ไม้ดอกไม้ประดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรหมู่ที่ 8 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการปลูกกล้วยไม้ป่าพันธุ์พื้นเมือง โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดูแลง่าย และเหมาะกับสภาพอากาศในพื้นที่ อาทิ พันธุ์ตุ๊กตาแหม่ม และแกมะโต รวมทั้งกล้วยไม้ตระกูลเอื้อง เช่น เอื้องผึ้ง เอื้องสาย เอื้องผา นางระบำหางกระรอก รองเท้านารีสาย และอื่นๆ กว่า 1,000 ต้น จำหน่ายราคาต้นละ 150-399 บาท สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อปี ขณะเดียวกันผู้นำชุมชนยังได้ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกประดับหน้าบ้านเพื่อความสวยงาม อีกทั้งยังสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย นางปราณี ยอดชุม อยู่บ้านเลขที่ 305 หมู่ที่ 8 ตำบลอ่าวตง อำเภอวังวิเศษ กล่าวว่า ปลูกกล้วยไม้ตั้งแต่ปี 2553 และนับเป็นหมู่บ้านแห่งที่ 2 ในตำบลอ่าวตง ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านกล้วยไม้ไทย ซึ่งขายได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะพันธุ์ตุ๊กตาแหม่ม แกมะโต และ รองเท้านารี ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
การหากิจกรรมทำยามว่าง มักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ โดยไม่สนใจว่าผลที่เกิดขึ้นจะดีแค่ไหน เพียงต้องการสร้างความเพลิดเพลินและความสุขทางใจเป็นหลักมากกว่าที่จะได้ผลตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งแลกเปลี่ยนอื่นๆ ขณะเดียวกัน ถ้ากิจกรรมนั้นสามารถเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และมีรายได้เกิดขึ้นควบคู่ไปด้วยแล้ว ก็ถือเป็นความสุขขั้นสุดยอด ทั้งยังแฝงด้วยความภูมิใจควบคู่มาด้วย การปลูกต้นไม้ถือเป็นกิจกรรมยามว่างยอดฮิตสำหรับหลายคน ซึ่งการปลูกไม้แต่ละชนิด ถ้าผู้ปลูกรู้จักพืชชนิดนั้นลึกซึ้งเป็นอย่างดีก็น่าจะเกิดประโยชน์ แต่ถ้ารู้จักไม่ลึกซึ้งเท่าไรนักก็คงไม่ผิดกติกา คุณสมศักดิ์ อาศรัยจ้าว เป็นอดีตเกษตรจังหวัดหนองคาย ได้เกษียณราชการเมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา ตลอดเวลา 35 ปีที่รับราชการ เขาเป็นคนทุ่มเทให้กับการทำงานจนมีโอกาสย้ายไปเป็นเกษตรจังหวัดหลายแห่ง ถึงแม้ตอนนี้คุณสมศักดิ์จะเป็นเพียงผู้สูงวัยท่านหนึ่ง แต่เขากลับมีความสุขกับงานเกษตรหลายอย่างที่ตั้งใจว่าจะทำภายหลังหยุดทำงานแล้ว ลองมาดูว่า ชีวิตความรักที่ทุ่มเทให้การเกษตรที่เขาตั้งใจเลือกมายาวนานนั้น คืออะไร? คุณสมศักดิ์เรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ แม่โจ้
กระพ้อเงาะระงับกระจับบก กระทกรกกระลำพอสมอไข่ ผักหวานตาลดำลำใย มะเฟืองไฟไข่เน่าสะเดานา ( วรรณคดี: ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนลุแก่โทษ ) กะทกรก ชื่อวิทยาศาสตร์ Passiflora foetida L. เป็นไม้เถา เนื้ออ่อน มีมือเกาะ ใบป้อมเรียงสลับ แผ่นใบเว้าเป็น 3 หยัก มีขน ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ กลีบดอกด้านนอกสีเขียวอ่อน ด้านใน สีขาว มีกะบังรอบเป็นเส้นฝอยสีขาว โคนสีม่วงเรียง กันเป็นรัศมี ผลค่อนข้างกลม มีใบประดับหุ้ม เมล็ดมีเนื้อหุ้มลักษณะคล้ายเมล็ดแมงลักแช่น้ำ รสหวานปะแล่มๆ ต้นสดมีสารพิษเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ต้มสุกแล้วใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้บวม ใบใช้ตำพอกแผลเพื่อ ฆ่าเชื้อ แก้โรคผิวหนัง คั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อและขับพยาธิ ดอกใช้แก้ไอ ขับเสมหะ ผลดิบมีรสเบื่อ ผลสุกหวาน ใช้แก้ปวด บำรุงปอด รากใช้ต้มน้ำดื่มแก้เบาหวาน แก้ไข้ ที่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น
