พืชทำเงิน
ยังคงเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องกับการที่ทางภาครัฐต้องการให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทางด้านความผันผวนของราคา ขณะที่ชาวบ้านเองก็ขานรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการเริ่มทำจริงจังแล้วประสบความสำเร็จหลายพื้นที่ทั่วประเทศ “ยางพารา” เป็นพืชเศรษฐกิจทางจังหวัดภาคใต้ที่ประสบปัญหาราคาผันผวนมาตลอด สร้างความเดือดร้อนต่อรายได้ของพี่น้องชาวใต้อย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายพื้นที่จัดการโค่นต้นยางบางส่วนและปรับพื้นที่มาทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จ มีรายได้ดีกว่ายางพาราหลายเท่า อย่าง คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ บ้านเลขที่ 89/2 หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็มีแนวคิดแบบนี้เช่นกัน แล้วไม่รอช้าที่จะเร่งปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรรมของครอบครัวล่วงหน้าก่อนปัญหาราคายางจะลุกลาม หลายปีก่อนหน้านี้ คุณนิวัฒน์ มองว่าอนาคตราคายางพาราคงจะแย่ เพราะมีขึ้น-ลง ตลอดเวลา จึงตัดสินใจโค่นไปเกือบหมด แล้วเปลี่ยนมาปลูกพืชผัก ไม้ผล แบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็น ผักกูด มะระ บวบ มะเขือ พริก ฯลฯ เป็นต้น โดยเน้นแนวทางอินทรีย์เป็นหลัก แล้วนำไปขายที่ตลาดสุขภาพในจังห
ภายหลังความนิยมบริโภคมะพร้าวเพิ่มขึ้นทั่วโลก อันมีเหตุผลสำคัญในเรื่องสุขภาพ จึงทำให้เกิดภาวะความตื่นตัวของตลาด สร้างความคึกคักต่อวงการมะพร้าวอย่างถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการผลิต การแปรรูป รวมไปถึงการจำหน่าย สถานการณ์ความต้องการมะพร้าวทั้งในรูปมะพร้าวแกงและมะพร้าวผลสด ดูจะสดใสขึ้นมาทันที หลายธุรกิจต่างพุ่งเป้าเข้าใส่สวนมะพร้าว จนสามารถฉุดราคามะพร้าวไทยให้รอดพ้นจากความตกต่ำทันที อีกธุรกิจที่สร้างชื่อเสียงให้แก่มะพร้าวไทย โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมคือ “all coco” แบรนด์มะพร้าวน้ำหอมที่โด่งดังไปทั่วโลกจากมะพร้าวผลสด คุณวราภรณ์ มนัสรังสี ผู้บริหาร all coco เปิดเผยว่า จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่มีประสบการณ์ด้านการปลูกและจัดจำหน่ายมะพร้าวน้ำหอมอยู่หลายสิบปี เนื่องจากครอบครัวประกอบอาชีพธุรกิจทำน้ำตาลมะพร้าว จนกระทั่งความต้องการมะพร้าวที่เกิดขึ้นในโลกตามกระแสของการรักสุขภาพ ส่งผลให้การบริโภคผลิตภัณฑ์มะพร้าวในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงทำให้เกิดความต้องการสินค้ามะพร้าวมากขึ้น ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมแบบลูก แบรนด์ “K FRESH” สินค้าชนิดแรกของบริษัทคือ มะพร้าวน้ำหอมส่งออกแบบลูก ในชื่อแบรนด์ “K FRESH” ที่เน้น
แต่เดิมการค้าขายผลไม้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ การควบคุมคุณภาพไม่ว่าจะเป็นรูปทรง รสชาติ สีผล อาจยังไม่ค่อยสำคัญนัก กระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคการแข่งขันที่ต้องควบคุมรักษาคุณภาพมาตรฐานของไม้ผลจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะส่งผลต่อการนำไปขายยังตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพของพืชและไม้ผลได้อย่างมาก ความนิยมบริโภคมะพร้าวเพื่อสุขภาพสร้างความตื่นตัวต่ออุตสาหกรรมการผลิตมะพร้าว เป็นการตื่นตัวที่กระจายไปทั่วโลก จนทำให้ตัวเลขความต้องการบริโภคมะพร้าวเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตมะพร้าวหันกลับมาพัฒนากระบวนการตั้งแต่การปลูก การแปรรูป และการส่งออกพร้อมไปกับการนำเทคโนโลยีทางด้าน ดีเอ็นเอ มาพัฒนาคุณภาพมะพร้าวให้มีมาตรฐานคงที่ งานสัมมนา “มะพร้าว…พืชเศรษฐกิจทำเงิน” ขอนำท่านผู้อ่านไปรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับวิธีคัดพันธุ์มะพร้าว โดยใช้เทคโนโลยี ดีเอ็นเอ จาก ดร.