News

แมงมัน อาหารแปลกของคนเหนือ ปีหนึ่งมีครั้งเดียว

ในช่วงปลายฤดูแล้งหรือต้นฤดูฝนประมาณเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม หลังฝนแรกจะมีแมลงชนิดหนึ่งออกจากรังเพื่อการผสมพันธุ์ขยายเผ่าพันธุ์ แต่ชาวบ้านจะนิยมจับมาทำเป็นอาหาร เช่น คั่วกิน หรือแปรรูปเป็นน้ำพริก ซึ่งในที่นี้กำลังพูดถึงแมงมัน

แมงมัน เป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นมดราชินี สามารถนำมากินเป็นอาหารได้ จากข้อมูลในวิกิพิเดีย แมงมันมีชื่อวิทยาศาสตร์: Carebara castanea สกุล: Carebara ตระกูล: แตน อันดับ: Hymenoptera ชั้น: Insecta ไฟลัม: Arthropoda

แมงมันเป็นอาหารตามฤดูกาล ที่หากินได้ยากอยู่เหมือนกัน แมงมันที่กินได้คือ แมงมันตัวเมีย มีสีแดงคล้ำ ตัวใหญ่ มีรสมัน นิยมนำมาบริโภคเป็นอาหาร เรียกกันทั่วไปว่า “แมงมันแม่” ส่วนแมงมันตัวผู้ มีสีเหลือง ตัวเล็กกว่าแมงมันตัวเมีย ไม่นิยมนำมากินเพราะมีรสขม เรียกกันทั่วไปว่า “แมงมันปู๊” หรือ “แมงมันคา”

ไซดักแมงมัน

ชื่อภาษาอังกฤษ เรียกแมงมันว่า subterranean ants ซึ่งเป็นชื่อเรียกของมดชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่เป็นมดราชินี สามารถนำมากินเป็นอาหารได้ ซึ่งมดในตระกูลนี้ ยังแบ่งวรรณะกันเป็น 6 วรรณะ คือ

  1. วรรณะราชินี ที่เรียกว่า แมงมันแม่หรือแม่เพ้อ
  2. วรรณะเจ้าหญิงทายาท ที่เรียกว่า เต้งใหญ่
  3. วรรณะสวามี ที่เรียกว่า เต้งรอง
  4. วรรณะมดงาน เรียกว่า แย็บ
  5. วรรณะทหาร เรียกว่า แย็บใหญ่
  6. วรรณะสร้างรัง เรียกว่า มดแม่หมัน
รูแมงมันที่แม่จะกัดรูให้กว้างเพื่อให้แมงมันบินออกมาผสมพันธุ์

ประโยชน์ของแมงมัน เนื่องจากเป็นอาหารตามฤดูกาลที่หาได้ไม่ง่ายนัก จึงเป็นที่ต้องการของชุมชน ที่นิยมกินทั้งไข่และลูกแมงมันเฉพาะตัวเมีย ดังนั้น แมงมันจึงมีราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 2,000 บาท ซึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นแมงมัน ไข่ของแมงมันที่อยู่ในดิน ก็ขุดขึ้นมาขาย ขายเป็นช้อนเล็กๆ ช้อนละ 20 บาท ทำเมนู “แมงมันจ่อม” คนทางเหนือจะรู้จักดี…วิธีการทำ นำไข่แมงมันมาดองกับน้ำซาวข้าว 1-2 คืน แล้วนำมายำกับพริกแห้ง ใส่ต้นหอมผักชีโรยหน้า ส่วนแมงมันตัวผู้ไม่นิยมนำมากิน แต่จะใช้เป็นเหยื่อตกเบ็ดปลาช่อน ปลาสลิดได้


วงจรชีวิตของแมงมันนั้น มีถิ่นที่อยู่อาศัยคือในดิน เป็นดินที่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบดินแข็งและชอบอยู่ใกล้รากไม้ใหญ่ๆ คล้ายปลวก แต่ไม่ก่อดินหรือพูนดินขึ้นเป็นจอมปลวก

ชาวบ้านจะเก็บแมงมันด้วยมือ

ดังนั้น วงจรชีวิตของแมงมัน เริ่มมาจากแม่แมงมัน ซึ่งเป็นมดชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากๆ สีส้มแดง เวลากัดจะคันมากๆ จะวางไข่ไว้ในโพรงใต้ดิน หลังจากแม่แมงมันวางไข่เสร็จแล้ว ไข่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะมีขนาดเล็กและฟักออกมาเป็นแม่แมงมันตัวเล็กๆ และส่วนที่สองซึ่งเป็นไข่ขนาดใหญ่เหมือนไข่มดแดง จะเจริญเติบโต กลายเป็นดักแด้ และเปลี่ยนเป็น “แมงมัน” ที่ตัวโตเต็มวัยและมีปีกบินได้ ซึ่งก็จะมีทั้งแมงมันแม่ (ตัวเมีย) และแมงมันปู๊ (ตัวผู้) ในรอบ 1 ปี แมงมันจะออกจากรูเฉพาะเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม คือปลายฤดูแล้งหรือต้นฤดูฝนเท่านั้น เพราะน้ำฝนที่ซึมลงดิน ทำให้แมงมันอยู่ไม่ได้ จะออกจากรูขึ้นมาอยู่บนผิวดิน แมงมันจะไม่ย้ายรังถ้าไม่ถูกรบกวนจากคน ก่อนที่ลูกแมงมันจะออกมาแม่จะออกมาก่อน เพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น เพราะลูกแมงมันตัวโตกว่า แม่แมงมันจะใช้เวลาขยายรู ประมาณ 3 ชั่วโมง ลูกแมงมันถึงจะต้องออกมา​ หลังจากนั้น แมงมันตัวเมียเมื่อโผล่ออกจากรูมาได้ก็จะสลัดปีกออก ขุดดิน และมุดเข้าไปอยู่ในดิน เพื่อวางไข่ต่อไป แล้วจากนั้นก็จะเสียชีวิตลง ส่วนแมงมันตัวผู้นั้นก็เช่นกัน ก็จะตายตั้งแต่ตอนผสมพันธุ์เสร็จ และนี่ก็เป็นวงจรชีวิตของแมงมัน

………………………………………………………………………………………………………..

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น!คลิกดูรายละเอียดที่นี่

Related Posts