พืชทำเงิน
เห็ด น่าจะเป็นพืชอันดับต้นๆ หากมีการจัดอันดับพืชเศรษฐกิจ เพราะเมื่อไรเมื่อนั้น ความนิยมในการทำการเกษตรอย่างง่าย ทำเงิน ไม่ยุ่งยาก การเรียนรู้ก็ไม่ซับซ้อน แต่อาจจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์เพื่อให้สัมฤทธิ์ผลดี ก็ยังคงนึกถึง “เห็ด” อยู่เสมอ และเชื่อหรือไม่ว่า เห็ด ทำให้คนที่เริ่มต้นด้วยเงินเพียง 5,000 บาท ในปี 2536 กลายเป็นเจ้าของฟาร์มเห็ด ทั้งยังมีธุรกิจเล็กๆ ต่อยอดจากเห็ดที่ปลูกไว้อีกหลายชนิดในวันนี้ คุณสมสิน จุลจินดา หนุ่มวัยกลางคน จบการศึกษาเพียงประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ต้องย้ำบ่อย เพราะตัวคุณสมสินเอง ก็ย้ำกับผู้เขียนตั้งแต่แรกว่า เขาจบการศึกษาเพียงเท่านี้ เพื่อเน้นให้รู้ว่า สิ่งที่เขาประสบความสำเร็จในวันนี้คือ ความตั้งใจและความอดทน ใฝ่รู้ อยู่ตลอดเวลา คุณสมสิน ออกจากบ้านไปรับจ้างหางานทำ ตั้งแต่อายุ 13 ปี ทำงานทุกอย่างที่มีคนจ้าง ตั้งแต่ ขับรถแบ๊กโฮ ขับรถสิบล้อ เมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งรู้ว่า ควรกลับบ้าน เริ่มต้นทำงานอิสระที่บ้าน เพราะบ้านเกิดหรือภูมิลำเนา เป็นที่ที่อยู่แล้วมีความสุขที่สุด ก็หันหน้ากลับบ้าน และนำทุนเท่าที่พอมีเปิดร้านขายของชำเล็กๆ และขี่รถจักรยานยนต์เร่ขายของชำ “ผมเห็นคนแถวบ
ต้นไม้กับครอบครัวคนไทยเป็นของคู่กัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว รอบๆบ้านหากมีที่ว่าง เวลากินอะไรอร่อย หากมีเมล็ดเจ้าของจะหว่านหรือโยนเมล็ดพืชออกนอกชาน เมื่อมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดพืชจะงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาให้เจ้าของเก็บมาใช้ประโยชน์ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รอบบ้านในยุคเก่าก่อน สามารถบ่งบอกได้ว่าชุมชนนั้นตั้งมานานมากน้อยแค่ไหน เช่นต้นมะพร้าวที่ขึ้นสูงเลยหลังคาบ้านไปมากๆ เมื่อทางการจะเข้าไปทำนิติกรรมกับชุมชน ชาวบ้านก็อาจจะบอกว่าอยู่มานานแล้ว นานกว่ากฎหมายจะออกมาเสียอีก สำหรับชุมชนเมือง รูปแบบการปลูกต้นไม้เปลี่ยนไป แทนที่จะปลูกลงดิน ก็ใช้กระถาง วางตั้งตามตึกใหญ่ๆ สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้คือการปลูกพืชไม่ใช้ดิน งานปลูกพืชแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับการปลูกผักสลัด ที่ผ่านมา มีภูมิปัญญาสำหรับการปลูกต้นไม้รอบบ้านบอกไว้อย่างแยบยล วัตถุประสงค์ก็คงอยากให้คนสนใจปลูกพืชหลายๆชนิดไว้ เพื่อเกิดประโยชน์ในครอบครัว นอกจากที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว ยังมีผู้แบ่งต้นไม้ที่ปลูกรอบบ้าน โดยแยกประเภทหรือกลุ่ม คือพืชผัก-สมุนไพร ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก-สมุนไพร มีให้เลือกมากมาย พืชผัก-สมุนไพร ใกล้บ้านคน สามารถปลูกได้หลายอย่
ลืมตาอ้าปากได้ ก็เพราะอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับชาวบ้าน ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ. ขอนแก่น เพราะประชากรของหมู่บ้านนี้มี 99 ครัวเรือน ยึดอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดจำนวน 66 ครัวเรือน มีเงินสะพัดในหมู่บ้านแห่งนี้เดือนละกว่า 1.6 ล้านบาท โดยผู้ที่นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงคนแรก คือ ผู้ใหญ่บ้าน “เพ็ชร วงศ์ธรรม” ซึ่งทุกๆ 45 วันเขาจะเก็บจิ้งหรีดขาย มีรายได้แสนกว่าบาทเลยทีเดียว เพ็ชร วงค์ธรรม ผู้ใหญ่บ้านวัย 53 ปี อดีตเคยขับสองแถวตั้งแต่อายุ 