ไม้ดอกไม้ประดับ
…ต้นไม้ใหญ่ เอาขวานมาสับ ฉับฉับให้ลึก ไม้ค่อยสึก ค่อยทรุด จนโค่นลงพลัน แต่ใจเธอถูกคมลิ้นฉันเกี่ยวทุกวัน อัศจรรย์ไม่เคยสะท้านฤดี…ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่เคยนำมาประกอบคอลัมน์พฤกษากับเสียงเพลง ในหัวข้อ “พฤกษาหมอต้นไม้ แต่…คนไข้ไม่เคยมาหา” ลงในฉบับที่ 596 วันที่ 1 เมษายน 2558 ชื่อเพลง “รอนาทีสมรัก” ขับร้องโดย คุณมนูญ เทพประทาน จึงอยากจะประชดต้นไม้ใหญ่ แม้ไม่ทราบว่าเป็นไม้เนื้ออ่อนหรือเนื้อแข็ง แต่เมื่อไม้ถูกคมมีด คมขวาน สับ ยังค่อยๆ ทรุดโค่นลงได้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยยนต์ ต่อให้ใหญ่กี่คนโอบ มีหรือจะต้านน้ำมือมนุษย์ สงสัยอยู่เพียงว่าปุ่มปมของต้นไม้ใหญ่นั้น ใหญ่กว่าหัวใจมนุษย์ที่มีขนาดเพียงกำปั้นเท่านั้น ทำไมถึงทนคมลิ้นเกี้ยวได้โดยไม่สะท้านใจ แสดงว่าใจคนแกร่งกว่าต้นไม้ใหญ่กระนั้นหรือ ก็ต้องรอให้ถึงนาทีที่จะได้สมรัก น่าจะพนันกันว่า ต้นไม้หรือใจคน ไหนจะ “ทรุด” หรือ “ยอม” ก่อนกัน เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงวิชารุกขกรรม และรุกขกร ที่น่าจะเป็นผู้ “อารักษ์” ต้นไม้ได้ เพราะช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีพายุฝน ลมแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นโค่นล้มทำความเสี
ชื่อวิทยาศาสตร์ Magnolia coco (Lour) DC. ชื่อวงศ์ MAGNOLIACEAE ชื่อสามัญ Yi Hoop ชื่ออื่นๆ ยี่หุบหนู ยี่หุบน้อย เดี๊ยนเป็นคุณนายบ่าวตั้ง เขายกให้เป็น “มาดาม” ตั้งแต่เดี๊ยนเล่นหนังเป็นนางเอกเรื่อง “มาดามยี่หุบ” ต้องฝึกซ้อมวางมาดเป็นมาดามท่านฑูต ตอนเล่นหนัง คุณสรพงศ์ ชาตรี ยังอดขำไม่ได้เลย ฝีมือกำกับของ คุณกำธร ทัพคัลไลย คุณ ปิยะมาศ โมนยะกุล ก็ดังระเบิดเป็นพลุแตกตอนเดี๊ยนอยู่ที่บ้านนอกเป็นสาว ทุ่งบางปลาม้า เขาเรียกกันว่า อียี่หุบ ก็ไม่ค่อยยิ้มอยู่แล้วเลยติดนิสัย ไม่ยอมคลี่ยิ้มบานให้ใครเห็นง่ายๆ ดีนะที่มีเสน่ห์ตรงที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกสีขาวนวล คลาสสิคอย่าบอกใคร ที่บ้านนอก เดี๊ยนมีเพื่อนๆ ที่ชื่อแปลกๆ เหมือนกัน เช่น ยี่โถ ยี่เข่ง ยี่สุ่น พวกนั้นเขายิ้มเก่งเหมือนชื่อ เพราะคำว่า ยี่ เป็นคำกริยา แปลว่า ยิ้ม วันหลังจะแอบเอาเรื่องมาเม้าท์ความลับจับนินทาให้อ่าน เดี๊ยนจึงต้องทำตัวให้เหมือนชื่อ คือยิ้มแล้วหุบ ถ้าจะบานก็บานเพียงวันเดียว ช่วงเริ่มแย้มตอนเย็น และเริ่มบานตอนพลบค่ำ แล้วก็หุบตอนเช้า จึงไม่ค่อยมีใครมาเฝ้ามองตอนกลางคืน แต่สิ่งที่เดี๊ยนชดเชยไว้ให้คือความหอมนะ กลิ่นหอมจะมากขึ้นตอนบาน
ทุ่งดอกทานตะวัน จังหวัดลพบุรี เป็นแห่งแรกที่ได้รับการโปรโมทให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งมีแหล่งปลูกจะกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล ในทุกปีดอกทานตะวันจะบานสะพรั่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก ทานตะวัน เป็นพืชทนแล้งที่เกษตรกรนิยมปลูกหลังจากข้าวโพด เมล็ดทานตะวันจะมีสารอาหารที่มีคุณค่า นิยมใช้สกัดทำน้ำมันปรุงอาหาร หรืออบแห้ง เพื่อรับประทาน หรือใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง และนอกจากนี้ยังสามารถนำมาเลี้ยงผึ้งและเก็บเอาน้ำหวานจากรังผึ้งที่สร้างจากเกสรดอกทานตะวันเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง หมดข้าวโพด ต่อทานตะวัน คุณดาหวัน ห้องกระจก อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ที่ 9 ตำบลโคกตูม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ปลูกทานตะวันเสริมจากพืชหลัก ในทุกปีช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม หลังจากปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คุณดาหวันจะปรับพื้นที่และเตรียมดินเพื่อปลูกพืนรุ่นที่สองอย่างทานตะวันบนพื้นที่ 280 ไร่ การมองหาพืชรุ่นที่สองมาปลูกต่อจากพืชหลักในช่วงนั้นหาได้ยาก เพราะด้วยข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมและสภาพพื้นที่ แหล่งน้ำ อีกทั้
เข้าสู่ระยะที่มีอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกบางแห่ง อาจส่งผล กระทบต่อการปลูกดาวเรือง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกดาวเรืองให้เตรียมรับมือ 2 แมลงศัตรูพืช คือ หนอนกระทู้ผัก และแมลงวันหนอนชอนใบ มักพบได้ในดาวเรืองระยะติดดอก สำหรับหนอนกระทู้ผัก ระยะแรกจะพบมีหนอนที่ฟักออกมาจากไข่ใหม่ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่มแทะกินผิวใบ เมื่อหนอนโตมีขนาดใหญ่ขึ้น หนอนจะแยกกลุ่มย้ายออกไปกัดกินใบต้นอื่น ส่วนการเข้าทำลายของหนอนจะกัดกินใบ ก้าน และดอกของดาวเรือง ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้น หากพบการระบาดของหนอนกระทู้ผัก ให้เกษตรกรเก็บกลุ่มไข่และตัวหนอนมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จะช่วยลดการระบาดของหนอนกระทู้ผักลงได้ จากนั้น ให้ใช้เชื้อจุลินทรีย์ Bacillus thuringinesis อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร กรณีระบาดรุนแรง ให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงคลอฟูร์อาซูรอน 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเมททอกซีฟีโนไซด์ 24% เอสซี อัตรา 8 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารลูเฟนูรอน 5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารเดลทาเมทริน 3% อีซี อัตรา 20 มิลล
บานชื่น ชื่อวิทยาศาสตร์ Zinnia elegans Jacq. ถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก เป็นไม้ล้มลุก เป็นไม้ดอกฤดูเดียว ลำต้นสูงประมาณ 2 ฟุต ลักษณะลำต้นมีขน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบติดกับลำต้น ดอกมีหลายสี เช่น แดง ชมพู ขาว ส้ม เหลือง ม่วง และแสด แล้วแต่ชนิดของพันธุ์ ไม่มีกลิ่น นิยมปลูกเป็นไม้ประดับบ้านเรือนและปลูกเป็นกระถาง เนื่องจากปลูกง่ายเลี้ยงง่าย ให้ดอกสีสวยงาม สีสันสดชื่น เป็นไม้ที่ต้อง การแสงแดดจัด ต้องปลูกกลางแจ้งให้ได้รับแสงแดดโดยตรงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง เจริญเติบโตในดินทุกชนิด ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและปัก ชำยอด ที่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงโปรดดอกไม้ไทยและสนพระราชหฤทัยในการส่งเสริมดอกไม้ให้มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ จึงจัดทริปชมแปลงไม้ดอก “กระเจียว ปทุมมา” ซึ่งปัจจุบันสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และเป็นดอกไม้เศรษฐกิจส่งออกเป็นลำดับที่ 2 รองจากกล้วยไม้ ณ จ.เชียงใหม่ รศ.