ดอกจานบานทั่วเมืองอำนาจเจริญสื่อความหมายย่างเข้าสู่หน้าแล้งเต็มตัว ล่าสุดป็นสินค้าที่สร้างรายได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะดอกจานเหลืองต้นละ 200บาท-3,000 บาทปลูกให้ถึงที่บ้านต้นใหญ่จาก 5,000-10,000บาท เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของคนอำนาจเจริญ นายทรงพันธ์ จันทร์สว่าง เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า ดอกจาน ต้นจาน จอมทอง หรือทองกวาว เป็นพืชชนิดเดียวกันในช่วงนี้ที่ จ.อำนาจเจริญบานสะพรั่งส่อให้เห็นว่าย่างเข้าสู่หน้าแล้งอย่างเต็มตัวสวยงามมากโดยเฉพาะอำนาจเจริญใช้ดอกจานเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด และในปีนี้ทางจังหวัดให้มีการรณรงค์ปลูกต้นจากทุกชนิดเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นต้นจานเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีคนนิยมซื้อไปปลูกที่บ้านเพื่อชมความงามของดอกจานเวลาหน้าแล้ง ดอกสีส้มจะมีราคาถูกกว่าดอกสีเหลือง ดอกจานที่เป็นดอกสีเหลืองราคาต้นละ 300-10,000 บาท แล้วแต่ขนาดของต้นมีการขุดมาชำและปลูกตามบ้านที่มีฐานะดีเป็นจำนวนมาก เพราะจังหวัดอำนาจเจริญเป็นจังหวัดที่นิยมปลูกต้นจานมากที่สุดในประเทศไทย เพราะดอกจานที่มีดอกสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด หายากและมีการเพาะพันธุ์ยากกว่าจานส้ม จึงทำให้มีราคาแพง ด้านนายสิริรัฐ
ชวนชม เป็นพรรณไม้ที่มีลำต้นบิดงอไปตามจังหวะ ลำต้นสูงประมาณ 3-6 ฟุต สีเขียว เป็นไม้ที่มีลำต้นอ่อนและอมน้ำ ใบมีสีเขียว ลักษณะของใบจะแข็ง ผิวใบเป็นมัน ตรงเส้นกลางใบเดินด้วยเส้นสีเขียวเห็นได้ชัดเจน ใบมนรี ปลายใบมน โคนใบสอบ ใบจะแตกออกตามปลายของกิ่งก้าน ดอกของชวนชมมีลักษณะเป็นรูปแตร ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ดอกมีสีชมพู มีกลีบดอกอยู่ 5 กลีบ ออกตรงบริเวณยอดของก้านต้น ชวนชมเป็นพืชที่มีความทนต่อความแห้งแล้ง เพราะลำต้นอุ้มน้ำได้ดี ปลูกได้ในที่กลางแจ้ง ต้องการความชื้นปานกลาง ชอบดินร่วนซุย คุณสมาน ดวงอานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการปลูกชวนชมเป็นอย่างมาก ในตอนแรกมีความคิดแค่จะปลูกไว้เพื่อความสวยงามเป็นไม้ประดับ แต่กลับเป็นไม้ที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้ในเวลาต่อมา เกษตรกรเลี้ยงโคนม ผู้หลงใหลในชวนชม คุณสมาน เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเลี้ยงโคนมมาตั้งแต่ปี 2540 ต่อมาได้มีโอกาสไปชมงานประกวดเกี่ยวกับชวนชม จึงเกิดความชื่นชอบอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อเห็นดอกของชวนชมที่ออกมาชวนหลงใหล จึงตัดสินใจที่อยากจะปลูกตั้งแต่นั้นมา “ตอนนั้นปร
