ไม้ดอกไม้ประดับ
กล้วยไม้สกุลหวายของประเทศไทย นอกจากจะเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศแล้ว แม้แต่ในประเทศไทยเองก็เป็นที่นิยมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นต้นพันธุ์หรือแม้แต่ช่อดอก เพราะดอกกล้วยไม้จะขาดเสียไม่ได้ในการนำมาจัดงานเทศกาลหรืองานประจำปีต่างๆ จึงเป็นไม้ดอกที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จบ จึงเกิดงานที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เป็นอย่างดี คุณสมประสงค์ คุ้มเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่สนใจปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สกุลหวายเพื่อตัดดอกขาย เพราะกล้วยไม้สกุลนี้สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี จึงเป็นไม้ที่นิยมปลูกกันมากในเชิงการค้า จากสวนไม้ผล เปลี่ยนเป็นสวนกล้วยไม้ คุณสมประสงค์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพทำสวนฝรั่งและสวนมะนาว ซึ่งราคาของไม้ผลเหล่านี้ไม่ดีมากนัก จึงมีความคิดอยากจะเปลี่ยนทำพืชชนิดอื่น โดยเห็นญาติพี่น้องทำสวนกล้วยไม้อยู่ จึงพลิกสวนไม้ผล มาเริ่มทำสวนกล้วยไม้อย่างจริงจังเมื่อปี 2552 “ราคาไม้ผลสมัยก่อนนี่ไม่ดี ฝรั่งก็ตายต้น ยิ่งมะนาวพอเรามีลูกดกๆ ราคาก็ถูก พอราคาแพงก็ไม่ค่อยมีลูกให้เก็บขาย ก็เริ่มท้อไม่อยากทำสวนไม้ผล ซึ่งตอน
ชมความงดงามของกล้วยไม้กว่า 30,000 ต้น ที่ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้จัดแสดงไว้เต็มพื้นที่ของเรือนกล้วยไม้ต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาชมงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่จะจัดยาวจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560 พบกับปะติมากรรม ต้นไม้ของพ่อ ที่ประดิษฐ์จากกล้วยไม้ออนซิเดียมสีเหลืองทั้งต้น และยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอยู่หลายจุด รวมทั้งกล้วยไม้ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสมที่กำลังบานสะพรั่งมีสีสันสวยงามท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้ชมเป็นอย่างมาก สำหรับ “งานอุทยานหลวงราชพฤกษ์”(ROYAL PARK RAJAPRUEK)” ภายใต้ชื่องาน “เมื่อดอกไม้ในสวนของพ่อบาน…เรียนรู้ เดินตาม งานของพ่อ” นั้น มี 9 จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดชม อาทิ นิทรรศการ 7 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา ณ หอคำหลวง/ ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่/ เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิโครงการหลวง ดั่งคำขวัญที่ว่า “โครงการหลวง ช่วยชาวเขา ช่วยชาวเรา ช่วยชาวโลก”/ ล้านเหตุผลที่คนไทยรักในหลวง ร.9 / ร่วมรังสรรค์ สร้างสังคมที่ดีผ่านหน่วยงานภาคี/ ชมไม้ดอกเมืองหนาวนับล้านดอกจากม
หลังจากที่โลกของเราถือกำเนิดขึ้น ก็ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างยาวนาน และบนห้วงเวลาที่ดำเนินไปคล้ายกับว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ก็ได้สร้างวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตอันเหลือที่จะนับจำนวนได้ขึ้นมา บางอย่างหายสูญไปกับสัจธรรมของความไม่เที่ยง บางอย่างปรับเปลี่ยนรูปร่างเพื่อให้อยู่รอด ดังนั้น บนการเดินทางของสายวิวัฒนาการนี้ย่อมพิสูจน์ว่า สิ่งที่อยู่รอดผ่านมาจนถึงบัดนี้ได้นั้นไม่ใช่ชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่สามารถปรับตัวได้เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองต่างหาก…และหนึ่งในจำนวนนับอนันต์นั้น กล้วยไม้ ก็คือความมหัศจรรย์ที่โลกได้มอบไว้ให้เราได้ชื่นชม กล้วยไม้ คือพืชในวงศ์ Orchidaceae ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกบนโลกราว 65 ล้านปีก่อน หรือหากหลายคนพอจะจำได้พวกมันมีบรรพบุรุษที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับไดโนเสาร์เลยทีเดียว บนสายวิวัฒนาการที่มีความซับซ้อนนั้นสามารถเชื่อมโยงสรรพชีวิตเข้าไว้ด้วยกันบนความสัมพันธ์ของจุดกำเนิดอย่างแยบยล สิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนประหลาดใจมากเมื่อพบกับพืชบางชนิดในสกุลอื่นที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกล้วยไม้มากจนน่าประหลาดใจ บางชนิดก้ำกึ่งอยู่ระหว่างหญ้ากับกล้วย
