News
ส.ป.ก. ผนึก GIZ ดำเนิน “โครงการนำร่องระบบสูบน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรในเขต ส.ป.ก” เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ลดต้นทุนด้านพลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นในอนาคต นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก) เปิดเผยว่า ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าจาก ระบบสายส่งเป็นหลัก ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงและก่อให้เกิดข้อจำกัดต่อความมั่นคง ด้านพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมักประสบปัญหาในการเข้าถึงแหล่งพลังงานที่มีความเสถียรภาพและต้นทุนต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว การแสวงหาแนวทางและรูปแบบการใช้พลังงานหมุนเวียน ที่เหมาะสมกับการเกษตรจึงเป็นแนวทางสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและทั้งผลักดันให้ภาคเกษตรกรรมของไทย มีความมั่นคงและยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคการเกษตร
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์, ตาก และอุตรดิตถ์) ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี จัดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Northern S1 Signature Expo 2026” ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงคู่ค้าข้ามภูมิภาค ยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เวทีสากล พร้อมชูไฮไลต์การจัดงานมิติใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Carbon Neutrality) ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานในพิธีเปิดและเจ้าของพื้นที่ กล่าวว่าจังหวัดชลบุรีมีความยินดีและภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ทั้ง 5 จังหวัด ซึ่งชลบุรีถือเป็นประตูบานสำคัญในการเชื่อมโยงสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีกำลังซื้อสูง และมีความหลากหลายของผู้บริโภค การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างภูมิภาค เป็นการนำความมหัศจรรย์จาก 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่างมาสู่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก “ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ชลบุรีจะ
กรุงเทพฯ 23 กรกฎาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด นำโดย นายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development (ที่ 4 จากซ้าย)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน เครือข่ายเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ สานต่อกิจกรรมปลูกต้นไม้จำนวน 555 ต้น ในโครงการ KUBOTA Forest For Life “คูโบต้าร่วมใจปลูกต้นไม้สร้างพื้นที่สีเขียว” ภายใต้แนวคิด “ปลูกรอด เปลี่ยนโลก” มุ่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าคืนสู่ชุมชน โดยมีกลุ่มชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-ห้วยตาดข่า เครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ในการดูแลต้นไม้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการปลูกต้นไม้จำนวน 50,000 ต้นทั่วประเทศ ภายในปี 2571 ณ บ้านโคกศรีแก้ว อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายนามผู้บริหารเรียงจากซ้ายไปขวา
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เสนอมุมมองผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศุภชัย เจียรวนนท์ – Suphachai Chearavanont ถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่สามารถแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนอย่างแท้จริง หากเราอยากพาประเทศไปสู่ Clean Economy หรือ Green Economy และแก้ปัญหาไฟป่าหรือฝุ่นจิ๋วในช่วงฤดูแล้งอย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญคือ “ต้องทำให้ป่ามีคุณค่าและมูลค่าที่ชุมชนจับต้องได้” ที่ผ่านมา ชุมชนรอบพื้นที่ป่ามักขาดแรงจูงใจในการดูแล เพราะประโยชน์ของป่าไม่เคยตกถึงมือพวกเขาอย่างจริงจัง เมื่อต้องดิ้นรนรอดชีวิต การทำเกษตรแบบเดิมหรือปล่อยให้เกิดไฟป่าจึงกลายเป็นวงจรวนซ้ำ คำถามคือ ทำไมเราไม่เปลี่ยนป่าให้เป็นสินทรัพย์ ทางออกหนึ่งที่ทำได้ทันทีด้วยเทคโนโลยีวันนี้ คือการทำ “Tokenization” ในเมื่อภาคเอกชนต้องการซื้อ คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Offset) และคนมากมายลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีที่อาจไม่มีสินทรัพย์จริงรองรับ ทำไมเราไม่สร้าง Digital Token ที่ผูกมูลค่าไว้กับการปกป้องป่าไม้ ถ้าเราเชื่อมโยงคุณค่าของป่าเข้ากับสินท
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบทยอยคลี่คลาย ขณะที่การส่งออกอาหารของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการอาหารพร้อมรับประทานและอาหารแปรรูปในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตเพื่อรับมือกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นจากประเทศคู่ค้า นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA Global) ผู้พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการค้า แต่ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การลดลงของต้นทุนเม็ดพลาสติก การขยายตัวของการส่งออกไทย การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร การยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ของประเทศคู่ค้า และแนวโน้มการเติบโตของตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารโลก ปัจจัยแรกคือ ต้นทุนวัตถุดิบเริ่มผ่อนคลาย หลังราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลง ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกหลายประเภทอ่อนตัวลงตาม ขณะที่ปริมาณเม็ดพลาสติกใน