“แล้วลดเลี้ยวเที่ยวไปบันไดอิฐ ต่างเพลินพิศเพิงผารุกขาเข้า จิกจันทน์แจงแทงทวยกรวยกันเกรา โมกแมงเม่าไม้งอกซอกศิลา” ( นิราศเมืองเพชร : สุนทรภู่ ) โมกเป็นไม้พุ่ม สูง 2- 5 เมตร ถิ่นกำเนิดในพม่า เวียดนาม เขมร มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ชื่อพฤกษศาสตร์ Wrightia religiosa Benth. ex Kurz เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ มีจุดสีขาวทั่วไป ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ตรงข้ามรูปไข่หรือรูปรี โคนและปลายแหลมหรือมน สีเขียวเป็นมัน ดอกช่อเล็กสีขาว โคนกลีบดอกเชื่อมกันเล็กน้อย กลีบดอก 5 กลีบ ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ตามปลายกิ่ง ช่อละ 5-7 ดอก กลิ่นหอมเวลาเย็นและกลางคืน ผลเป็นฝักคู่ ปลายโค้งเข้าหากัน เมล็ดจำนวนมาก ชอบขึ้นในที่ชุ่มชื้น ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ประโยชน์ รากใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้พิษสัตว์กัดต่อย ใบใช้ขับน้ำเหลือง ดอกเป็นยาระบาย เปลือกเป็นยาเจริญอาหาร รักษาโรคไต ยางจากต้นแก้บิด มักปลูกเป็นไม้ประดับ ที่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Heliconia spp ชื่อวงศ์ HELICONIACEAE ชื่ออื่นๆ เฮลิโคเนีย ก้ามกุ้ง ก้ามกั้ง ก้ามปู ธรรมรักษา ถ้าคุณเคยได้ยินชื่อภูเขา Helicon ตามเทพปกรณัมกรีก ซึ่งเป็นที่สถิตของเทพธิดา ๙ องค์ แต่ละองค์นอกจากมีความสวยงามเป็นอมตะแล้ว ยังเป็นองค์อุปถัมภ์ของศิลปะแขนงต่างๆ เช่น เทพธิดาแห่งความรัก เทพธิดาแห่งดนตรี และ กาพย์ กลอน เทพธิดาแห่งดาราศาสตร์ ฯลฯ เชื่อว่าคุณต้องรู้จัก เคยเห็น หรือเคยได้ยินชื่อ เฮลิโคเนีย ไม้ดอกที่มีความสวยงามและแกว่งไกวดั่งเทพธิดา สดชื่นสวยงามอยู่ได้นาน ทั้งงามอวดช่อชูห้อยบนต้น ในกระถาง ในแปลงปลูก หรือในแจกัน ดังคุณลักษณะของเทพธิดาทั้ง ๙ องค์ หนูเป็นเพียงเทพธิดาองค์น้อยที่ผู้คนหลงใหล ปลูกไว้ในบ้านประดับแปลงเป็นสิริมงคล ให้ความสุขทั้งสายตาและความหมายของชื่อไทยๆ ที่เรียกกันว่า “ต้นธรรมรักษา” เพื่อจะให้สมาชิกในบ้านมีความสุข ได้ช่วยปกป้องภยันตรายทั้งปวง ด้วยชื่อที่เป็นมงคลเคียงคู่กับต้นพุทธรักษา แม้ว่าหนูจะเป็นเทพธิดาจากสิงขร แต่ก็แปลกที่ความสวยงามของหนูมีช่อดอกทั้งชูตั้งและห้อยก้าน ช่อต่อกัน ระหว่างใบประดับ (Bract) ที่มีสีสันทั้งแดง เหลือง ส้ม แสด ชมพู แม้แต่สีเขียวก็มี
“วันรักษ์กล้วยไม้ เมืองตราด ครั้งที่ 4” จัดวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2560 โดย องค์การบริหารส่วนตำบลเขาสมิง และสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดตราด การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด ร่วมกับ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยบ้านวังตัก แม้ว่าจะเป็นงานเล็กๆ ในระดับอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล แต่ด้วยความเข้มแข็งของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยบ้านวังตัก ที่มีใจอนุรักษ์กล้วยไม้อย่างแท้จริง ทำให้หลังการจัดงานครั้งที่ 1 ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน และได้พัฒนางานเป็นงานระดับจังหวัดตราดอีกงานหนึ่ง หากใครสนใจรักกล้วยไม้ ต้องห้ามพลาด และก่อนถึงงานประกวดกล้วยไม้ เรามาดูกันว่าสมาชิกวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยบ้านวังตัก เขาตระเตรียมอะไรเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนอย่างไรบ้าง เรือนกล้วยไม้หน้าบ้าน สวนผลไม้หลังบ้าน สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เปิดให้ชม คุณระพี ทั่งทอง หรือ “คุณโอเล่” วัย 41 ปี บ้านเลขที่ 205 หมู่ที่ 9 ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด กรรมการวิสาหกิจชุมชน กลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้ไทยบ้านวังตัก กล่าวว่า อาชีพ