23 ปี ต่อจากนั้นหันมาเลี้ยงหมู เลี้ยงได้ 3 ปี ราคาหมูตกต่ำ หันมาเลี้ยงนกกระทา เลี้ยงได้ 2 ปีต้องยุติเพราะประสบปัญหาไข้หวัดนก ในที่สุดมาเพาะถั่วงอก แต่แล้วเจอภัยแล้ง เพาะถั่วงอกได้ 6 ปี สุดท้ายมาเลี้ยงจิ้งหรีดในปี 2550 จวบจนปัจจุบัน “ผมเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดตอนอายุ 44 ปี หรือประมาณ 9 ปีที่แล้ว สาเหตุที่เลี้ยงจิ้งหรีด เพราะเพื่อนที่อำเภอกัณทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มาแนะนำวิธีการเลี้ยงพร้อมทั้งแนะนำตลาดให้ เลยซื้อไข่จิ้งหรีด ขันละ 100 บาท มา 600 ขัน มีจิ้งหรีดทั้งหมดราว 42,000 ตัว เป็นเงิน 60,000 บาท และค่าอุปกรณ์ 70,000 บาท รวมครั้งแรกลงทุนเบ็ดเสร็จ 130,000 บาท” ผู้ใหญ่บ้าน เลี้ยงจิ
มะละกอแขกนวลดำเนิน เป็นมะละกอที่ตลาดมีความต้องการสูง เนื่องด้วยเป็นมะละกอที่มีเนื้อสีขาว กรอบ เหมาะกับการนำไปตำส้มตำมากกว่าทุกสายพันธุ์ จึงเป็นมะละกอสายพันธุ์กินดิบที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกเพื่อสร้างรายได้ คุณธงชัย ศิริโภคารัตนา หรือ คุณแบงค์ อยู่บ้านเลขที่ 172/1 หมู่ที่ 8 บ้านเกาะ ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่องานเกษตรของครอบครัว คุณแบงค์ เล่าว่า ตนเองเป็นลูกหลานเกษตรกรอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ทำสวนมะละกอมาก่อน แต่เลิกทำไปเพราะตนเองและพี่ชายให้เลิกทำ เพราะอยากให้พ่อกับแม่ได้พักแล้วตนเองจะมาสานต่อ โดยขอวิชาความรู้การปลูกมะละกอจากพ่อ คือ คุณนพพันธ์ ศิริโภคารัตนา หรือในวงการมะละกอรู้จักกันในชื่อ เฮียไล้ เซียนมะละกอ เนื่องจากสมัยก่อนพ่อเป็นผู้คิดค้นวิธีการตอนมะละกอส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นประจำจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครที่คิดวิธีการตอนแบบพ่อได้ พ่อเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำเริ่มมีชื่อเสียงก็มีหนังสือมาขอสัมภาษณ์จึงกลายเป็นที่รู้จักและพูดต่อๆ กันไปว่าพ่อผมเป็นเซียนมะละกอ คุณธงชัย ศิริโภคารัตนา หรือ คุณแบงค์ พลิกที่ดิน 40 ไร่ ปลู
กล้วยหอมทอง พืชมากประโยชน์ และถือเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกสำคัญของประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์ คุณจักรินทร์ โพธิ์พรม ประธานวิสาหกิจชุมชนกล้วยหอมทอง อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี เกี่ยวกับเทคนิคการปลูกกล้วยหอมทองให้ได้มาตรฐานส่งร้านสะดวกซื้อ รวมถึงการส่งออกต่างประเทศ และมีบางช่วงบางตอนที่ได้พูดคุยกันถึงตลาดกล้วยหอมทองทั้งในและต่างประเทศ คุณจักรินทร์ได้มีการพูดถึงตลาดกล้วยหอมทองว่า “สำหรับอนาคตการตลาดกล้วยหอมทองภายในประเทศค่อนข้างสดใสเมื่อเทียบกับอดีตที่หลายคนยังไม่รู้ว่าประโยชน์ของกล้วยหอมทองมีมากแค่ไหน แต่ในปัจจุบันแทบไม่ต้องบอกถึงสรรพคุณ คนส่วนใหญ่ก็รู้ถึงคุณประโยชน์ที่มากล้นของกล้วยหอมทองอยู่แล้ว จึงส่งผลไปถึงความต้องการบริโภคกล้วยหอมทองภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น 120-150 ล้านลูก ต่อปี อันนี้คือตลาดภายในประเทศ ส่วนตลาดต่างประเทศถ้าพูดถึงญี่ปุ่น หรือจะดึงจีนและประเทศแทบตะวันออกกลางเข้ามา ความต้องการกล้วยหอมทองในตลาดโลกยังมีความต้องการสูงมาก เฉพาะแค่ญี่ปุ่นประเทศเดียวมีความต้องการบริโภคกล้วยหอมทองปีละกว่าล้านตัน แต่ประเทศไทยสามารถส่งออกกล้วยหอมทองได้เพียงปีละ 5,000 ตัน เท่าน
เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ได้จัดประชุม “จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2565 ภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระดับลุ่มน้ำ และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม” โดยมี คุณไพฑูรย์ เก่งการช่าง ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก คุณธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์ ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งตะวันออก คุณธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ นักวิเคราะห์และแผน ชี้แจงแนวทางการจัดทำแผน และ ผศ.ดร.วศิน ยุวนะเตมีย์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์และรักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตจันทบุรี มหาวิทยาลัยบูรพาและคณะเป็นวิทยากรจัดทำแผน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย กรรมการลุ่มน้ำ อนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดจันทบุรี ตราด อ่างเก็บน้ำจันทบุรีเก็บไม่ถึง 50% หวั่นภัยแล้งรุนแรง เสนอโมเดล 10 ไร่ : 1.5 ไร่ คุณไพฑูรย์ เก่งการช่าง กล่าวว่า สภาพแหล่งน้ำในจังหวัดจันทบุรีปีนี้และปี 2564 มีแนวโน้มจะขาดแคลนน้ำอย่างน่าเป็นห่วง ประเมินจาก
เดือนตุลาคมของทุกปี เป็นเดือนที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นก้าวเดินในปีต่อมา ของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน และปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 33 ของการก่อตั้ง ด้วยนวัตกรรมในภาคเกษตรที่ก้าวกระโดด และด้วยความปรารถนาดีส่งต่อองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมให้กับผู้อ่าน เป็นการคืนกำไร ในโอกาสนี้จึงจัดการสัมมนาขึ้นในหัวข้อ “นวัตกรรมใหม่ เพื่อเกษตรกรไทย ยุค 5G INNOVATION FOR NEW NORMAL” ในวันที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ บริษัท ข่าวสด จำกัด แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมีผู้นำด้านนวัตกรรมที่หลากหลายมาผ่อนถ่ายความรู้ โดย คุณอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อนวัตกรรมนำเกษตรไทยรุ่งเรือง จากนั้นนำเข้าสู่การสัมมนานวัตกรรมสร้างอนาคต โดย คุณอรนุช ทัพพสารดำรง รองกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารศูนย์วิจัย-พัฒนา ซีพีเอฟ บริษัท เจริญ โภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) คุณวุฒิชัย ชะนะมา เจ้าของผลิตภัณฑ์ “บานาน่า โซไซตี้” เมืองสองแคว และ คุณวีรพงศ์ สุโอสถ จากฟาร์มลุงแดง เมล่อน & ผักสลัด จังหวัดปทุมธานี ต่อด้วยการสัมมนาในหัวข้อฝ่าวิกฤตเกษตรจากห้องปฏิบัติการ โดย ด
จังหวัดหนองบัวลำภู ได้จัดงาน ท่องไปกิน…อินทผลัม ท่องเที่ยววิถีเกษตรหนองบัวลำภู เมืองน่าอยู่น่าเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ ไร่คุณอนันต์อินทผลัม บ้านหนองแวง หมู่ที่ 3 ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง โดย คุณสมเจตน์ จงศุภวิศาลกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดงาน คุณกมล โสพัฒน์ เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู ได้กล่าวถึงอินทผลัมว่า อินทผลัม 1 ต้น สามารถทำรายได้ต้นละประมาณ 10,000 บาท (ให้ผลผลิตปีที่ 2-3) แต่หลังจากนั้นผลผลิตจะเพิ่มขึ้นและรายได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจถึงต้นละ 20,000-30,000 บาท หากปลูกระยะ 6×6 เมตร จะได้ 45 ต้น/ไร่ มีรายได้ไร่ละหลายแสนบาท