Smile Melon Model เปลี่ยนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เผชิญปัญหาราคาตกต่ำ มาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นคุณภาพสูงในโรงเรือน โดยบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อรอบการผลิต แก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่ ส.ป.ก นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า เดิมเกษตรกรในพื้นที่ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ในพื้นที่จัดสรรที่ดินทำกินของ ส.ป.ก. มีอาชีพทำนา ปลูกผักบุ้งจีน แต่บางครั้งผลผลิตราคาตกต่ำ สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี เกษตรกรจึงมีความต้องการที่จะทดลองปรับเปลี่ยนปลูกพืชชนิดอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้สูงขึ้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้จัดโครงการเพื่อนำเกษตรกรไปศึกษาดูงานการปลูกเมล่อนที่ประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ และจัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น จากนั้นกลุ่มเกษตรกร จึงได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปศึกษาดูงาน มารวมกลุ่มกันเพื่อทดลองปลูกเมล่อน ภายใต้กลุ่ม Smile Melon ใช้ทักษะ ประสบการณ์ ต่อยอดและค่อยๆ พัฒนามา
ส.ป.ก. ดำเนินโครงการขับเคลื่อนงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมสู่มิติใหม่อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้จัดสรรที่ดิน” สู่ “ผู้มอบโอกาส” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงแหล่งทุน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ภารกิจเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรได้มีที่ทำกินเพื่อยังชีพอย่างพอเพียงและยั่งยืน โดยการปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครองในที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมตลอดถึงการจัดที่อยู่อาศัยในที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น โดยนำที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่รัฐซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินซึ่งมิได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นด้วยตนเอง หรือมีที่ดินเกินสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อจัดให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ และสถาบันเกษตรกรได้เช่าซื้อ เช่า หรือเข้าทำประโยชน์ และให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม การปรับปรุงทรัพยากรและปัจจัยการผลิต ตลอดจนการ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดตัว “ศูนย์ข้อมูลทางการเงินการบัญชีภาคสหกรณ์ไทย (COOP Financial Center)” เพื่อยกระดับภาคสหกรณ์ไทยสู่ยุคดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินการบัญชีอย่างเป็นระบบ สนับสนุนการบริหารจัดการและการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล เพิ่มความเชื่อมั่นและความโปร่งใสให้สหกรณ์ไทย วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องเดอะพอร์ทอลบอลรูม ชั้น 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) โดยเน้นการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยและการใช้ประโยชน์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการตรวจสอบและวางระบบบัญชี ได้นำข้อมูลด้านการเงิน การบัญชี และการสอบบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศซึ่งถือเป็นทุนข้อมูลสำคัญของประเทศ มาพัฒนาเป็นศูนย์ข้อมูลกลางที่สามารถวิเคราะห์ ติดตาม และเฝ้าระวังความเสี่ยงทางก
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เดินหน้าพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะเขือเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ 2 รสชาติ ได้แก่ น้ำมะเขือเทศ 100% และน้ำมะเขือเทศ 100% สูตรโซเดียมต่ำ พร้อมปรับเปลี่ยนฉลากใหม่สำหรับน้ำมะเขือเทศ ม็อกเทล ภายใต้แนวคิด “True to Nature แท้…อย่างที่ธรรมชาติเป็น” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ควบคู่กับการสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ที่ยึดมั่นในความเป็นธรรมชาติ และการสนับสนุนเกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี การพัฒนาในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น และการออกแบบฉลากใหม่ ที่สามารถสื่อสารจุดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ดอยคำที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วัตถุดิบจากเกษตรกรไทยจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ส่งถึงมือผู้บริโภค ดอยคำ ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมะเขือเทศที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายรูปแบบ ทั้งน้ำมะเขือเทศ 100% ที่ผลิตจากผลมะเขือเทศสดตามธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล ไม่แต่งสี และไม่แต่งกลิ่น เพื่อคงรสชาติและคุณประโยชน์จากมะเขือ
นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่องานด้านการประมงไทย ทรงหวงแหนธรรมชาติและสายน้ำ ทรงมีพระราชดำริจัดตั้ง “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำจืดของไทย” เพื่อศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่หายากและใกล้สูญพันธุ์แล้วปล่อยคืนสู่ธรรมชาติคืนความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ พร้อมทั้งเป็นแหล่งอาหารโปรตีนและสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ชนบท ซึ่งกรมประมงได้มุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยความสำเร็จครั้งสำคัญคือการเพาะขยาย “พันธุ์ปลากระโห้” สัตว์น้ำจืดทรงคุณค่าของไทย ด้วยวิธีผสมเทียมได้สำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2528 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมประมงได้ดำเนินการเพาะขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องเพื่อปล่อยพันธุ์ปลาคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและฟื้นฟูประชากรปลากระโห้ของประเทศไทย โดยในช่วงปีงบประมาณ 2566-2568 กรมประมงได้ปล่อยพันธุ์ปลากระโห้คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติรวม 90,100 ตัว และในปีงบประมาณ 2569 มีแผนการดำเนินงานปล่อยปลากระโห้จำนวน 60,200 ตัวเพื่อฟื้นฟูประชากรปลากระโห้ให้กลับมาอาศ
