แปรรูปสินค้าเกษตร
“ไข่ขาว” ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ราคาย่อมเยา สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารคลีน (อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยที่สุด) ผู้ที่ออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคไต แต่กรรมวิธีของการนำไข่ขาวไปปรุงเป็นอาหารนั้น อาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากเล็กน้อย ต้องต้ม ปอกเปลือก แยกไข่แดงออกมา ฯลฯ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีสินค้าอย่างไข่ขาวพาสเจอไรซ์ออกมาจำหน่าย แต่ทว่าสินค้าดังกล่าวก็ยังไม่ตอบโจทย์ เรื่องความสะดวกสบายในการนำมารับประทานได้ เพราะไข่ขาวที่ว่ายังไม่ผ่านการปรุงให้สุก จึงต้องนำมาประกอบอาหารอีกที “ช่องว่าง” ของตลาดที่มีอยู่ ทำให้ “สุนทรี ศรีวานิชภูมิ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไข่สุข จำกัด ปิ๊งไอเดียทำ “ไข่ขาวต้มพร้อมทาน” ภายใต้แบรนด์ เอททีเอท (EightyEight) ออกมารับกับความต้องการที่เกิดขึ้น เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ที่มีเวลาเข้าครัวน้อย หรือคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ให้อิ่มอร่อยได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม “สุนทรี” เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า เดิมทีธุรกิจครอบครัวของเธอทำขนมไทยฝอยทองมากว่า 30 ปี มีไข่ขาวเหลือจากกระบวนการผลิตจำนวนมาก เพราะฝอยทองใช้แต่ไข่แดงเท่านั้น ประกอบกับตัวของเธอก
แม้ว่าราคาผลไม้ภาคตะวันออกจะดีดตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น หมดปัญหาราคาตกต่ำแบบอดีตแล้ว แต่เกษตรกรเมืองจันท์ยังต้องหาทางแปรรูปเพื่อความยั่งยืน ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มมากขึ้น ร่วมกันคิด และทำสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาผลไม้ตกเกรด และออร์แกนิกที่ยังมีปัญหาเรื่องตลาดอีกด้วย ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า จังหวัดจันทบุรีมีการจดทะเบียนตั้งวิสาหกิจชุมชน ประมาณ 58 แห่ง หากเจาะจงเฉพาะแปรรูปผลไม้มีประมาณ 30 กว่าแห่ง “อนงค์ กุลเว่” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกุลเว่ไวน์ผลไม้ จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า เริ่มแรกตนและสามีชาวสวีเดนมาซื้อที่สวน 6 ไร่ของจังหวัดจันทบุรี เพราะชอบธรรมชาติ ปลูกผลไม้ผสมผสาน ทั้งเงาะ ลองกอง มังคุด มัลเบอรี่ สับปะรด สละ เป็นต้น โดยตั้งใจจะขายผลไม้ออร์แกนิก แต่ปรากฏว่าคนไม่ซื้อ ติว่าผิวไม่สวย ลูกเล็ก เราจึงเริ่มกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะเพิ่มคุณค่าให้กับผลไม้ออร์แกนิกแล้วมีตลาดรองรับ “ถ้าทำของเหมือนกันการแข่งขันจะสูง ดังนั้นเราต้องคิดนอกกรอบว่าเราชอบอะไร มุ่งมั่นจะทำอะไร สุดท้ายมาเกิดไอเดียว่าสามีซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ฝรั่งเศส
