Video Content
“เกษตรพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่เราปลูก มีกินมีใช้แน่นอน ผักนิด ผักหน่อย ก็ขายได้ ขายได้หมดเลยนะ ทำนิดเดียวยังขายได้เป็นเงินเป็นทอง พอค่ากับข้าว ทุกวันๆ มีออกทุกวัน แล้วได้ค่ากับข้าวทุกวัน ไม่ต้องชักเนื้อเลย” .
ปัญหาปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก พื้นที่การเกษตรขาดน้ำในช่วงฤดูแล้ง คือปัญหาหลักที่ชาวบ้านวังกุ่ม ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต้องเผชิญ แบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พื้นที่เกือบ 3,300 ไร่ เป็นที่ลุ่มแอ่งเหมือนก้นกระทะ ตั้งติดใกล้กับแม่น้ำยมส่งผลให้ในช่วงฤดูฝน (น้ำหลาก) น้ำเกิดหนุนเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเกือบทุกปี ความพยายามแก้ไขปัญหา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและชาวบ้านวังกุ่มได้ จนกระทั่งการสานพลังความร่วมมือ ของชาวบ้านและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ โดยการน้อมนำยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต ปัจจัยในการพัฒนาชุมชนเกิดความเข้มแข็ง จนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เริ่มต้นจากการลดรายจ่ายในครัวเรือน สนับสนุนให้ปลูกผักและผลไม้ไว้บริโภค เหลือจึงนำไปจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้เสริมที่เข้ามาช่วยสนับสนุนให้เกิดการออมเงิน นำมาพัฒนาความรู้ในด้านการประกอบอาชีพและรณรงค์ให้เกิดการทำปุ๋ยชีวภาพใช้ในชุมชนเอง ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เกิดจากการรู้ปัญหาของคนในชุมชนอย่างแท้จริง ทำให้การแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุด จนปัจจุบันบ้านวังกุ่มกลายเป็น “หม
ชีวิตที่สันโดษ และเรียนรู้อยู่กับธรรมชาติ เป็นวิถีชีวิตที่คนในชุมชนบ้านห้วยตองก๊อ ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี หมู่บ้านเล็กๆ ในโอบอ้อมของภูเขาแห่งนี้ ล้อมรอบไปด้วยป่าเขียวครึ้ม ผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่เป็นชาวปกาเกอะญอ ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายและมีชีวิตพึ่งพาผูกพันกับผืนป่า ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและชีวิตที่พึ่งพาผูกพันกับผืนป่า หาอยู่หากินด้วยผลผลิตที่หล่อเลี้ยงจากป่า แต่เมื่อการพัฒนาจากภายนอกเข้ามาได้เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้คนในชุมชน ต้องลุกขึ้นมาแก้ไขเรียนรู้และพัฒนาร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้บริบทของชุมชนที่ไม่กระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ หลังจากชุมชนเกิดการพัฒนา จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวชุมชนทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจให้กับคนภายนอกเกี่ยวกับวิถีชีวิต และการอาศัยพึ่งพิงธรรมชาติแบบอนุรักษ์ ซึ่งนอกจากการท่องเที่ยวชุมชนที่เกิดขึ้น จะสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิต “คนอยู่ร่วมกับป่า” ยังก่อให้เกิดการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างคนภายนอกกับคนในชุมชนกลายเป็นกุญแจที่เ
ต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน บ้านใครบ้านมัน ชุมชนแบ่งเป็น 3 โซน ต้นซอย กลางซอย ท้ายซอย เวลามีงานก็ทำใครทำมัน ส่งผลทำให้ชุมชนไม่เกิดการพัฒนา . ฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา นำมาซึ่งอาชีพ และรายได้ให้กับคนในชุมชนที่ตั้งอยู่กลางเมืองหลวง “ชุมชนราชทรัพย์บางซื่อ”
เมื่อชุมชนเกิดปัญหา รายได้ในชุมชนเริ่มไม่สอดคล้องกับรายจ่าย การระดมทุนเพื่อสร้างความร่วมมือจึงก่อเกิดขึ้นในชุมชน เริ่มต้นด้วยการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชน ต่อยอดพัฒนาสู่อาชีพที่คนในชุมชนถนัด สร้างมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
เริ่มจากปรับเปลี่ยนพื้นที่และเลือกปลูกพืชที่กิน ไปพร้อมกับการเปิดใจเรียนรู้และพัฒนาสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างคนในชุมชนและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ จนปัจจุบันกลายเป็นชุมชนที่พัฒนาตัวเองสามารถยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ควบคู่กับเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน สามารถเลือกซื้อผลผลิตสดๆ จากสวนด้วยตัวเอง สร้างทั้งรอยยิ้มและรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง
หลังจากความขัดแย้งระหว่างชุมชนและหน่วยงานภาครัฐได้รับการแก้ไข ชุมชนกลางผืนป่าแก่งกระจาน ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลายได้กลายเป็นขุมทรัพย์ที่หล่อเลี้ยงผู้คนที่อาศัยอยู่ในผืนป่า โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยภูเขาที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยและประกอบอาชีพในพื้นที่แห่งนี้ ภายใต้กระบวนการและกฎระเบียบเดียวกัน จนปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