กรมชลประทานเดินหน้าผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ การศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อนำเสนอผลการศึกษา รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงรายละเอียดโครงการ ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นายสกุลเพชร พิกุลประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำคลองอีจ้อถือเป็นโครงการสำคัญที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้กรมชลประทานเดินหน้าสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการ ด้าน นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านการวางแผน) สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ในฐานะประธานกำกับการศึกษา เปิดเผยว่า จากการศึกษาภาพรวมของลุ่มน้ำคลองสวนหมาก พบว่าพื้นที่ประสบปัญหาหลัก 2 ด้าน คือ ภัยแล้งจากการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภค-บริโภค และ ปัญหาน้ำท่วม ทั้งจ
ภาคการเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ปี 2569–2570 ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทั้งปัญหาฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และปริมาณน้ำต้นทุนที่ลดลง ซึ่งอาจยืดเยื้อถึง 2 ปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งยกระดับศักยภาพ อาสาสมัครเกษตร (อกษ.) และ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้เป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่ เพื่อเสริมความพร้อมรับมือสถานการณ์และลดผลกระทบต่อเกษตรกร นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนาอาสาสมัครเกษตรในยุคปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการยกระดับศักยภาพรอบด้าน เพื่อก้าวสู่การเป็น “เกษตรกรอัจฉริยะ” ผ่านการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคีเครือข่าย ให้มีทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือดิจิทัล และทักษะด้านการบริหารจัดการน้ำที่ทันสมัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการพัฒนา
ท่ามกลางการเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพกำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การผลิต และนวัตกรรม ภาพดังกล่าวสะท้อนชัดเจนผ่านความสำเร็จของ International Healthcare Week 2026 มหกรรมด้านอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงสินค้า แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “แพลตฟอร์มเศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน ผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ให้บริการด้านสุขภาพจากทั่วโลกไว้ในพื้นที่เดียว โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมชมงาน 26,000 คน และเกิดเจรจาธุรกิจจากงานมากกว่า 5,700 คู่ค้า และยอดมูลค่าธุรกิจมากกว่าหมื่นสองล้านบาท เบื้องหลังความสำเร็จของงาน คือการวางกลยุทธ์ของ รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ (ประเทศไทย) ที่ผลักดันให้ 4 งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ได้แก่ CPHI South East Asia, World Health Expo (WHX) Bangkok, Medtec
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ร่วมติดตามคณะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสร่วมคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมพิธีลงนาม “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก” ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย กับสำนักงานศุลกากร แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคฉบับแรก ที่จะเป็นกลไกเสริมความเชื่อมั่นทางด้านการค้าสินค้าประมงระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรค และปูเส้นทางการส่งออกสัตว์น้ำชนิดใหม่ๆของไทยไปยังตลาดจีนในอนาคต นางฐิติพร เปิดเผยว่า การลงนามพิธีสารในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลจีนได้ปรับปรุงกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับสินค้านำเข้า โดยกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องผ่านการประเมินความเสี่ยง และจัดทำกรอบความตกลงด้านการกักกันและสุขลักษณะร่วมกันก่อนการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้กรมประมงได้เร่งเจรจากับ GACC อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เพื่อกำห
สำนักงาน กปร. เดินหน้ายกระดับการประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชู “ตัวชี้วัดเชิงวิชาการ” สะท้อนความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ยกพื้นที่ “ห้วยทราย” จังหวัดเพชรบุรี เป็นโมเดลความสำเร็จ พลิกฟื้นผืนป่าที่เคยเสื่อมโทรมจนเกือบเป็นทะเลทราย ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการจัดทำตัวชี้วัดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อยกระดับระบบการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ สะท้อนผลสัมฤทธิ์การพัฒนาได้อย่างชัดเจน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ การสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นางศศิพร ปาณิกบุตร รองเลขาธิการสำนักงาน กปร. พร้อมผู้เชี่ยวชาญ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และผู้แทนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอัน
