แปรรูปสินค้าเกษตร
จากการสำรวจการส่งออกสินค้าเกษตรในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม) พบว่า ยอดส่งออกข้าวมีปริมาณ 5,438,899 ตัน เพิ่มขึ้น 4.7% มูลค่า 2,428 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.7% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของการส่งออกทั้งหมด มันสำปะหลัง 6,598,813 ตัน ลดลง 16% มูลค่า 1,743 ล้านเหรียญสหรัฐ ติดลบ 24.4% คิดเป็นสัดส่วน 1.4% ของการส่งออก และยอดส่งออกยางพารา 2,079,099 ตัน เพิ่มขึ้น 1.3% มูลค่า 2,394 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 19% คิดเป็นสัดส่วน 2% ของยอดส่งออก ที่น่าสังเกตคือแม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่เทียบราคาเฉลี่ยพบว่าราคาลดลง โดยราคาข้าวเฉลี่ย 446 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 9.7% มันสำปะหลัง 264 เหรียญสหรัฐต่อตัน และยางพารา 1,151 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยตำรวจโท เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในส่วนของการออกไปขายล่วงหน้าในตลาดต่างประเทศ ผู้ส่งออกต้องเผชิญกับสงครามราคารุนแรง เทียบราคา เอฟโอบีข้าวไทยยังคงอยู่ที่ตันละ 370 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เวียดนามตันละ 345-350 เหรียญสหรัฐ ปากีสถานตันละ 330 เหรียญสหรัฐ ขณะเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนยังผันผวน เนื่องจากค่าเงินบาทแข็ง
ที่ผ่านมาสินค้าเกษตรอินทรีย์มักถูกนำไปวางขายตามตลาดนัดและปะปนกับสินค้าเกษตรประเภทอื่น อย่างตามโรงพยาบาล หน่วยงานราชการ เนื่องจากผู้บริโภคต่างรู้กันดีว่าสถานที่เหล่านั้นจะมีอาหารที่ปลอดภัยขาย ในประเทศไทยมีการจัดตลาดเกษตรอินทรีย์ที่มีรูปแบบอย่างถูกต้อง เป็นที่รับรอง จำนวน 3 แห่ง โดยตลาดเขียว สุรินทร์ นับเป็น 1 ใน 3 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจทางภาคอีสาน ส่วนที่เหลือคือ กาดนัดเกษตรอินทรีย์ ที่ตลาดเจเจ เชียงใหม่ และตลาดเขียว ยโสธร ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ล่าสุด…จังหวัดสุรินทร์ มีตลาดเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและความนิยมอย่างมาก ในชื่อ “ตลาดกรีน ม.” เป็นตลาดเกษตรอินทรีย์ที่จัดรูปแบบได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ รับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่าวิทยาเขตสุรินทร์ เป็นผู้นำจัดการศึกษาและบริการเป็นเลิศด้านเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับวางเป้าหมายให้สถาบัน เป็น GREEN-U ในคอนเซ็ปต์ “ราชมงคลสุรินทร์ ก้าวสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” ผศ. อนุรัตน์ ลิ่มสกุล รองอธิการบดี กล่าวว่า สถาบันแห่งนี้มี 2 คณะหลัก ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี กับคณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ผักสดทุกชนิดเจอสภาวะความแห้งแล้ง ทำให้พื้นที่การเพาะปลูกลดลงกว่าครึ่งทำผักสดชนิดต่างๆ ออกสู่ท้องตลาดน้อยกว่าปกติผักท้องถิ่นก็มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬ จึงต้องนำเข้าผักสดจากต่างจังหวัดแทนจึงทำให้ผักมีราคาแพงขึ้นจากค่าขนส่ง แต่นับว่าเป็นโอกาสดีของแม่ค้าชาวลาวที่นำผักสดชนิดต่างๆ มาวางขายในตลาดนัดไทย-ลาวที่มีการจัดขึ้นทุกวันอังคารและวันศุกร์ ในที่ราคาถูกกว่าผักสดจากถิ่นอื่น 10-40 เปอร์เซ็นต์ เช่น พริกสดในตลาดสดจะขายกิโลกรัมละ 200 บาทพ่อค้าลาวนำมาขายกิโลกรัมละ 160 บาท ต้นหอมในตลาดกิโลกรัมละ 120 บาทพ่อค้าลาวจะขาย 100 บาท เป็นต้น นอกจากราคาถูกแล้วยังปลอดสารพิษเพราะพื้นดินยังอุดมสมบูรณ์มีสารอาหารมากเหมาะกับการเพาะปลูกใช้ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ปลูกตามวิธีการดั้งเดิมไม่มีการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงทำให้ต้นทุนถูกจึงขายในราคาถูกได้ จึงได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมากยิ่งตลาดใกล้จะวายราคาก็จะลดลงมาอีกเพราะแม่ค้าลาวไม่อยากนำสินค้ากลับบ้านเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
เพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งเคยบอกไว้นานแล้วว่า “ความรู้เป็นที่มาของความรู้สึก” คือเขาเชื่อว่า เมื่อใดเราล่วงรู้เรื่องราว รายละเอียด เงื่อนไขข้อแม้ต่างๆ ไม่ว่าจะของคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เราจะ “รู้สึก” ต่อสิ่งนั้นได้มากขึ้น ในแง่นี้ ความรู้จึงมีสถานะเป็นเครื่องปรุงแต่งทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง แม้ว่าในทางปฏิบัติ มันจะต้องอาศัยสิ่งอื่นๆ อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของความรู้นั้นๆ กระทั่งการยอมเปิดใจที่จะรับรู้ ซึ่งก็ย่อมมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน เรื่องนี้ผมเชื่อเพื่อนมาตั้งแต่แรกได้ยินเขาพูด และในกรณีของกับข้าวกับปลา วัตถุดิบ การปรุงรสอาหาร ฯลฯ ที่ก็อาจนับว่าเป็นศาสตร์อันลึกซึ้งละเอียดอ่อนนั้น ผมคิดว่าคำพูดของเขาช่างเป็นเรื่องจริงเอาเสียจริงๆ ความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความรู้สึกเชิงโภชนารมณ์นั้นเป็นของที่ยังมีอยู่มาก และหลายครั้งก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี้เอง … กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้อาศัยติดตามคณะทำงาน “กินเปลี่ยนโลก” มูลนิธิชีววิถี ไปดูขั้นตอนการทำซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยว ตราช้อนทอง ผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปแม่บ้านสันป่ายาง อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ทั้งซีอิ๊วขาวและเต้าเจี้ยวที่
จากกระแสของความนิยมในการเลี้ยงนกกรงหัวจุก หรือนกปรอทหัวโขนมานาน โดยเฉพาะระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ และในบางพื้นพบว่ามีการเลี้ยงกันแทบทุกครัวเรือน และแต่ละครัวเรือนเลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่น้อยกว่า 1 ตัว สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมากกว่า 1 ตัวในแต่ละครัวเรือน เป็นเพราะมีการแข่งขันประกวดประชันเสียงของนกกรงหัวจุก การเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเฟื่องฟูตามไปด้วย หนึ่งในนั้นคือการเลี้ยง “หนอนนก” ซึ่งเป็นอาหารของนกกรงหัวจุก จนถึงขณะนี้มีผู้เพาะเลี้ยงหนอนนกเพื่อจำหน่ายหลายราย ลุงหมู่ ลิ้มสกุล อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ถนนจันทร์วิโรจน์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา บอกว่า การเพาะเลี้ยงหนอนนก เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ การเลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้เนื้อที่ก็ไม่มากประมาณ 5 คูณ 5 เมตรบริเวณเรือนที่อยู่อาศัย “หนอนนกตอนนี้ ทำราคาได้ดี โดยขายส่ง 250-300 บาท / กิโลกรัม ลูกค้าก็เป็นกลุ่มผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุก และนกทั่วไป โดยสามารถส่งขายได้เฉลี่ยอาท
