ไม้ดอกไม้ประดับ
ดุสิตา หรือชื่ออื่น ดอกขมิ้น หญ้าข้าวก่ำน้อย ชื่อวิทยาศาสตร์ Utricularia delphinioides Thorelex Pellegr. เป็นพืชกินแมลงล้มลุกขนาดเล็ก อายุหนึ่งปี ใบเดี่ยวดูคล้ายหญ้า รูปแถบแคบ สามารถสร้างถุงจับแมลงที่โคนต้น ดอกออกเป็นช่อตั้งแทงขึ้นจากโคนต้น สูง 5-25 ซ.ม. แต่ละช่อมี 3-5 ดอก สีม่วงเข้มอมน้ำเงิน ขนาด 0.6-1 ซ.ม. ออกเรียงสลับ มีกลิ่นหอม ออกดอกเดือนส.ค.-ม.ค. ผลแบนทรงรี ภายในมีเมล็ดสีดำอมน้ำตาลขนาดเล็กจำนวนมาก เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชื้นแฉะ ชอบความชื้นสูงและอากาศเย็น แสงแดดเต็มวัน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด กระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และทวีปออสเตรเลีย ในธรรมชาติมักขึ้นรวมกันเป็นทุ่งบนลานหินที่มีแสงแดดตลอดวันและน้ำท่วมขัง หรือชายน้ำทางภาคอีสานและพื้นที่ ใกล้พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร เป็นดอกไม้ป่า 1 ใน 5 ชนิดที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 พระราชทานชื่อไว้
เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ พระแสงสำอางข้างเคียง เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องซ้องเสียง สำเนียงน่าฟังวังเวง กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง แตรสังข์กังสดาลขานเสียง กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พญาลอคลอเคียง แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง อีเก้งเริงร้องลองเชิง ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป เป็นบทอาขยาน ตัดตอนส่วนหนึ่งมาจากแบบเรียนภาษาไทย ในเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา โดยท่านสุนทรภู่ ซึ่งหาอ่านได้ในหนังสือ มูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ตั้งแต่ตำราเรียนภาษาไทยยังไม่มากอย่างนี้ และเชื่อว่าท่านผู้ใดที่ผ่าน “ป.3 หรือ ป.4” มาแล้วมากกว่า 40 ปี ต้องได้เคยท่องอาขยานบทนี้ทั้งชั้นในห้องเรียนก่อนกลับบ้าน แล้วปิดด้วยบทไหว้พระสวดมนต์ ซึ่งเชื่ออีกว่าเด็กนักเรียนสมัยนั้นมีจิตใจความรู้สึกละเอียดอ่อนจากวรรณกรรมอักษรที่ร้อยเรียงอารมณ์พรรณนาโวหารยิ่งนัก จากบรรยากาศที่ผ่านมา เชื่อว
ไผ่ เป็นพืชที่สามารถนำหน่อมากินได้แล้วนั้น ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไม้เพื่อเป็นไม้ค้ำยันในแปลงไม้ผล ตลอดจนนำส่วนต่างๆ ไปใช้งานที่หลากหลายถึงนับว่าเป็นไม้ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้มาก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำมาพัฒนาให้มีขนาดทรงพุ่มที่เล็กลง เพื่อใช้เป็นไม้ประดับก็เป็นอีกช่องทางที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้อีกด้วย คุณพรประภา ทาประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 137 หมู่ที่ 10 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่จำหน่ายพันธุ์ไผ่มาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ โดยได้มีการขยายพันธุ์กินหน่อจนพัฒนามาเรื่อยๆ จนเป็นไผ่ที่สามารถใช้ปลูกประดับบ้านเรือนได้ จึงเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดและสร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี จากอาชีพรับซื้อหน่อไผ่ สู่เกษตรกรจำหน่ายต้นไผ่ คุณพรประภา เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมามีอาชีพจำหน่ายพันธุ์ไผ่เหมือนเช่นทุกวันนี้ ในสมัยก่อนนั้นครอบครัวของเธอมีอาชีพรับซื้อหน่อไผ่หรือที่รู้จักกันดีคือหน่อไม้ เพื่อนำผลผลิตที่มีคนมาส่งจำหน่ายให้ตัดส่งให้กับโรงงาน ซึ่งการทำสายงานนี้จะมีหน่อไม้จำหน่ายในช่วงฤดูกาลเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งก็ไม