ซึ่งมากกว่าการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง พร้อมได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เปิดโอกาสให้ส่วนราชการ ภาคเอกชน และเกษตรกรชั้นนำ ได้มาเยี่ยมฟาร์ม พร้อมรับความรู้ บอกเล่าประสบการณ์ การผลิต และการตลาดอินทผลัม จากเจ้าของฟาร์มที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อตอบวิสัยทัศน์ จังหวัดหนองบัวลำภู เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว โดยการประชาสัมพันธ์ เชิญชวน นักท่องเที่ยวในจังหวัดและต่างจัง
ข้าวไทย เป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญ เพราะจะเห็นได้ว่าการทำนาในบ้านเรามีการทำกันมาอย่างยาวนาน มีการปรับปรุงการทำนาและการวิจัยพันธุ์ข้าวมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตข้าวในบ้านเราสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้อยู่เสมอ โดยตลาดต่างประเทศมีความต้องการผลิตภัณฑ์ข้าวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวนุ่ม ข้าวหอมมะลิ และข้าวที่ปลูกในระบบอินทรีย์ ที่ประเทศไทยสามารถปลูกได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถทำตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ คุณสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การผลิตข้าวอินทรีย์เป็นระบบการผลิตข้าวที่ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตร เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สารควบคุมการเจริญเติบโต สารควบคุมวัชพืชและกำจัดโรค แมลงศัตรูข้าว ตลอดจนถึงสารเคมีที่ใช้รมข้าวในโรงเก็บ การผลิตข้าวอินทรีย์นอกจากจะทำให้ได้ผลผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัยจากสารพิษแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย คุณคารมย์ ขุนหล้า ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด เปิดเผยต่อว่า วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านโนนสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรใน
คุณอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวระหว่างการลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหวาน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่สหกรณ์การเกษตรโพทะเล จำกัด จังหวัดพิจิตร ว่า เป็นการติดตามโครงการภายหลังที่ตัวแทนสหกรณ์ประสงค์เข้าร่วมโครงการ และได้รับแจกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทดลองปลูกตั้งแต่ 7 มิถุนายน 2563 ขณะนี้เกษตรกรได้เก็บผลผลิตจำหน่ายในพื้นที่และสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นโครงการที่กรมตั้งใจจะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่วิกฤตโควิด-19 ระบาด โดยหวังว่าจะเป็นช่องทางสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรอีกทางหนึ่งไม่มากก็น้อย “จากการสอบถามเกษตรกรที่เราคัดให้เข้าโครงการภายใต้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ของบริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด ส่วนใหญ่มีความพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ หักต้นทุน แล้วมีกำไรประมาณ 15,000 บาท ต่อรอบการผลิต 73 วัน ในพื้นที่ทดลองปลูกเพียง 300 ตารางวา ซึ่งในอนาคตเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์จะเดินหน้าต่อโครงการนี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่สหกรณ์นั้นต้องไปหารือ