กุหลาบ เป็นไม้ดอกที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นการค้าทั่วโลก และเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อและจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดประมูลดอกไม้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ อัลซเมียร์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นตลาดการประมูลดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกกุหลาบเพื่อตัดดอก อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครปฐม ชลบุรี กาญจนบุรี ฯลฯ กุหลาบนอกจากจะปลูกสำหรับตัดดอกเพื่อจำหน่ายแล้ว ยังมีการปลูกจำหน่ายทั้งต้นพร้อมดอก ให้กับผู้ที่ชื่นชอบการปลูกเลี้ยงกุหลาบไว้ดูเล่น เพื่อเป็นไม้ดอกกระถางตกแต่งบ้านเรือน ได้เชยชมและดมดอกที่มีกลิ่นหอมตลอดทั้งปี คุณปาริชาต ธีรธรรมานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 545 หมู่บ้านโป่งแมว หมู่ที่ 8 บ้านตะโกล่าง ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นเจ้าของสวนกุหลาบ สวนผึ้งโรซาเรี่ยน เธอมีความชื่นชอบในการปลูกเลี้ยงกุหลาบ เพราะหลงในเสน่ห์อันน่าเชยชม ทำให้กุหลาบที่เธอปลูกจึงเป็นเสมือนตัวแทนความรักที่ส่งต่อให้กับลูกค้า ซึ่งกุหลาบที่เธอปลูกภายในสวนไม่ได้เป็นอาชีพที่ทำรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขในวิถีการประกอบอาชีพของเธออี
ดอกมณฑารพ เป็นดอกไม้ทิพย์ที่โปรย ปรายลงมาบูชาพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน ในบาลีบันทึกไว้อย่างนี้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปถึงเมืองกุสินาราได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า “อานนท์ เธอจงจัดตั้งที่นอนระหว่างต้นสาละคู่ มีศีรษะไปทางทิศเหนือ เราลำบากกายนัก จักนอน” ลำดับนั้นพระพุทธองค์ทรงประทับสีหไสยาสแล้ว “มีอัศจรรย์ดอกสาละผลิผิดฤดูกาล โปรยลงมาบน พระสรีระ ดอกมณฑารพ จุรณ์จันทร์ไม้จันทร์ ดนตรีล้วน” ดอกมณฑารพ เป็นดอกไม้ทิพย์ที่ไม่มีในโลกมนุษย์ และจะปรากฏเฉพาะตอนที่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกับพระพุทธเจ้า เช่น ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน วันจาตุรงคสันนิบาต และวันที่ทรงแสดงพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร เป็นต้น ซึ่งเทพเทวดาจะ บันดาลให้ดอกมณฑารพตกลงมาจากเทวโลก เรื่องของดอกไม้ทิพย์ มณฑารพนี้ยังมีอีกคือ เมื่อพระมหากัสสปะ อัครสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้าผู้เป็นประธานในการทำสังคายนาพุทธศาสนาครั้งที่ 1 ตั้งใจจะไปเฝ้าพร้อมภิกษุ บริวาร 500 องค์ ได้เห็นนักบวชนอกศาสนาคนหนึ่งซึ่งมาจากเมืองกุสินารา ถือ “ดอกมณฑารพ” ที่ผูกติดกับกิ่งไม้ต่างร่มเดินสวนทางมา พระมหากัสสปะจึงได้สอบถามข่าวคราวของพระพุทธองค์จากนัก