ปักษาสวรรค์ หรือ เบิร์ดออฟพาราไดส์ (Bird of paradise) ชื่อวิทยาศาสตร์ Strelitzia reginae Ait. ปัจจุบัน พบในเมืองไทยเพียงสายพันธุ์เดียว ดังในภาพที่นำมาแสดงให้ชม มีพืชลักษณะใกล้เคียงกันคือ เฮลิโคเนีย (อังกฤษ : Heliconia; ชื่อวิทยาศาสตร์ : Heliconia spp.) หรือธรรมรักษา ซึ่งเฮลิโคเนียในเมืองไทย ปลูกกันอย่างแพร่หลาย มีชนิดดอกเล็ก ดอกใหญ่ และดอกห้อยย้อย คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด เรียก เฮลิโคเนีย หรือ ธรรมรักษา ว่า “เบิร์ด” จริงๆ แล้ว คำว่า “เบิร์ด” ถ้าถูกต้อง ควรใช้กับ ปักษาสวรรค์ อย่างเดียว ซึ่งก็พบว่ามีลักษณะเดียว และปลูกไม่แพร่หลาย ขอบพระคุณ เจ้าของภาพ อาจารย์จักรกฤษณ์ ทัพบำรุง อาจารย์วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย
กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งคุณสุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จะมาเผยเทคนิคให้ได้นำไปปลูกกัน วางระบบการผลิต ให้น้ำ ให้ปุ๋ย เก็บจำหน่าย ส่งขายตลาด พื้นที่ 1 ไร่ คุณสุรีย์ บริหารจัดการวางแผนการปลูก หากิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพ ความสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มาปลูกลงหลุมที่มีความกว้าง 15 เซนติเมตร ลึก 10-15 เซนติเมตร โดยแต่ละต้นจะปลูกห่างกันประมาณ 60-70 เซนติเมตร ระหว่างแถวห่างกันประมาณ 150 เซนติเมตร ทำโคนพรวนดินประคองต้นไม่ให้ลม เมื่อเกิดลมพัดแรงๆ คุณสุรีย์บอกว่า หลังจากต้นกุหลาบเริ่มสร้างใบ ลำต้นจนสมบูรณ์ พร้อมที่จะให้ดอก ก็ใส่ปุ๋ยเร่งดอก (8-8-24) เดือนละ 2 ครั้ง (วันที่ 1 และ 15 ของเดือน) ควบคู่กั
หากเอ่ยถึงดอกไม้ที่เป็นสื่อแสดงถึงความรัก สิ่งแรกที่ทุกคนรู้จักขึ้นมาแรกๆ คงจะหนีไม่พ้นกุหลาบ ที่เป็นพรรณไม้ที่มีดอกเป็นเอกลักษณ์และมีสีสันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนเชยชมในบางสายพันธุ์อีกด้วย กุหลาบในปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ไปมาก ไม่แพ้ไม้ดอกชนิดอื่น จึงทำให้ตลาดจำหน่ายกุหลาบยังเติบโตและทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอย่างไม่ขาดช่วง ด้วยเป็นไม้ที่สามารถปลูกลงดินก็ได้ ปลูกใส่กระถางก็ดี จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อยๆ ปลูกตกแต่งตามอาคารที่มีพื้นที่น้อยได้ ให้ได้มีไม้ดอกได้เชยชม คุณจีรศักดิ์ ดวงพัตรา อยู่บ้านเลขที่ 18/1 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกกุหลาบเป็นอาชีพหลัก เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผู้ปลูกกุหลาบตัวยงก็ว่าได้ ซึ่งภายในสวนของเขาปลูกเลี้ยงทั้งกุหลาบอังกฤษ กุหลาบเลื้อย และกุหลาบอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของลูกค้ามากกว่า 50 ปีกันเลยทีเดียว เติบโตมากับการปลูกกุหลาบ คุณจีรศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า กุหลาบอาจถือว่าเป็นพรรณไม้ที่อยู่ในสายเลือดของเขาก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่จำความได้ก็เห็นกุหลาบเป็นไม้ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว โดย คุณจีร
น้าชาติ ประชาชื่น [email protected] น้าชาติ อยากทราบเกี่ยวกับดอกดาวเรืองค่ะ วรวรรณ ตอบ วรวรรณ ดาวเรือง ชื่อวิทยาศาสตร์ Tagetes erecta L. ชื่อสามัญ African marigold, American marigold, Aztec marigold, Big marigold จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า ดาวเรืองใหญ่, คำปู้จู้หลวง (ภาคเหนือ), พอทู (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), บ่วงซิ่วเก็ก (จีนแต้จิ๋ว), ว่านโซ่วจวี๋ (จีนกลาง), บ่วงลิ่วเก็ก เฉาหู่ย้ง กิมเก็ก (จีน) เป็นต้น เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองของเม็กซิโก จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุได้ราว 1 ปี ลำต้นตั้งตรงมีความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านมากที่โคนต้น ลำต้นเป็นสีเขียวและเป็นร่องทั้งต้น