นายตังเช็ง เจริญลาภทวี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 6 ต.พิกุลทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ปลูกพืชผสมผสาน อยู่ในแปลงผักหลายชนิด เช่น มะพร้าวน้ำหอม พริกขี้นก มะละกอ ผักกวางตุ้ง และผักชี ซึ่งผักชีนั้นอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิตในชุดที่ 2 ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ราคาดีมาก เป็นที่ต้องการของท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการผักชีอยู่ในระดับต้นๆ เพราะได้มีนักวิจัยของญี่ปุ่นได้นำผักชีไทยไปวิจัยทดลองจนทราบว่ามีประโยชน์ ทางโภชนาการต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ช่วยระบายท้อง ลดน้ำตาลในเลือด ทำให้ขณะนี้มีชาวญี่ปุ่นหันมาสนใจบริโภคผักชีไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร้านอาหารหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่นได้คิดเมนูอาหารที่มีผักชีเป็นส่วน ประกอบแต่ละอย่าง ส่งผลให้ผักชีมีราคาแพงราคาพุ่งสูงขึ้น บวกกับการปลูกค่อนข้างที่จะดูแลยาก นายตังเช็ง เจริญลาภทวี ผู้ปลูกผักชี เปิดเผยว่า ที่สวนจะปลูกแบบผสมผสาน มีพืชอายุน้อยอย่าง เช่น ผักกวางตุ้งมีอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 30 วัน ผักชี มีอายุเก็บเกี่ยวประมาณประมาณ 40-45 วัน เมื่อผักชีหมดรุ่นผลพลอยได้จากนั้นคือพริกขี้นกมีอายุเก็บเกี่ยว 80-85 วัน จา
หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไม นักกีฬาจึงนิยมกินกล้วยหอมสุกระหว่างพักการแข่งขัน คำตอบก็คือ กล้วยหอม เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง เพราะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจและสมอง ไม่ว่าจะเป็นสารโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยสูง จึงเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด บำรุงประสาท ทำให้รับส่งสัญญาณประสาทเร็วขึ้น ตัดสินใจได้อย่างฉับพลันแม่นยำและย่อยง่าย หากใครต้องการกินกล้วยหอมเพื่อเพิ่มพลังงานยามบ่าย แค่กินกล้วยหอม 2 ลูก ก็จะได้พลังงานเพียงพอต่อการทำงานได้นานถึง 90 นาที เพราะกล้วยหอมสุกผลใหญ่ 1 ลูก มีน้ำตาล 23 กรัม (น้ำตาลซูโคส ฟรุกโทส และกลูโคส) และแป้ง 2 กรัม กล้วยหอมจึงเป็นผลไม้มหัศจรรย์ที่ช่วยเพิ่มพลังงานให้กับนักกีฬาที่ต้องใช้พละกำลัง และใช้เวลาแข่งขันนานๆ นักกีฬาหลายคนจึงนิยมหยิบกล้วยหอมมานั่งกินยามนั่งพักเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายอย่างรวดเร็ว จับกระแสตลาด กล้วยหอม กับ “คิง ฟรุทส์” ผู้เขียนมีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการกล้วยหอมทองรายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ที่รู้จักกันดีในชื่อ บริษัท คิง ฟรุทส์ จำกัด ที่มีเนื้อที่ปลูกกว่า 3,000 ไร่ ผลิตกล้วยหอมทอง คุณภาพเยี่ยมเกรดส่งออก ยี่ห้อ “BANANA KING” ป้อนตลาด
