แปรรูปสินค้าเกษตร
นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (ตลาดอ.ต.ก.) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2560 อ.ต.ก.จะมีการบูรณาการงานให้มากขึ้น โดยลำดับแรกจะมีการเชื่อมโยงการทำงานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวไทยมากขึ้น ในปีนี้ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดอ.ต.ก.เพิ่มขึ้น 20% สอดคล้องกับแผนขยายพื้นที่ในตลาด.อ.ต.ก. ที่จะสร้างตลาดน้ำริมคลองบางซื่อ ความยาว 1 กิโลเมตร (กม.) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่จัดหาสินค้าเกษตรคุณภาพและสินค้าเพิ่มมูลค่าเข้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งจะใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท และเปิดสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ อ.ต.ก.มีแผนจัดหาพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้มีการจำหน่ายปุ๋ย เครื่องมือทางเกษตรและนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรได้ซื้อปัจจัยการผลิตในราคาที่เป็นธรรม ตามนโยบายการสนันสนุนเกษตรกรและการพัฒนาพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ และให้บริการปลายปี 2560 ถึงต้นปี 2561 ส่วนแผนงานในปี 2561 อ.ต.ก.เตรียมจัดเปิดมินิอ.ต.ก. ประมาณ 20 สาขา ตามหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เพื่อให้เป็นต้นแบบตลาดจำหน่ายสินค
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 ศึกษาแนวทางพัฒนาเกษตรอินทรีย์จังหวัดสุรินทร์ เจาะกลุ่มตัวอย่างเกษตรกร ระบุ มีกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดรวม 18 กลุ่ม เนื้อที่เพาะปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งจังหวัด 29,040 ไร่ โดยเฉลี่ยได้กำไรสุทธิ 955.48 บาทต่อไร่ เมื่อหักต้นทุนการผลิตแล้ว นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในโครงการการศึกษาแนวทางพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในระดับพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ปีเพาะปลูก 2559/60 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์ สำรวจกลุ่มตัวอย่างเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกข้าวอินทรีย์ พบว่า ต้นทุนและผลตอบแทนข้าวอินทรีย์ มีต้นทุนรวม 3,673.77 บาทต่อไร่ และเมื่อพิจารณาผลตอบแทนที่เกษตรกรได้รับ พบว่า มีผลผลิตเฉลี่ย 335.21 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาที่ขายได้เฉลี่ย 13.81 บาทต่อกิโลกรัม และมีรายได้จากการขายผลผลิต 4,629.25 บาทต่อไร่ ซึ่งเมื่อหักต้นทุนการผลิตแล้ว จะได้กำไรสุทธิเฉลี่ย 955.48 บาทต่อไร่ จังหวัดสุรินทร์ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดนำร่องในการขยายตลาดผลผลิตข้าวห
“กินข้าว” ผิดตรงไหน!? จากคำถามข้างต้นเป็นที่มาให้ สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย จัดโครงการประกวดคลิปสั้นขึ้นในหัวข้อ “อ้วนไม่อ้วนไม่เกี่ยวกับข้าว” เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริโภคข้าว พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด โดยทีมชนะเลิศระดับนักเรียน/นักศึกษา ได้แก่ ทีมพีเอสซี สตูดิโอ กับผลงาน “อย่าบอกเลิกข้าว” ส่วนทีมชนะเลิศระดับบุคคลทั่วไป ได้แก่ ทีมช่างภาพเทคนิคกรุงเทพ กับผลงาน“หนูไม่จ่าย เขาถ่ายหนูอ้วน” ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพฯ โสพรรณ มานะธัญญา นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า กระแสสังคมของคนไทยหันมาดูแลสุขภาพมาก ทั้งออกกำลังกาย รับประทานอาหาร และพยายามลดน้ำหนัก ซึ่งก็เป็นความเข้าใจผิดว่า “ข้าวทำให้อ้วน” ทั้งนี้ จากการศึกษาตารางโภชนาการเปรียบเทียบแคลอรีจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า อาหารแต่ละชนิดที่ปริมาณ 100 กรัมเท่ากัน ข้าวให้พลังงาน 133 กิโลแคลอรี ในขณะที่อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตแบบเดียวกัน เช่น ขนมปัง ให้พลังงาน 267 แคลอรี, เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้พลังงาน 400 แคลอรี, ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ให้พลังงาน 160 แคลอรี ซึ่งล้วนให้พลัง
บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ประชุมนัดแรกวันนี้ (20 กรกฎาคม 2560) เตรียมเดินหน้าเข้าลงทุนซื้อยางทั้งในตลาดซื้อขายยางจริงจากตลาดกลางของ กยท.ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงตลาดซื้อขายล่วงหน้าผ่านทางตลาด TFEX ในต้นสัปดาห์หน้า ขับเคลื่อนสร้างเสถียรภาพราคายาง ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเสถียรภาพราคายางว่า ขณะนี้ องค์กรทั้ง 6 แห่ง เดินหน้าร่วมกันจัดตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยมี กยท. และบริษัทผู้ส่งออกเอกชนรายใหญ่ของประเทศทั้ง 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ล่าสุด ได้มีการประชุมอย่างเป็นทางการ ภายใต้ บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด เป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการและการบริหารจัดการกองทุน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้กองทุนฯ เข้าลงทุนซื้อยางทั้งในตลาดซื้อขา
วันที่ 19 กรกฎาคม นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) กล่าวว่า ขณะนี้นโยบายรัฐสั่งให้โค่นยางในพื้นที่บุกรุก แต่ไม่ได้เพิ่มพื้นที่ป่า และยืนยันว่าไม่ได้แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ หลังจากเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่า และเป็นต้นเหตุปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ทั้งที่การบุกรุกทำลายป่า เป็นวิกฤตของชาติและเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน นอกจากนั้นยอมรับว่าสาเหตุที่ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ เนื่องจากราคายางที่สูงถึงกิโลกรัมละ 137 บาท ในปี 2554 คือ แรงจูงใจมีการปลูกยางในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ที่มีการบุกรุกป่าเพื่อทำไร่ข้าวโพด และพืชไร่อื่น และคนในพื้นที่นำที่ดินดังกล่าวมาขายต่อให้แก่นายทุน และคนต่างถิ่นในราคาถูก นายสุนทรกล่าวว่า เพื่อให้การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนของเกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ สคยท. มีข้อเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการอนุญาตให้นายทุน และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และให้นำที่ดินด
หากจะพูดถึงตลาดสดที่มีชื่อเสียง เชื่อว่าหลายท่านคงไม่พลาดที่จะนึกถึง ตลาดสด อ.ต.ก. ของบ้านเรา ซึ่งตลาด อ.ต.ก. เป็นตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องของสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ ของสด ถูกหลักอนามัย สินค้าที่นำมาขายเต็มไปด้วยสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งนอกจากความสะอาดและคุณภาพของสินค้าที่ขึ้นชื่อแล้ว ตลาดแห่งนี้ยังสะดวกสำหรับพ่อบ้านแม่บ้านที่จะเลือกซื้อ จับจ่ายใช้สอยเป็นอย่างมาก เพราะภายในตลาด อ.ต.ก. ไม่ได้จำหน่ายแค่ผัก ผลไม้ แต่ยังครอบคลุมไปถึงอาหารสด อาหารแปรรูป สินค้าเกษตรอินทรีย์ ตลาดกล้วยไม้ รวมถึงตลาดสัตว์เลี้ยง เรียกได้ว่ามาที่ อ.ต.ก. ที่เดียว ท่านจะได้ครบทุกอย่าง การันตีด้วยโพลจากสื่อต่างประเทศ อย่าง “ซีเอ็นเอ็น” ได้จัด 10 อันดับ ตลาดที่ดีสุดในโลก ตลาด อ.ต.ก. ติดอันดับ 4 ตลาดดีมีคุณภาพของโลก และครั้งนี้ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้ถือโอกาสสัมภาษณ์ คุณกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เกี่ยวกับแนวทางวิธีการบริหารตลาดและการสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค มาฝากผู้อ่าน ประวัติความเป็นมาของตลาด ตลาด อ.ต.ก. ชื่อเต็มคือ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระ
คุณบุญชุบ สุวรรณฉวี อยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพขายกล้วยทอดมาทั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ โดยในช่วงนั้นเธอก็ได้มาเรียนรู้วิธีการทำตั้งแต่อายุ 15 ปี ก็เกิดความชำนาญสามารถช่วยกิจการงานที่บ้านได้ จนต่อมาเธอจึงได้ยึดอาชีพขายกล้วยทอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เราก็ช่วยแม่ก่อนตอนนั้น เรียกว่าช่วยแม่ขายมาตลอดทุกวัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกล้วยทอดจากแม่แบบดังเดิมเลย ต่อมาพอแม่เสียชีวิต ก็ไม่คิดที่จะเลิกขายกล้วยทอดก็ยังขายอยู่ เพราะสูตรนี้ยังมีคนชอบกิน เรียกว่าขายมาตลอดจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว ที่ขายอยู่ที่ตรงนี้” คุณบุญชุบ เล่าถึงที่มา กล้วยที่ใช้ทอดขายให้กับลูกค้านั้น คุณบุญชุบ บอกว่า จะเลือกกล้วยน้ำว้าสวนที่ปลูกในพื้นที่ โดยที่กล้วยน้ำว้าสวนมีความพิเศษคือมีรสชาติที่อร่อย กล้วยที่เลือกมาทำกล้วยทอดจะเลือกกล้วยที่แก่พอดี ไม่สุกและไม่อ่อนมีอายุตามที่กำหนด ซึ่งกล้วยน้ำว้าที่นำมาทอดจากสวนสามารถขายได้ถึงวันละ 600 ผลกันเลยทีเดียว เมื่อได้กล้วยที่มีลักษณะตามที่ต้องการจะนำมาปลอกเปลือกออก จากนั้นผ่ากล้วยน้ำว้าตามแนวยาวผล ให้มีลัก