เมื่อนำมาขยี้จะมีกลิ่นเหม็น จึงทำให้แมลงไม่ค่อยมารบกวน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นหลัก (อาจใช้การปักชำก็ได้ แต่ต้นที่ได้จะมีขนาดเล็กกว่า) เจริญเติบโตได้เร็ว ชอบดินร่วน ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นปานกลาง ชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ดาวเรืองที่พบเห็นและปลูกกันมากในปัจจุบันมี 5 ชนิด ได้แก่ ดาวเรืองอเมริกัน (Tagetes erecta) ดาวเรืองฝรั่งเศส (Tagetes patula) ดาวเรืองนักเก็ต (Triploid Marigold) ดาวเรืองซิกเน
สาละลังกา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Couroupita guianensis ชื่อเรียกกันทั่วไปอีกชื่อคือลูกปืนใหญ่ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ เปลือกสีน้ำตาลแกมเทา แตกเป็นร่องและสะเก็ด ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง จุดเด่นของต้นสาละคือดอกที่สวยงาม มีสีชมพูอมเหลืองหรือแดง ด้านในมีสีม่วงอ่อนอมชมพู กลิ่นหอมมาก ช่อดอกยาวประมาณ 2-3 ฟุต ดอกทยอยบานจากโคนไปหาปลายช่อ ดอกบานเต็มที่กว้าง 5-10 ซ.ม. บานได้นานเป็นเดือน ผลแห้งทรงกลมใหญ่ ขนาด 10-20 ซ.ม. เปลือกแข็งสีน้ำตาลปนแดง เป็นที่มาของชื่อลูกปืนใหญ่ ข้างในมีเมล็ดจำนวนมาก แต่ผลสุกมีกลิ่นเหม็น ท่ี่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น ข่าวสด
ไม้ด่างเป็นพืชซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางธรรมชาติ แต่ความผิดปกติทางสายพันธุ์นี้เองกลับทำให้เกิดความแปลกแตกต่างกลายเป็นจุดเด่นจากสีเดิมๆ กลายเป็นแถบสี ลายจุดหรืออาจมีหลายสีสัน และลวดลายในใบเดียวกันที่แสดงอาการด่างตามส่วน ต่างๆ ทั้งลำต้นใบ และดอก จันผาด่าง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหินเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เหล่านักสะสมต้นไม้ต้องใช้เวลาแสวงหามาไว้เป็นของตนเองไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าก็ตาม ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาชื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยากอีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดั้งนั้นปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นว่างจำหน่ายอยู่ ปัจจุบันจันผาด่างมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีทั้งปลูกไว้ดูเล่นและปลูกเก็บสะสมพอมีปริมาณมากพอก็นำมาและแลกเปลี่ยน เช่น ลุงสวัสดิ์ เที่ยงตรง เกษตรกรที่เปลี่ยนจากอาชีพ ท
…ต้นไม้ใหญ่ เอาขวานมาสับ ฉับฉับให้ลึก ไม้ค่อยสึก ค่อยทรุด จนโค่นลงพลัน แต่ใจเธอถูกคมลิ้นฉันเกี่ยวทุกวัน อัศจรรย์ไม่เคยสะท้านฤดี…ฯลฯ เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่เคยนำมาประกอบคอลัมน์พฤกษากับเสียงเพลง ในหัวข้อ “พฤกษาหมอต้นไม้ แต่…คนไข้ไม่เคยมาหา” ลงในฉบับที่ 596 วันที่ 1 เมษายน 2558 ชื่อเพลง “รอนาทีสมรัก” ขับร้องโดย คุณมนูญ เทพประทาน จึงอยากจะประชดต้นไม้ใหญ่ แม้ไม่ทราบว่าเป็นไม้เนื้ออ่อนหรือเนื้อแข็ง แต่เมื่อไม้ถูกคมมีด คมขวาน สับ ยังค่อยๆ ทรุดโค่นลงได้ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยยนต์ ต่อให้ใหญ่กี่คนโอบ มีหรือจะต้านน้ำมือมนุษย์ สงสัยอยู่เพียงว่าปุ่มปมของต้นไม้ใหญ่นั้น ใหญ่กว่าหัวใจมนุษย์ที่มีขนาดเพียงกำปั้นเท่านั้น ทำไมถึงทนคมลิ้นเกี้ยวได้โดยไม่สะท้านใจ แสดงว่าใจคนแกร่งกว่าต้นไม้ใหญ่กระนั้นหรือ ก็ต้องรอให้ถึงนาทีที่จะได้สมรัก น่าจะพนันกันว่า ต้นไม้หรือใจคน ไหนจะ “ทรุด” หรือ “ยอม” ก่อนกัน เมื่อฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงวิชารุกขกรรม และรุกขกร ที่น่าจะเป็นผู้ “อารักษ์” ต้นไม้ได้ เพราะช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม มีพายุฝน ลมแรง ทำให้ต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้นโค่นล้มทำความเสี