นางประภัสสร คำผอง ผู้จัดการสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด จังหวัดสกลนคร เปิดเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดัน “นมวาริช” (Waris Milk) ผลิตภัณฑ์นมโคแท้ 100% ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) อย่างเป็นทางการว่า “นมวาริช” ถือเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 7 ของจังหวัดสกลนคร ในปี 2569 โดยเป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเริ่มต้นสร้างอาชีพมาตั้งแต่ปี 2505 ก่อนจะรวมกลุ่มและจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จำกัด อย่างเป็นระบบในปี 2535 ความโดดเด่นของ “นมวาริช” เริ่มต้นจากต้นน้ำที่เข้มแข็งด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เฉพาะตัว โดยผลิตจากน้ำนมดิบของแม่โคลูกผสมสายพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ซึ่งเลี้ยงดูตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ในพื้นที่ราบเชิงเขาและหุบเขาของเทือกเขาภูพาน อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เย็นสบายเอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ทั้งยังมีคว
ฟาร์มเฮ้าส์ แบรนด์ขนมปังยอดนิยมอันดับ 1 ที่อยู่คู่กับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนไทยในทุกๆ วัน ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการคว้ารางวัล Marketeer No. 1 Brand Thailand 2026 ในหมวดขนมปัง โดยครองคะแนนความนิยมสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งทั่วประเทศอย่างโดดเด่นถึง 47.64% จากผลการสำรวจความนิยมของผู้บริโภคโดยนิตยสาร Marketeer สะท้อนความเป็นผู้นำตลาดในตลาดขนมปังที่ได้รับความนิยมสูงสุด และตอกย้ำความผูกพันในฐานะแบรนด์คู่ใจที่เติมพลังชีวิตให้คนไทยมายาวนานถึง 44 ปี สถิติจากผลสำรวจเชิงลึกแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฟาร์มเฮ้าส์ที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงทุกเซกเมนต์ โดยได้รับความนิยมอย่างเหนียวแน่นทั้งในกลุ่มผู้บริโภคเพศชาย (47.59%) และเพศหญิง (47.69%) อีกทั้งยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคกลาง (49.50%) กรุงเทพฯ และปริมณฑล (47.85%) และภาคอีสาน (47.44%) นอกจากนี้ในด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์ ฟาร์มเฮ้าส์ยังคว้าคะแนนสูงสุดในด้าน “การเป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ” (4.46 คะแนน) และ “เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี” (4.40 คะแ
(กาฬสินธุ์) 18 กรกฎาคม 2569 – บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง และ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมธาตุอาหารพืช เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรระดับสากลส่งมอบสู่เกษตรกรไทย ภายใต้แนวคิด “ศรแดงคู่ยารา ผสานสองพลังคุณภาพ ยกระดับเกษตรกรรมไทย” โดยได้จัดงาน “ฟิลด์เดย์แตงโมพรีเมียม ยกระดับผลผลิตให้ยอดเยี่ยม” ณ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องแสดงผลลัพธ์ความสำเร็จของการผนึกกำลังในครั้งนี้ นายสิปปกร ถาวรวันชัย ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด และ นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด นายอิสระ วงศ์อินทร์ Head of Marketing บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เปิดเผยว่า “อีสท์ เวสท์ ซีด มีจุดยืนที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้ได้สุดยอดสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ตลาด อย่างไรก็ตามเมล็ดพันธุ์ชั้นเยี่ยมเปรียบเสมือนเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ที่จะแสดงศักยภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อได้รับเชื้อเพลิงที่ถูกต้อง นั่นคือ องค์ความรู้เรื่องธาตุอาห
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิงนโยบาย (Policy Forum) ต่อร่างข้อเสนอเชิงนโยบายการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM 2.5 ในภาคการเกษตรบนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมกว่า 160 คน เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ กรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และประธานอนุกรรมการวิจัยกล่าวว่า การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และขยายผลต้นแบบการปรับระบบเกษตรที่เหมาะสมกับบริบทภูมิสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นควัน PM 2.5 บนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างยั่งยืน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ค
สถานการณ์มะพร้าวแกงในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทย เมื่อแรงกดดันด้านอุปทานทำให้ราคามะพร้าวปรับตัวลดลง และเกษตรกรบางพื้นที่เผชิญปัญหาการระบายผลผลิตไม่ทันจังหวะตลาด กระทรวงพาณิชย์จึงขยับมาตรการเชิงรุก ทั้งการติดตามการรับซื้อในพื้นที่แหล่งผลิต การประสานล้งและโรงงานแปรรูปให้เข้ารับซื้อเพิ่มเติม การขอความร่วมมือให้ชะลอการนำเข้า และการดึงผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าช่วยดูดซับผลผลิต เพื่อพยุงราคาหน้าสวนและลดสต๊อกคงค้างในระบบ ล้ง-โรงงานเข้าซื้อ สต๊อกหน้าลานลด นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับรายงานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ถึงผลการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รับซื้อมะพร้าวผลแก่หรือมะพร้าวแกง หลังกรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศประสานล้งและโรงงานเข้ารับซื้อเพิ่มเติม ผลการติดตามพบว่า ล้งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานียังเข้าไปรับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายผลผลิตไปยังโรงงานปลายทาง ทำให้สต๊อกคงเหลือหน้าลานลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ แ