“ไข่ขาว” ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ราคาย่อมเยา สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารคลีน (อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด) ผู้ที่ออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคไต แต่กรรมวิธีของการนำไข่ขาวไปปรุงเป็นอาหารนั้น อาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเล็กน้อย ต้องต้ม ปอกเปลือก แยกไข่แดงออกมา ฯลฯ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีสินค้าอย่างไข่ขาวพาสเจอไรซ์ออกมาจำหน่าย แต่ทว่าสินค้าดังกล่าวก็ยังไม่ตอบโจทย์ เรื่องความสะดวกสบายในการนำมารับประทานได้ เพราะไข่ขาวที่ว่ายังไม่ผ่านการปรุงให้สุก จึงต้องนำมาประกอบอาหารอีกที “ช่องว่าง” ของตลาดที่มีอยู่ ทำให้ “สุนทรี ศรีวานิชภูมิ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไข่สุข จำกัด ปิ๊งไอเดียทำ “ไข่ขาวต้มพร้อมทาน” ภายใต้แบรนด์ เอททีเอท (EightyEight) ออกมารับกับความต้องการที่เกิดขึ้น เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ที่มีเวลาเข้าครัวน้อย หรือคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ให้อิ่มอร่อยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม “สุนทรี” เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า เดิมทีธุรกิจครอบครัวของเธอทำขนมไทยฝอยทองมากว่า 30 ปี มีไข่ขาวเหลือจากกระบวนการผลิตจำนวนมาก เพราะฝอยทองใช้แต่ไข่แดงเท่านั้น ประกอบกับตัวของเธอก
แม้ว่าราคาผลไม้ภาคตะวันออกจะดีดตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น หมดปัญหาราคาตกต่ำแบบอดีตแล้ว แต่เกษตรกรเมืองจันท์ยังต้องหาทางแปรรูปเพื่อความยั่งยืน ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มมากขึ้น ร่วมกันคิด และทำสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาผลไม้ตกเกรด และออร์แกนิกที่ยังมีปัญหาเรื่องตลาดอีกด้วย ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า จังหวัดจันทบุรีมีการจดทะเบียนตั้งวิสาหกิจชุมชน ประมาณ 58 แห่ง หากเจาะจงเฉพาะแปรรูปผลไม้มีประมาณ 30 กว่าแห่ง “อนงค์ กุลเว่” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกุลเว่ไวน์ผลไม้ จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า เริ่มแรกตนและสามีชาวสวีเดนมาซื้อที่สวน 6 ไร่ของจังหวัดจันทบุรี เพราะชอบธรรมชาติ ปลูกผลไม้ผสมผสาน ทั้งเงาะ ลองกอง มังคุด มัลเบอรี่ สับปะรด สละ เป็นต้น โดยตั้งใจจะขายผลไม้ออร์แกนิก แต่ปรากฏว่าคนไม่ซื้อ ติว่าผิวไม่สวย ลูกเล็ก เราจึงเริ่มกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเพิ่มคุณค่าให้กับผลไม้ออร์แกนิกแล้วมีตลาดรองรับ “ถ้าทำของเหมือนกันการแข่งขันจะสูง ดังนั้นเราต้องคิดนอกกรอบว่าเราชอบอะไร มุ่งมั่นจะทำอะไร สุดท้ายมาเกิดไอเดียว่าสามีซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ฝรั่งเศส
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นช่วงที่ทุเรียนของ จ.อุตรดิตถ์ ออกสู่ตลาดเป็นรุ่นแรก แต่กลับมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่า ซื้อทุเรียนจากร้านจำหน่ายทุเรียนริมข้างทางหลวงสาย 11 หรืออุตรดิตถ์-เด่นชัย จ.แพร่ ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทั้งซื้อทุเรียนทั้งพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ทุเรียนพันธุ์พื้นที่เมืองที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลก และพันธุ์หมอนทองที่วางขายตามร้านค้าดังกล่าว ส่วนใหญ่ร้องเรียนว่าเป็นทุเรียนอ่อน หลังลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบว่า มีการนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายจริง ได้ทำการตักเตือนว่าห้ามนำมาจำหน่ายอีกหากฝ่าฝืนก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการ ขณะเดียวกันอีก 1 เดือนที่จะมาถึงนี้ทุเรียนรุ่นที่สองก็จะเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว แต่คาดว่าจะมีจำนวนไม่มากเหมือนกับรุ่นแรก จึงต้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มาก เพราะหากนำของไม่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคก็เท่ากับว่าทำลายอาชีพตัวเอง สุดท้ายก็จะไม่มีใครแวะซื้อทุเรียนที่จำหน่ายข้างทางอีกต่อไป “ช่วงนี้ก็ทำการ