โสระยา ร่วมรังษี ผู้อำนวยการศูนย์บริการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เล่าว่า จากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพระราชดำริให้ทดลองปลูกไม้ดอกเมืองหนาวของต่างประเทศ นำมาสู่การศึกษาและพัฒนาพันธุ์ไม้ดอกจนเป็นศูนย์นี้เกิดขึ้น ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาสายพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวให้สามารถปลูกทนแดดทนร้อนในไทยได้ อาทิ แกลดิโอลัส ต่อมาได้พัฒนาสายพันธุ์ไม้ดอกไทยให้มีความสวยงามและแข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างดอกกระเจียวและปทุมมา ที่เดิมถูกมองเป็นดอกไม้ไหว้พระ เราก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้สามารถใช้ได้ในทุกโอกาส ลดการนำเข้าดอกไม้จากต่างประเทศที่มีมูลค่าถึง 500 ล้านบาทต่อปี เ
ขึ้นเหนือ…ไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ครั้งใด ก็คงหนีไม่พ้นการไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวดัง แวะจุดแลนด์มาร์คที่ต้องไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” พาชมศูนย์บริการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ส่องที่มาและเบื้องหลังการจัดงานสุดยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม ๘๕ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และเทศกาลวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. 2560 โดยศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม จะจัดงาน “ปทุมมาราชินีป่าฝน” Emporium The Queen of Tropical Rainforest ครั้งนี้จะมีการนำกระเจียวและปทุมมากว่า 2 แสนดอกมาจัดแสดงในวันที่ 9-14 ส.ค. นี้ โดย สุธาวดี ศิริธนชัย รองกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรี่ยม เล่าถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน “ปทุมมาราชินีป่าฝน” ในครั้งนี้ว่าต้องการน้อมนำพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ต้องการให้ผลผลิตจากดอกไม้สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จึงร่วมกับอุทยายนดอกไม้ เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร และน้อมนำพระราชดำรินั้นมาจัดงานเพพื่อเฉลิมพระเกียรติให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราช
“คนไทยก็มีความชาญฉลาด ที่นำการแพทย์อายุรเวทมาผสมผสานกับองค์ความรู้การแพทย์พื้นถิ่น แล้วปรับให้เหมาะกับภูมิอากาศ และทรัพยากรที่หาได้ ก่อเกิดเป็นการแพทย์แผนไทย และตำรับยาไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว” โดย ภญ. ผกากรอง ขวัญข้าว รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร คำขึ้นต้นในบทความ เรื่อง ยาสมุนไพร ภูมิปัญญาไทยแต่บรรพกาล ยาสมุนไพรนั้นไม่ต่างจากยาแผนปัจจุบันในแง่ที่ว่า เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นยาก็ย่อมมีทั้งคุณและโทษ ดังนั้น การใช้สมุนไพรก็อาจพบผลข้างเคียงและอาการแพ้ยาได้เช่นกัน” โดย ภก. ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร คำขึ้นต้นในบทความ เรื่อง สมุนไพรไม่ใช่ยาขม เข้าใจและเลือกใช้ให้เป็น ทั้ง 2 คำขึ้นต้นและรายละเอียดเนื้อเรื่องในบทความ ตีพิมพ์ไว้ในหนังสือ “คู่มือเภสัชกรรมสมุนไพร เล่ม 1 สมุนไพรไม่ใช่ยาขม” ได้บันทึกเรื่องน่ารู้ ก้าวสู่บทบาทเภสัชกรสมุนไพร จัดทำโดย สภาเภสัชกรรม สนับสนุนการพิมพ์โดย มหาวิทยาลัยพะเยา พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558 ได้รับหนังสือที่กล่าวถึงตอนต้นนี้ ในงานสมุนไพรแห่งชาติ เนื่องจากได้ร่วมกิจกรรมเล็กๆ น้อย โดยตอบคำถามสั้นๆ จากบู๊ธนิทรรศการของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดขึ้นที่เมืองทองธานี