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นช่วงที่ทุเรียนของ จ.อุตรดิตถ์ ออกสู่ตลาดเป็นรุ่นแรก แต่กลับมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่า ซื้อทุเรียนจากร้านจำหน่ายทุเรียนริมข้างทางหลวงสาย 11 หรืออุตรดิตถ์-เด่นชัย จ.แพร่ ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทั้งซื้อทุเรียนทั้งพันธุ์หลงลับแล หลินลับแล ทุเรียนพันธุ์พื้นที่เมืองที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลก และพันธุ์หมอนทองที่วางขายตามร้านค้าดังกล่าว ส่วนใหญ่ร้องเรียนว่าเป็นทุเรียนอ่อน หลังลงพื้นที่ตรวจสอบก็พบว่า มีการนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายจริง ได้ทำการตักเตือนว่าห้ามนำมาจำหน่ายอีกหากฝ่าฝืนก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการ ขณะเดียวกันอีก 1 เดือนที่จะมาถึงนี้ทุเรียนรุ่นที่สองก็จะเริ่มออกสู่ตลาดแล้ว แต่คาดว่าจะมีจำนวนไม่มากเหมือนกับรุ่นแรก จึงต้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้พ่อค้าแม่ค้าทุเรียนได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มาก เพราะหากนำของไม่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคก็เท่ากับว่าทำลายอาชีพตัวเอง สุดท้ายก็จะไม่มีใครแวะซื้อทุเรียนที่จำหน่ายข้างทางอีกต่อไป “ช่วงนี้ก็ทำการ
ชาวสวนยางวอนเร่งช่วยเหลือ ราคาตกต่ำแม้พยายามปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้จากการปลูกพืชอื่นแซม โดยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือให้ราคาอยู่ที่ 60-70 บาท ซึ่งจะเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้เสนอรัฐเปิดจุดรับซื้อน้ำยางสดในราคาชี้นำตลาดทุกชุมชน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนยางในอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ยังคงนำน้ำยางสดมาจำหน่าย โดยเฉพาะชาวสวนยางที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์กองทุนสวนยางนั้น ในขณะนี้จะสามารถจำหน่ายน้ำยางสดได้ในราคาที่สูงกว่าราคาตามจุดรับซื้อน้ำยางทั่วไปอย่างน้อยกิโลกรัมละ 2 บาท โดยราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 42-44 บาท ส่วนราคาท้องถิ่นนั้นจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 38-40 บาท แต่ก็ยังคงเป็นราคาที่ถือว่าตกต่ำและประสบปัญหาขาดทุน นายไพโรจน์ ชุมนิรัตน์ เลขานุการสหกรณ์กองทุนสวนยาง จำกัด บ้านเก่าร้าง อำเภอคลองหอยโข่ง กล่าวว่า ราคายางพาราที่ตกต่ำลงนั้น ชาวสวนยางทำได้เพียงแค่การปรับตัว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว นอกจากนั้นก็ได้มีการปลูกพืชอื่นแซมยาง เพื่อเป็นรายได้เสริมบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะพืชผลบางชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล้วย อ้อย สับปะรด ทุเรียน เมื่อเกษตรกร
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากกรณีที่ราคาสับปะรดตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตเพิ่มขึ้นและออกสู่ตลาดพร้อมกัน เกินความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรชาวสวนต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นางทุเรียน รุ่งอรุณเนตร อายุ 51 ปี เจ้าของสวนส้มโอลุงจก ใน ต.บางสะแก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นสวนส้มโอรายใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม จึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลือชาวไร่สับปะรด ประกอบกับที่ผ่านมาเคยประสบความสำเร็จกับการย่างทุเรียนหมอนทองขาย จึงทดลองนำสับปะรดที่มีรสชาติเปรี้ยวไม่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด มาย่างบนเตาถ่าน ก็พบว่าให้รสชาติดี กลิ่นหอมหวาน แถมอร่อยและน่ารับประทาน อีกทั้งยังช่วยลดความเปรี้ยว จึงหันมาย่างสับปะรดขาย พร้อมกับส้มโอ และทุเรียน ที่บริเวณตลาดนัดวัดคริตส์ ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะมาซื้อสับปะรดย่างกันจำนวนมาก ทำให้สับปะรด 1 คันรถปิกอัพ หมดในเวลารวดเร็ว นางทุเรียนเปิดเผยว่า ตนเป็นเกษตรกรชาวสวนส้มโอ เข้าใจหัวอกเกษตรกรด้วยกัน เมื่อทราบปัญหาราคาสับปะรดของชาวไร่ราคาตกต่ำ ตั้งใจอยากช่วยเหลือ จึงใช้ประสบการณ์ในการย่างทุเรียนมาทดลองย่างสับปะรด ก็พบว่ามีก
