็นข้าวหอมมะลิท
จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม และวิถีวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นและคนชนเผ่าที่เป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวต่างใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวและสัมผัสเมืองในหมอกสามฤดู ใครได้ไปแล้วประทับใจและอยากหวนกลับไปเที่ยวอีกครั้ง นอกจากนี้แล้ว ยังมีอาหารและขนมพื้นบ้านของคนไทยใหญ่หรือคนไตที่อร่อย อาทิ แกงฮังเล จิ้นลุง อุ๊บไก่ อุ๊บไข่ น้ำพริกอุ๊บ ข้าวกันจิ้น ขนมส่วยทะมิน อาละหว่า เป็นต้น และของขบเคี้ยวที่ต้องชิมลิ้มลองคือถั่วลายเสือคั่ว ที่หอม กรอบ อร่อย หรือจะรับประทานเป็นอาหารเช้า/อาหารว่างได้โดยเติมนมสดได้ทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ถั่วลายเสือหรือถั่วราชินี คือถั่วลิสงพันธุ์กาฬสินธุ์ 2 ที่ได้รับการปรับปรุงและรับรองพันธุ์โดยกรมวิชาการเกษตร เมื่อปี 2544 โดยในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานราชการตามโครงการตามพระราชดำริฯ สำหรับถั่วลายเสือ นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จุดเด่นถั่วลายเสือของแม่ฮ่องสอน แตกต่างจากถั่วลายเสือของจังหวัดอื่นๆ คือ รสชาติ และเมล็ดใหญ่ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นหุบเขา ดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้ถั่วลายเสือเจริญเติบโตได้ดีและมีรสช
หนุ่มรัฐศาสตร์ลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ กลับบ้านเกิดที่ จ.ตรังและใช้พื้นที่ว่างหลังบ้านปลูกเมล่อนจนอิ่มตัว ก่อนจะหันมาปลูกมะเขือเทศกินผลสดขายกิโลกรัมละ 300 บาท ลูกค้าออนไลน์สั่งซื้อจนสุกไม่ทัน ที่คอปเตอร์ฟาร์ม ฟาร์มอารมณ์ดี เลขที่ 1 หมู่ 7 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นของนายจิตพงษ์ พีรพัฒนกัมพล อายุ 46 ปี ได้ใช้พื้นที่ว่างหลังบ้านหันมาปลูกมะเขือเทศกินผลสด พันธุ์โซราริโน่ (Solarino) ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยก่อนหน้านี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว นายจิตพงษ์ ได้ลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ เพื่อกลับบ้านเกิดที่ จ.ตรัง มาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา และปลูกเมล่อนมาตั้งแต่ปี 2555 ต่อมาตลาดเมล่อนเริ่มอิ่มตัว จึงหันมาทดลองปลูกมะเขือเทศกินผลสดในโรงเรือนเมื่อปีที่แล้ว รวม 2 รุ่น แต่ไม่ประสบความสำเร็จอีก กระทั่งมาทดลองปลูกรุ่นที่ 3 จำนวน 96 ต้น แล้วอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา มาปรับใช้และให้ปลอดภัยจากสารเคมี จนประสบความสำเร็จในที่สุด ทำให้รุ่นนี้ได้ผลผลิตประมาณ 3-4 กิโลกรัม/ต้น โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 60 วัน ก็สามารถทยอยเก็บขายได้ทุกวัน ๆ ละ 2-4 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 300 บาท และจะเก็บขายไปจนถึงกลางเด
จันทบุรี ถือเป็นแหล่งปลูกผลไม้ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น เงาะ ทุเรียน และมังคุด ฯลฯ ดังนั้น การนำผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่า จึงเป็นช่องทางการทำธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อย่างงาม “คุณบุญเที่ยง พฤกษากิจ” เจ้าของ บริษัท จันทบุรี ฟรุ๊ต โปรดักส์ จำกัด เป็นคนหนึ่งที่แปรรูปผลไม้ทั้งทอดกรอบ อบ และกวน ซึ่งก็มีผลไม้หลายชนิดที่อยู่ในสวนของเขาเอง ที่อยู่ในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี จำนวน 50 ไร่ และสวนที่จังหวัดตราด ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอมพันธุ์หอมทอง ขนุน และมังคุด ขณะเดียวกันก็รับซื้อจากสวนอื่นๆ ด้วย มีสวนผลไม้เอง ได้เปรียบเจ้าอื่น คุณบุญเที่ยง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยรับราชการเป็นอาจารย์มาก่อน แต่เมื่อธุรกิจไปได้ดีก็ลาออกเพื่อมาทำธุรกิจเต็มตัว โดยมีลูกๆ มาช่วยดูแลกิจการด้วย ซึ่งมีขายในท้องตลาดอยู่ 2 แบรนด์ คือ บุญเที่ยง กับ บีฟรุ๊ต 2 “เริ่มแรกเลย เราทำทุเรียนทอด แล้วขยายมาทำประเภทกวน เช่น สะละกวน มังคุดกวน ประเภททอดเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2538 แต่เริ่มตั้งโรงงาน ปี 2539 ประสบความสำเร็จในปี 2550 โดยเรามีวัตถุดิบเอง อีกทั้งเครื่องจักรก็คิดค้นทำกันเอง จากนั้นเพิ่มไลน์ผลิตมาเป็นน้ำมังคุด” วันนี้ บริษัทจั