ศิวเรศ อารีกิจ ภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ดร.ศิวเรศ กล่าวถึงงานที่ได้รับมอบหมายว่าเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยี ดีเอ็นเอ เข้ามา
เงาะ…เป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง พันธุ์ที่นิยมปลูกเชิงการค้า เช่น เงาะพันธุ์สีชมพู สีทองหรือพันธุ์โรงเรียน พื้นที่การปลูกมากอยู่ในบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย แต่ปัจจุบันพื้นที่ภาคอีสานใต้ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) สภาพพื้นที่ก็มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตลาดต้องการ วันนี้จึงนำเรื่อง เงาะพันธุ์โรงเรียน…ผลไม้เศรษฐกิจคุณภาพจากเมืองน้ำขุ่น ถิ่นอีสานใต้ มาบอกเล่าสู่กัน คุณเสน่ห์ ในจิตร เกษตรอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า เงาะพันธุ์โรงเรียน ที่เกษตรกรอำเภอน้ำขุ่นปลูกและผลิตได้มีคุณภาพดี เนื้อหนา ล่อน รสชาติหวานหอมอร่อยไม่แตกต่างกับเงาะที่ปลูกภาคตะวันออกและภาคใต้ เกษตรกรที่นี่ได้ไปนำเงาะพันธุ์โรงเรียนคุณภาพจากจังหวัดศรีสะเกษ มาปลูกที่นี่กว่า 10 ปีแล้ว เกษตรกรมีพัฒนาการปลูกและผลิตเรื่อยมากระทั่งได้ผลเงาะดีมีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการตลาดผู้บริโภค เงาะพันธุ์โรงเรียนจึงเป็นหนึ่งไม้ผลเศรษฐกิจของอำเภอน้ำขุ่นที่มีเกษตรกรนิยมปลูกกันแพร่หลาย ปัจจุบัน มีพื้นที่เงาะพันธุ์โรงเรียน 50 ไร่ เกษตรกรปลูก 15 ราย มีทั้งเก
เราอาจจะรู้จักกันแต่โทรศัพท์มือถือ แต่สำหรับ “เตามือถือ” มันคืออะไร คงต้องไปหาคำตอบจากหนุ่มรับเหมาก่อสร้างชาวชัยภูมิ คนรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์พลังงาน อย่าง คุณรัฐพงษ์ นราพล หรือ คุณโตด เจ้าของไอเดียนี้กัน แต่เดิมที่บ้านพักคุณโตด เลขที่ 155 หมู่ที่ 1 บ้านบัว ตำบลบ้านบัว อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีเตาเผาชนิดที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง เวลาต้องการใช้งานต้องคอยเติมแกลบ ความจริงเตาประเภทนี้ก็ให้พลังงานความร้อนดี แต่เสียอย่างเดียวที่ต้องหมั่นตักแกลบออกจากเตาทุกครั้งเมื่อเสร็จงาน คุณโตดจึงมองเป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา เลยเกิดแนวคิดเพื่อประดิษฐ์เตาขึ้นมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย แล้วต้องให้พลังงานความร้อนเพียงพอกับการใช้งานหลายอย่าง อีกทั้งต้องเคลื่อนย้ายง่ายด้วยการหิ้ว จึงเรียกว่า “เตามือถือ” “ความจริงแล้วเขาเคยเห็นเตาลักษณะแบบนี้ในยูทูป แต่มองว่าการใช้งานยังยุ่งยาก ไม่ตอบสนองต่อความต้องการอย่างแท้จริง เลยมาหาวิธีแปลงด้วยการเพิ่มช่องใส่เชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้หรือแกลบ พร้อมกับใส่หัวเตาด้านบนเพื่อให้สะดวกต่อการนำภาชนะมาวาง พร้อมกับได้ออกแบบให้มีที่หิ้วเพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก”