“ชวนชม” หรือที่เรียกในภาษาจีน “ปู้กุ้ยฮวย” แปลว่า ดอกไม้แห่งความร่ำรวย คงจะเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่โปรดปรานของผู้อ่านหลายๆ คน เพราะชวนชม เป็นไม้ดอกที่มีสีสันสวยงาม รูปทรงโขดสวย ปลูกเลี้ยงง่ายให้ดอกทั้งปี มีโอกาสขยายตลาดได้กว้างเพราะเป็นสินค้าที่มีราคาไม่ค่อยแพง เชื่อว่า เมื่อเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี ) อย่างเต็มตัวในปี2558 ชวนชม จะกลายเป็นหนึ่งในสินค้าดาวเด่นที่มีลู่ทางส่งออกแจ่มใสไม่แพ้สินค้าเกษตรประเภทอื่นๆ ปัจจุบันชวนชม นับเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สร้างรายได้เข้าจังหวัดจังหวัดนครปฐม เกษตรกรผู้ปลูกชวนชมเชิงการค้าและเป็นงานอดิเรก รวมตัวกันจัดตั้ง “ ชมรมคนรักชวนชม จ.นครปฐม ” เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการปลูกเลี้ยงชวนชมให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ชวนชม และเผยแพร่ความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้ชวนชม ให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการเพาะเลี้ยงต้นชวนชมเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผู้สนใจจากทั่วประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมฯ แห่งนี้แล้วกว่า 200 ราย พันตรี ธนกฤต โพธิลา ประธานชมรมคนรักชวนชม จ.นครปฐม เล่าให้ฟังว่า ทางชมรมฯ ต้องการเผยแพร่ทักษะการดูแลชวนชมในลักษณะไม้บอนไซ
ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเลี้ยงกันในหลายพื้นที่ เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่มีรูปทรงสวยงาม สีสันสดใส ปลูกเลี้ยงง่าย มีหลากหลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นไม้ที่มีขนาดเล็ก ความสูงประมาณ 75-80 เซนติเมตร ตามกิ่งก้านและลำต้นมีขนละเอียด ใบเรียวรี ขอบใบหยัก ใบสีเขียวอ่อนๆ ทั่วทั้งใบ ดอกกลม กลีบใบซ้อนมีหลากหลายสี วิธีการปลูก ก่อนอื่นต้องคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะปลูก ว่าตอบสนองต่ออากาศ ปุ๋ยหรือไม่ เมื่อได้พันธุ์ที่เหมาะสม ปลูกภายในโรงเรือนขนาดความสูงประมาณ 2-3 เมตร ด้านข้างเปิดให้อากาศถ่ายเท ส่วนด้านบนใช้พลาสติกใส่ทำเป็นหลังคาป้องกันฝนและแดดในช่วงที่ไม่ต้องการแสง เบญจมาศเป็นไม้ล้มลุก ชอบอากาศเย็น ชื้น แต่ดินไม่แฉะ ห้ามให้ดินแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่า พอตัดดอกทิ้ง ต้องตีดินลงพันธุ์ใหม่ สวนเราจะมีต้นพันธุ์ ต้นพันธุ์จะไม่ปล่อยให้มีดอกแล้วเอายอด มาเพาะพันธุ์อย่างเดียว เราก็เด็ดยอดต้นพันธุ์มาชำให้เกิดราก แล้วนำมาปลูกในแปลง คุณภูธนะกล่าว การเตรียมแปลง ถ้าพื้นที่ปลูกอยู่บนภูเขาจะมีปัญหาตรงที่มีแต่ดินลูกรัง ให้แก้ปัญหาด้วยวิธีนำเอาขุยมะพร้าว แกลบ ขี้วัว เอามาลงในแปลง แล้วก็ตีดินผ