เพิ่งรู้ว่าขอนแก่นและมหาสารคามเป็นจังหวัดที่มีการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากที่สุด เกษตรกรบางรายสามารถผลิตจิ้งหรีดได้ 1-2 ตัน/วัน ทำให้บางช่วงมีจิ้งหรีดล้นตลาด ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดย ผศ.ดร. สมสมร แก้วบริสุทธิ์ ภาควิชาประมง คณะเกษตรศาสตร์ และคณะ จึงต้องวิจัยหาทางแปรรูปจิ้งหรีดเหล่านี้ ซึ่งทำได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาวหรืออาหารหวาน อย่างน้ำพริกจิ้งหรีด ข้าวเกรียบจิ้งหรีด หรือคุกกี้จิ้งหรีด ผศ.ดร. สมสมรเกริ่นให้ฟังว่า เริ่มแรกมีการทำวิจัยเรื่อง การเลี้ยงแมลงเพื่อการบริโภคของภาควิชากีฎวิทยา จากนั้นมข.ได้ออกไปอบรมให้กับเกษตรกรที่อยู่รายรอบ ทำให้เกิดอุตสาหกรรมเลี้ยงจิ้งหรีดขึ้น บางโรงที่เลี้ยงจิ้งหรีดมีกำลังผลิตถึงวันละ 1-2 ตัน ต่อวัน กระจายขายอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นพื้นที่ที่คนนิยมกินแมลง แล้วส่งไปขายที่ภาคกลาง สมุทรสาคร ที่เป็นแหล่งซื้อแมลงที่ใหญ่มาก แนะวิธีเก็บรักษาก่อนแปรรูป อาจารย์ท่านนี้บอกว่า จิ้งหรีดนี้สามารถนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ แต่ก่อนจับจิ้งหรีดมาแปรรูปควรงดอาหาร 24 ชั่วโมง หรือเปลี่ยนอาหารที่จิ้งหรีดกิน โดยเปลี่ยนจากหัวอาหารมาเป็
ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ยกระดับครอบครัวชาวสวนสู่ผู้ประกอบการผลไม้แปรรูป ภายใต้แบรนด์ “เสวย” จำหน่ายผ่านหน้าร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ ทำรายได้กว่า 50 ล้านบาท ต่อปี สร้างงาน สร้างอาชีพ ให้คนในชุมชน สร้างรายได้สู่เกษตรกรทั่วประเทศ มนุษย์เงินเดือนหลายคนคิดว่า การจะมีเงินเพิ่มมากขึ้น คือการเพิ่มชั่วโมงการทำงานจึงก้มหน้าก้มตาทำงานหนักอยู่ในออฟฟิศ วันละหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่รวยสักที เพราะขยันอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมุ่งมั่นทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยหนึ่งสมองและสองมือของตัวเอง ถึงจะเรียกว่าครบเครื่อง อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จของเศรษฐีจำนวนไม่น้อยคือ ต้องมี “พันธมิตรทางการค้าที่ดี” ยกตัวอย่าง เช่น “เสวย” ธุรกิจผลไม้แช่อิ่มที่มีจุดเริ่มจากกิจการขนาดเล็กในครัวเรือน แต่สามารถขยายกิจการให้เติบโตอย่างมั่นคง เพราะได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทางการค้า คือ บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้ง ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย รับบทบาทเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ คอยให้กำลังใจและผลักดันให้ธุรกิจเสวยผลไม้แปรรูปเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
งาน The International Horticultural Exhibition 2019 หรือ Beijing Expo 2019 เป็นงานแสดงพืชสวนนานาชาติระดับ A1 (A1 International Horticultural Exposition) ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH: International Association of Horticultural Producers) และสำนักงานจัดงานมหกรรมนานาชาติ (BIE: Bureau of International Expositions) คาดว่ามีผู้ร่วมจัดแสดงจาก 80 ประเทศ 20 องค์กร โดย 73 ประเทศและองค์การต่างประเทศ เข้าร่วมนิทรรศการภายนอกอาคาร และ 27 ประเทศและองค์การต่างประเทศเข้าร่วมนิทรรศการภายในอาคาร ผู้เข้าชมงาน 16 ล้านคน กำหนดการจัดงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึง 7 ตุลาคม ณ เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยแนวคิดในการจัดงาน คือ “Live Green, Live Better” มีพื้นที่จัดงานถึง 6,000 ไร่ วัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้นก็เพื่อแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในเรื่องพืชสวนระหว่างกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วม The International Horticultura
สสว. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ บูสต์อัพสินค้านวัตกรรมที่มีดีไซน์โดดเด่นของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (SME Early Stage) ในธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ กว่า 85 แบรนด์ ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่าง วันที่ 24-25 สิงหาคม นี้ นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดำเนินการโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (SME Early Stage) ในสาขาแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ต่อยอดนักออกแบบ นักศึกษา และทายาทธุรกิจ ให้มีความสามารถในการทำธุรกิจและเติบโตอย่างมีศักยภาพ ด้วยการยกระดับองค์ความรู้ในการพัฒนาสินค้าที่มีดีไซน์โดดเด่นและเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม (High Value Added) เช่น นวัตกรรมการเขียนลายจากยางกล้วย เป็นการใช้วัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมผสานกับนวัตกรรมเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคต การใช้เทคโนโลยีตกแต่งสำเร็จช่วยเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานของผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น กระเป๋าเป้สะท้อนน้ำ เสื้อผ้าป้องกันยุง