ส้มเช้ง หรือ ส้มตรา เป็นพืชพื้นเมืองของจีน มีเปลือกหนา ผิวขรุขระ ผลกลม เมื่อผลอ่อนเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม พอสุกเปลือกจะมีสีเขียวอ่อนอมเหลือง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน ฉ่ำน้ำ นิยมใช้ไหว้ในเทศกาลต่างๆ อย่างเทศกาลสารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ ปัจจุบัน การปลูกส้มเช้งลดน้อยถอยลง ถึงแม้จะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติดี ในตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีเกษตรกรที่ปลูกส้มเช้งอยู่ 2 แปลงใหญ่ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ คุณฉัตรชัย จันทนะโสด เจ้าของสวนส้มเช้ง พื้นที่ประมาณ 12 ไร่ คุณฉัตรชัย โตมากับการทำสวน เริ่มแรกที่สวนปลูกมะนาว องุ่น ปัจจุบัน ก็หันมาปลูกส้มเช้ง ถามถึงเหตุผลที่หันมาปลูกส้มเช้ง คุณฉัตรชัย บอกว่า คนนิยมปลูกกันน้อย จนใกล้จะสูญพันธุ์ จึงอยากจะปลูกเพื่ออนุรักษ์ไว้ ลักษณะของส้มเช้ง มี 2 ประเภท คือ พันธุ์ใบใหญ่ กับใบเล็ก แต่ที่สวนของคุณฉัตรชัยปลูกพันธุ์ใบเล็ก มีการขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง คล้ายๆ กับการปลูกมะนาว พื้นที่ในการปลูกระยะห่างระหว่างต้นกับแถว จะอยู่ที่ประมาณ 8 ศอก เพราะเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกองุ่นมาก่อน ดูแลตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว ตั้งแต่เริ่มปลูกส้มเช้ง ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ก็จะมี
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพทางการเกษตรไม่ได้เป็นงานที่สนใจเฉพาะผู้อยู่ในวัยเกษียณหรือผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคน แต่ยังเป็นอาชีพที่คนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ความสนใจมากขึ้น โดยบางท่านเมื่อเรียนจบการศึกษาแล้ว เมื่อได้ไปทดลองทำงานในบริษัทได้สักระยะ รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของชีวิต จึงลาออกจากงานนั้นมาประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตรก็มี เพราะได้ทำในสิ่งที่รักและที่สำคัญยังมีเวลาอยู่กับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกล คุณบุญทวี ประดิษฐ อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความสนใจที่อยากจะมีอาชีพทางการเกษตร ซึ่งเขามีดีกรีเป็นบัณฑิตแม่โจ้ รุ่นที่ 76 สาขาการผลิตสุกร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเขาได้มาปลูกองุ่นโดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ เรียกว่าการปลูกองุ่นแทบไม่ได้ตรงกับสายที่เขาเรียนมาเลยก็ว่าได้ แต่เขาสามารถดูแลองุ่นให้มีผลผลิตที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ชอบงานเกษตร มาตั้งแต่เด็ก คุณบุญทวี เล่าให้ฟังว่า ได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อประมาณ ปี 2558 จากนั้นได้ไปทำงานในบริษั
ภาคเกษตรของไทยหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าสำหรับใช้ในครัวเรือน และกิจกรรมภาคเกษตร บางท้องถิ่นอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำชลประทาน จึงไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับดูแลแปลงเพาะปลูก ในฉบับนี้จึงขอนำเสนอการผลิตพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก ที่ช่วยให้เกษตรกรพึ่งพาตัวเองได้ในหลากหลายรูปแบบ ผลิตไฟฟ้า จาก “แบตเตอรี่ดิน” “แบตเตอรี่ดิน” เป็นแบตเตอรี่ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก มีชื่อเรียกว่า แบตเตอรี่พาร์เทียน หรือ แบตเตอรี่แบกแดด ถูกประดิษฐ์ขึ้นกว่า 2,000 ปีที่แล้ว ในยุคพาร์เทียน (343 ปี ก่อนพุทธศักราช ถึง พ.