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดโลกมีความต้องการใช้ยางพารามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศไทยส่งออกยางพาราในรูปแบบของวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้หลายครั้งที่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจของโลกมีการปรับเปลี่ยนก็จะส่งผลต่อราคายางด้วย โดยเมื่อเปรียบเทียบราคาย้อนหลังกลับไปจะเห็นว่า แนวโน้มของยางพาราปรับตัวขึ้นลงตามวงจรของเศรษฐกิจ ซึ่งจริงๆ แล้วสถานการณ์ในช่วงนี้มีความใกล้เคียงกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการขึ้นลงของราคายางจะมาจากปัจจัยต่างๆ คือ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน จะกำหนดกรอบราคาในแต่ละปี ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาใช้ยางในประเทศให้มากขึ้นแทนการพึ่งพิงการส่งออก นายธีธัชกล่าวว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาราคายางมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย ยางแผ่นดิบ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 50.97 บาท/กิโลกรัม ลดลง 1.16 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นรมควัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 53.13 บาท/กิโลกรัม ลดลงเพียง 0.98 บาท/กิโลกรัม เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคายางของประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่ง กยท.มองว่าราคาได้ผ่านวิกฤตที่ลดลงอย่างรุนแรงแต
“เคยคิดจะเลิกส่งออกใบตอง เพราะเป็นสินค้าให้ผลตอบแทนน้อยมาก ใช้กำลังคนหลายสิบคน แต่พอย้อนกลับมาดูยอดขาย จำนวนมันเยอะ เติบโตทุกปี 1-2 เปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าคู่แข่งทางการตลาดน้อย เนื่องด้วยกำไรต่ำ จึงไม่มีใครทำ แต่ตรงนี้ถือเป็นโอกาส” เปิดตลาดพืชผักผลไม้ จับจุดขายตามฤดูกาล พืช ผัก ผลไม้ของไทย อาทิ ทุเรียน กล้วย มังคุด พืชผักพื้นถิ่นและตามฤดูกาล ล้วนเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ อันเป็นผลมาจากชาวไทยจำนวนมากเข้าไปพำนักและสร้างธุรกิจกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับธุรกิจร้านอาหารไทย อีกทั้งในส่วนของชาวต่างชาติเองก็เริ่มให้ความสนใจอาหารไทยกันมากขึ้น “ใบตอง” แม้จะให้ผลตอบแทนด้านราคาขายต่ำ แต่ทว่ากลับทำยอดขายสูง จึงเปรียบเสมือนแม่ทัพนำพาสินค้าอื่นๆ ออกสู่ตลาด ในขณะเดียวกัน ใบตองก็เปรียบดั่งนายท้าย ช่วยปิดการขายให้ง่ายขึ้น ดร.นงนุช อธิพันธุ์อำไพ ผู้บริหารคนเก่ง แห่งบริษัท โอชาฟูดแพ็ค จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารสู่ตลาดสากล เล่าว่า เธอคือเจเนอเรชั่น 3 ที่ก้าวเข้ามารับช่วงกิจการ โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การอาหารมาเป็นแนวทางในการพัฒนา ซึ่งจุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากการปรับปรุงคุณภาพข้าวหอมมะลิระด