จังหวัดนครพนม มีพื้นที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ มีชื่อเสียงระดับประเทศหลายปีซ้อน เกษตรกรจะนิยมเพาะปลูกข้าวนาปีและนาปรังเป็นพืชหลัก เพราะมีระบบส่งน้ำชลประทานในหลายพื้นที่ รองลงมาเป็นใบยาสูบที่ปลูกกันตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง และปลูกต้นยางพารากระจายในหลายอำเภอ แต่ยังมีเกษตรกรคนหนึ่งคือคุณลุงวัยกว่า 70 ปี คนขยัน เพาะชำต้นโป๊ยเซียนไม้ดอกไม้ประดับกว่า 100 สายพันธุ์จำนวนมากกว่า 20,000 กระถาง ทำเงินในช่วงต้นฤดูฝน มีพ่อค้าแม่ค้าจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน และชาวลาวมารับซื้อถึงสวน ทำเงินเป็นล่ำเป็นสัน สร้างงาน สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน 15 คน ที่มารับจ้างหลังเพาะชำพืชผักสวนครัวไว้ขายอีกด้วย คุณลุงสมชาติ ปิ่นทอง อายุ 72 ปี กล่าวว่า พื้นเพตนเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ เรียนจบจากแม่โจ้ รุ่น 26 มารับราชการเป็นหัวหน้าอนุรักษ์ดินและน้ำ ศูนย์พัฒนาที่ดินจังหวัดนครพนมตั้งแต่ปี 2509 จนปัจจุบันอาศัยอยู่ที่นครพนมนานถึง 50 ปี หลังลาออกจากราชการได้ 10 ปี เพื่อมาทำสวน โดยตนจะเปิดอินเตอร์เน็ต ศึกษาการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักสวนครัว ลองผิดลองถูก จนมีความชำนาญ รู้แทบจะทุกเรื่องเก
ดาวกระจาย กับ ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่จัดอยู่ในวงศ์เดียวกัน คือ คอมโพซิเต้ หรือ คอมโพซิเตอี้ (COMPOSITAE) ดาวกระจาย เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ใบสีเขียวแยกเป็นแฉก ออกดอกเดี่ยว มีก้านยาว ดอกมีหลายสี ตั้งแต่สีขาว เหลือง ชมพู และส้ม ดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 5 เซนติเมตร แต่ละดอกมี 8 กลีบ หรือ 8 แฉก ของปลายกลีบ เป็นรอยหยัก เจริญเติบโตดีในที่โล่งแจ้ง หากปลูกเป็นแถวเป็นแนว หรือเป็นกลุ่ม เมื่อออกดอกพร้อมกันแลดูสวยงามสะดุดตา ดาวกระจายชอบดินร่วนซุย มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเป็นวิธีที่ดีที่สุด ดาวเรือง เป็นไม้ล้มลุกเช่นเดียวกับดาวกระจาย ต้นเป็นพุ่มเล็กๆ สูง 30-60 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ ใบเป็นฝอยสีเขียว ออกเรียงสลับกันเป็นคู่ ดาวเรืองมีหลากหลายสายพันธุ์ เนื่องจากมีการปรับปรุงพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ ดอกมีทั้งชนิดกลีบซ้อน และไม่ซ้อน ดอกมีหลายสี เช่น สีเหลืองส้ม และแสด ดาวเรืองออกดอกเก่ง และเป็นไม้ที่มีน้ำอดน้ำทนดี แม้ปลูกในเขตร้อน มีแดดจัดก็ยังให้ดอกได้ดี แต่ดินต้องอุดมสมบูรณ์ และไม่ต้องการน้ำมาก ปลูกง่าย การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดดีที่สุด แม
สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย กระทุ้งกระทรวงเกษตรฯ เร่งยื่นคัดค้านต่างชาติฉกจดสิทธิบัตร”ลิ้นมังกร” เป็นพันธุ์พืชในสหรัฐ-อียูซ้ำรอย “จัสมินไรซ์” ผู้ประกอบการหวั่นไทยสูญเสียตลาดส่งออกไม้ประดับเบอร์ 2 รศ.ดร.สุรวิช วรรณไกรโรจน์ นายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาคมได้ทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการปกป้องสิทธิพันธุ์พืช “ต้นลิ้นมังกร” (Sansevieria cylindrica “Boncel”) ซึ่งพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปของไทย หลังจาก Johannes Wilhelmus Maria Scheffers ชาวเนเธอร์แลนด์ได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชนี้ที่สำนักงาน Community Plant Variety Office (CPOV) ในสหภาพยุโรปตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 จากก่อนหน้านี้ที่บุคคลดังกล่าวได้ยื่นจดคุ้มครองสิทธิบัตรพันธุ์พืชนี้ไปแล้วในสหรัฐ (Sansevieria cylindrica “SAN201202”) เมื่อเดือนกันยายน 2557 ส่งผลกระทบทำให้ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถส่งออกลิ้นมังกรไปยังตลาดสหรัฐได้ ขณะที่การเพิกถอนสิทธิบัตรทำได้ยาก และมีค่าใช้จ่ายสูงทำให้ไทยต้องเสียตลาดส่งออกพันธุ์พืช