เชื่อว่า มนุษย์เงินเดือนหลายคน เมื่อทำงานถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ใฝ่ฝันอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับ “มะลิวรรณ อำพล” อดีตสาวออฟฟิศ ที่เรียนจบด้านวิทยาศาสตร์อาหาร จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ตัดสินใจลาออกในปี 2547 โดยเริ่มจากการซื้อกิจการผลิตเครื่องดื่มเล็กๆ จากเจ้าของเดิม ใช้เงินทุน 20,000 บาท ผลิตเครื่องดื่มเฉาก๊วย ยี่ห้อ “ริมสวน” ราคาขวดละ 10 บาท ส่งขายตามร้านโชห่วยทั่วไป ปัจจุบันกิจการของเธอเติบใหญ่ จดทะเบียนกิจการในชื่อบริษัท มหาทรัพย์ โปรดักส์ชั่น จำกัด อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ประกอบการผลิตเครื่องดื่มพาสเจอไรซ์ แบบขวดพร้อมดื่ม ที่ส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มียอดขายกว่า 60 ล้านบาท ต่อปี คุณมะลิวรรณ อำพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มหาทรัพย์ โปรดักส์ชั่น จำกัด เจ้าของแบรนด์ “ริมสวน” เล่าว่า หลังจากทดลองตลาด ส่งสินค้าวางขายในร้านค้าท้องถิ่น ปรากฏว่าได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า จึงมองหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ โดยส่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพราะเห็นว่าเซเว่นฯ เป็นช่องทางการจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ สามารถกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคไ
ทุกวัน เวลาประมาณ 16.00 น. ภายในตลาดสดเทศบาลตำบลสังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ แม่ค้าผักกว่า 30 คน ต่างพร้อมใจกันร่วมกิจกรรมเต้นแอโรบิกออกกำลังกายประกอบเพลงที่หน้าแผงผักกันอย่างพร้อมเพรียงและสนุกสนานอย่างยิ่ง ออกลีลาท่าทางกันไม่ธรรมดา โดยเฉพาะคุณยายวิลัย สายบุตร แม่ค้าขายของชำ วัย 72 ปี และคุณยายบัวหลวง ชอบมี แม่ค้าขายของชำ อายุ 75 ปี เต้นอย่างทะมัดทะแมงไม่แพ้แม่ค้าสาวๆ ที่มา : มติชนออนไลน์
วันนี้ มีเมนูเด็ด การทอดปลารากกล้วย สูตรดั้งเดิมแบบโบราณ ของร้าน “ทิดจ่อย” ครัวบัวทอง ร้านอาหารปลาแห่งเดียวที่มีปลาสดๆ จากแหล่งปลาน้ำโขง และลุ่มน้ำสงคราม ในตัวเมืองสกลนคร มานำเสนอ ปลารากกล้วยทอด เป็นอาหารปลาที่หากินได้ไม่ยากหากไปถูกจังหวะและโอกาส และที่สำคัญอยู่ที่สูตรของแต่ละร้านในการทอด ปลารากกล้วย เป็นปลาน้ำจืดที่เริ่มรู้จักแพร่หลายมานาน โดยเฉพาะในแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ ตามเขื่อน ทางภาคอีสาน ปลารากกล้วยกำลังหายากขึ้น เพราะแหล่งน้ำถูกรบกวน แม่น้ำบางสายหรือแทบทุกสายน้ำมีการสร้างเขื่อนมากั้น มีลำน้ำสายเดียวในภาคอีสานที่ปลอดการสร้างเขื่อน คือ “ลำน้ำสงคราม” ที่มีพื้นที่กินเขตไปหลายจังหวัด เช่น อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร และนครพนม เป็นลำน้ำที่ชาวบ้านต่อสู้คัดค้านไม่ให้เกิดเขื่อนจนต้องล้มไป ในพื้นที่แถบลุ่มน้ำสงคราม จะพบปลารากกล้วยจำนวนมากตามแหล่งน้ำ ในช่วงเดือนเมษายน จนเข้าหน้าฝน ลักษณะของปลารากกล้วยคือ ลำตัวเล็กยาว ขนาดตั้งแต่ 5-14 เซนติเมตร หัวแหลม ตาเล็ก หางแหลม กลางลำตัวมีเส้นสีเทาจากหัวถึงหาง ระหว่างเส้นมีจุดสีดำเป็นแนวยาว อาศัยอยู่ตามต้นน้ำ เมื่อปลารากกล้วยเริ่มเป็นที่นิยมกินกันมาก