ชาวนาบัว จังหวัดขอนแก่น ยิ้มรับยอดสั่งซื้อพุ่ง ในช่วงเทศกาลสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา มีลูกค้ามาสั่งจองดอกบัวตั้งแต่ต้นเดือน มียอดสั่ง วันละ 5,000 ดอก จากเดิมไม่เกินวันละ 1,000 – 2,000 ดอก จนตอนนี้เก็บดอกบัวให้ไม่ทันตามยอดสั่งจอง วันที่ 5 ก.ค.2560 ที่ แปลงนาบัว บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางนิพาพร ขจรพิพัตน์ ชาวนาบัวกำลังเร่งเก็บดอกบัว กำลังช่วยกันเร่งเก็บดอกบัว พร้อมทั้งมัดดอกบัวให้เป็นกำ เพื่อส่งให้ทันลูกค้า ตามยอดสั่งกว่าวันละ 5,000 ดอก ซึ่งเป็นยอดสั่งจากลูกค้า ทั้งขาจรและขาประจำ มาสั่งให้เก็บให้ทุกวัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแล้ว ซึ่งตอนนี้บางวันเก็บดอกบัวได้ไม่ตรงตามยอดสั่งของลูกค้า เนื่องจากมีแรงงานมาช่วยเก็บน้อย เพราะแรงงานส่วนใหญ่ ไปดำนากันหมด เลยไม่สามารถจ้างแรงงานมาช่วยให้เก็บดอกบัวทันตามที่ลูกค้าสั่ง นางนิพาพร ขจรพิพัตน์ ชาวนาบัว บ้านศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ยอดสั่งซื้อดอกบัวบูชาพระในช่วงเทศกาลสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา มีลูกค้าสั่งจองดอกบัวล่วงหน้าตั้งแต่ต้นเดือนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งลูกค้าเจ้าประจำและลูกค้าทั่วไป โดยในช่วง
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา หรือ เสี่ยน้อย อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ที่บ้านตนเลี้ยงแพะจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ มีแพะอยู่จำนวนกว่า 2,000 ตัว ขายดีมาก โดยเฉพาะจีนและเวียดนามมีออร์เดอร์สั่งมาอย่างต่อเนื่อง โดยตัวหนึ่งจะมีน้ำหนักจาก 30-50 กิโลกรัมจำหน่ายจากราคาตัวละ 3,000-4,500 บาทหากเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์จะแพงกว่านี้และหากชำแหละเองขาย จะได้กำไรดีกว่าขายส่งเป็นตัวๆถึงครึ่งต่อครึ่ง คือหากขายตัวละ 3,000 บาทหากชำแหละก็จะขายได้กว่า 6,000 บาทเพราะขายเนื้อแพะกิโลกรัมละ 300 บาทขายรวมกันกับกระดูกที่ติดเนื้อไม่เอากระดูกออก เครื่องในและหนังแพะราคากิโลกรัมละ 250 บาท คนอีสานนิยมกินแพะในงานเลี้ยงต่างๆเช่นฉลองในงานไม่ใหญ่เท่าไรนัก เพราะราคาไม่แพง แต่หากจะซื้อวัวมาล้มก็ตัวละ 15,000บาท ขึ้นไปแต่ถ้าซื้อแพะก็ตัวละ 3000-4000 บาทก็กินกันอิ่มแล้วกว่า 20-30 คน และที่แปลกไปกว่านั้นคือคนอีสานมักจะชอบรับประทานเนื้อแพะกันสดๆ ทำชกเล็กก็สุดยอด โดยเฉพาะไข่หำกินกันดิบๆจะเพิ่มพลังทางเพศให้ชาย และที่สำคัญต้องถอดเขาแพะมาทำเป็นแก้วแล้วรินเหล้าขาวใส่ในเขาแพะแช่ไว้สัก 1-2 นาทียาจา
วันที่ 1 กรกฎาคม ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2560 โดยเก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนภาคครัวเรือน ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง เป็นเพศหญิง ร้อยละ 57.40 และเพศชาย ร้อยละ 42.60 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25-34 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.20 และมีระดับการศึกษาปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 32.10 ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาคครัวเรือนในพื้นที่ภาคใต้ เดือนมิถุนายน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนพฤษภาคม ส่วนหนึ่งมาจากผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่ราคาปรับตัวลดลงและผันผวนอย่างต่อเนื่องดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน โอกาสในการหางานทำ/ได้งานใหม่ รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องมาจากความผันผวนของราคาปาล์มน้ำมัน และยา