ศ. 746) ณ นครแบกแดด ประเทศอิรัก แบตเตอรี่พาร์เทียนเป็นไหดิน มีท่อทองแดงล้อมแท่งเหล็กอยู่ภายในไห สันนิษฐานว่าอิเล็กโทรไลต์เป็นกรด จากธรรมชาติ เช่น น้ำผลไม้ หรือน้ำส้มสายชู ได้มีการลองประกอบแบตเตอรี่จำลองโดยใช้น้ำองุ่น ปรากฏว่าให้แรงดันประมาณ 2 โวลต์ สันนิษฐานว่า แบตเตอรี่ดินดังกล่าวอาจใช้สำหรับชุบเคลือบโลหะ ใครๆ ก็สามารถผลิต “แบตเตอรี่ดิน” ที่ให้พลังงานไฟฟ้าได้จริงๆ เพียงแค่นำขวดน้ำขนาดเล็กมาตัดครึ่ง เอาแผ่นสังกะสีใส่เข้าไปให้พอดีกับขนาดขวด จากนั้นเติมดินให้เต็ม แล้วเติมน้ำกับน้ำส้มสายชูอ
พูดถึง ต้นหญ้า หลายคนจะมองว่าเป็นพืชทีไร้ค่าไม่มีประโยชน์ สร้างความรกรุงรังใครเจอก็มักจะถอนทิ้งด้วยความฝังใจ แต่ในปัจจุบัน ต้นหญ้า ที่เห็นอยู่ทั่วๆไปนั้น ถูกหยิบขึ้นมาใช้งาน สร้างคุณประโยชน์และคุณค่า คุณสาธิต พุทธวรรักษ์ ผู้ที่หลงไหลและมีความรักในธรรมชาติ ชอบปลูกต้นไม้มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังเรียนจบจึงออกมาประกอบธุรกิจเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับร่วมกับเพื่อน คุณสาธิต เล่าให้ฟังว่า หญ้าประดับ คือ หญ้าที่นำมาจัดสวน มีทรงพุ่มสวยงาม ใบเป็นเส้นเรียวยาว ผิวสัมผัสละเอียด ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่ต้องดูแล ทนความร้อนและแสงแดดได้ดี “สมัยเรียนเพื่อนๆ ที่เรียนมาด้วยกันส่วนใหญ่จะมีธุรกิจรองรับเมื่อเรียนจบ ผมจึงคิดหาธุรกิจทำ ซึ่งการทำธรุกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นอะไรที่ลงทุนน้อย มีเนื้อที่อยู่ส่วนหนึ่งจึงมาปรับปรุงใช้เป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกจำหน่ายทำมาได้ระยะหนึ่งเริ่มอิ่มตัว จึงเริ่มหาไม้ใหม่ๆ ที่อยู่ได้นานกว่าไม้ดอกไม้ประดับเข้ามาปลูก และการศึกษาดูงานในต่างประเทศบวกกับการศึกษาผ่านระบบโซเชียวต่างๆ ที่มีการนำต้นหญ้านานาชนิดมาเป็นส่วนประกอบในกา
“ลำไย” ถือว่าเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ คู่กับวัฒนธรรมและชุมชนของผู้คนในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนมานาน ลำไยเป็นพืชที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาวเพื่อกระตุ้นการออกดอก เมื่อหมดฤดูหนาวต้นลำไยจะออกดอกและติดผล เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม (ลำไยตามฤดูกาล) อุณหภูมิโดยทั่วไปลำไยต้องการอากาศค่อนข้างเย็น ต้องการอุณหภูมิต่ำ (10-20 องศาเซลเซียส) ในฤดูหนาว ช่วงหนึ่งคือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเพื่อการออกดอก ซึ่งจะสังเกตว่าถ้าปีไหนอากาศหนาวเย็นนานๆ โดยไม่มีอากาศอบอุ่นเข้ามาแทรก ลำไยจะมีการออกดอกติดผลดี เมื่อย้อนกลับไปในปี 2541 ได้มีการค้นพบสารโพแทสเซียมคลอเรต ด้วยความบังเอิญจากช่างทำดอกไม้ไฟ และทำให้ลำไยออกดอกและติดผลนอกฤดูได้ สามารถปลูกได้ทั่วไปเกือบทุกภาคของประเทศที่มีแหล่งน้ำที่ดี ต่อมาทำให้มีการขยายพื้นที่การปลูกอย่างมาก ทำให้ลำไยภาคตะวันออกในอำเภอโป่งน้ำร้อนและอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผลิตลำไยนอกฤดูเท่านั้น ข้อมูลตัวเลข ในปี 2555 พบว่า พื้นที่ปลูกลำไยในเขตจังหวัดจันทบุรี มีมากเกือบหนึ่งแสนไร่ มีปริมาณการส่งออกมากเกือบห้าแสนต