ผู้สื่อข่าวสืบทราบว่ามีเกษตรกรในจังหวัดพัทลุง ปลูกดอกหน้าวัวขาย มีรายได้จำนวนมากเลี้ยงครอบครัว จึ่งเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยผู้สื่อข่าวพบกับ นายอธิคม ขุนแก้ว เกษตรกรวัย 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 426 หมู่ที่ 6 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สมาชิกยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง เกษตรกรผู้ปลูกดอกหน้าวัว นายอธิคม กล่าวว่า ดอกหน้าวัว เป็นไม้ตัดดอกที่นิยมปลูก และขายกันมากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ มีหลากหลายสี และมีสีสันสดใส ไม่เหี่ยวง่าย สามารถประดับได้นาน 15-20 วัน นิยมนำมาจัดแจกัน จัดซุ้มประดับตามโรงแรม จัดซุ้มประดับงานในวาระสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นไม้ดอกที่ตลาดมีความต้องการสูง เป็นอาชีพที่น่าลองอีกอาชีพหนึ่ง ซึ่งตนได้ใช้พื้นที่ 100 ตารางวา ปลูกดอกหน้าวัวเมื่อปี 2558 จำนวน 500 ต้น โดยใช้พันธุ์ดวงสมร ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อโรค นายอธิคม เล่าว่า การปลูกดอกหน้าวัวเป็นงานที่ไม่ยากและไม่ง่าย ถ้าคิดจะปลูกต้องมีใจรัก เริ่มแรกให้ปรับพื้นที่ให้เรียบ ปูพื้นด้วยทรายขี้เป็ด หนา 10 เซนติเมตร เนื่องจากทรายขี้เป็ดจะเป็นตัวเก็บความชื้นได้ดี ทำหลังคามุงด
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ “เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตาม
หมากผู้หมากเมีย จัดเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีลักษณะสีสันของใบสวยงามหลากหลายสีสัน ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-3 เมตร เป็นข้อถี่ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ใบรูปหอกเรียวยาว แต่ที่เป็นจุดเด่นคือสีของใบที่มีสีสันสวยงามหลากหลาย เช่น สีม่วง สีน้ำตาล สีเขียวอ่อน สีแดง สีชมพู เป็นต้น คนไทยสมัยโบราณมีคติความเชื่อที่ว่า หากบ้านใดปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ประจำบ้านจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งหากต้องการให้มีความเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น ควรปลูกหมากผู้หมากเมียไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและปลูกในวันอังคาร นอกจากจะปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านเรือนแล้ว ยังนิยมตัดใบของหมากผู้หมากเมียใช้ในการประกอบในงานพิธีต่างๆ เช่น ใช้เป็นเครื่องบูชาพระ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน เป็นต้น คุณณรงค์ สาลีรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 39/1 หมู่ที่ 6 ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความรู้เรื่องหมากผู้หมากเมียตัวระดับตัวยงเลยก็ว่าได้ เพราะพื้นที่ในย่านนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดไม้ประดับชนิดนี้ เพราะมีทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์ที่
หมากแดง เป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะเด่นตรงที่มีหน่อกาบใบ และก้านใบเป็นสีแดงทั้งหมด ซึ่งลักษณะของลำต้นเหมือนกับพวกปาล์มทั่วไปคือ เป็นข้อปล้อง เปลือกต้นสีน้ำตาลเรียบ มีกาบใบห่อลำต้นเป็นสีแดงสด ลำต้นสูงประมาณ 15 ฟุต ใบ เป็นใบรวม ก้านทางใบจะประกอบด้วยใบหลายใบ ทางใบมีความยาวประมาณ 3-4 ฟุต ส่วนใบย่อยเรียงยาวประมาณ 18 นิ้ว มีสีเขียว ซึ่งลักษณะของใบคล้ายกับปาล์มทั่วไป แต่มีสิ่งที่สวยสะดุดตากว่าปาล์มชนิดอื่นคือ ก้านใบและก้านทางใบเป็นสีแดงสด ดอกของหมากแดงออกเป็นช่ออยู่ตามข้อของต้นใต้กาบใบ มีความยาวประมาณ 1-2 ฟุต เมื่อดอกร่วงโรยจะติดผลที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย ผลเมื่อแก่แล้วจะเป็นสีดำ จึงนิยมนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ แต่หมากแดงสามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาทำการปักชำได้อีกด้วย หมากแดงเป็นพรรณไม้ที่ชอบอยู่ที่ร่มรำไร ไม่ชอบแสงแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดตลอดทั้งวันจะทำให้สีแดงจางไป มองดูไม่สวยงาม และที่สำคัญควรปลูกหมากแดงในดินร่วนปนทราย เก็บความชื้นได้ดี เพราะหมากแดงต้องการน้ำมาก ไม่ชอบความแห้งแล้ง คุณดนัย ปัญจพิทยากูล เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ ให้ข้อมูลว่า “จังหวัดสมุทรปราการนับว่
