News

อาจารย์บ้วนบางปลาม้า เผยการปรุงดินให้ต้นไม้เจริญเติบโตงอกงาม ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เข้าใจธรรมชาติพืช ปลูกดูแลให้เหมาะสมกับสภาพดิน น้ำและอากาศ  

เครือมติชนฉลองการดำเนินงานครบ 34 ปี “เทคโนโลยีชาวบ้าน” นิตยสารเกษตรอันดับหนึ่งของเมืองไทย โดยงานสัมมนาเกษตรออนไลน์แห่งปี! “ทางรอดเกษตรกรยุคโควิด” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเหล่ากูรูมาร่วมให้ความรู้ผ่าน Live Streaming เฟซบุ๊กเพจเทคโนโลยีชาวบ้าน และเฟซบุ๊กเพจในเครือมติชนในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม นี้

อาจารย์บ้วน-ผศ.อดิศักดิ์ บ้วนกียาพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาการของ บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) (ปุ๋ยตราหัววัว-คันไถ)  บรรยายพิเศษ “เทคนิคปรับปรุงดินอย่างง่ายปลูกอะไรก็งาม และดูแลผลผลิตอย่างไรให้ได้มาตรฐาน GAP” ซึ่งมีเนื้อหาความรู้เป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรของไทยอย่างมาก

อาจารย์บ้วนกล่าวว่า   การปรุงดินให้ต้นไม้เจริญเติบโตงอกงาม ไม่ใช่เรื่องยาก ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของพืช  ต้นไม้ในโลกนี้มี 2 ชนิดคือ พืชใบเลี้ยงเดี่ยวกับพืชใบเลี้ยงคู่  พืชใบเลี้ยงเดี่ยวมี ระบบรากฝอย ข้อปล้องชัดเจน เช่น ไผ่ อ้อย ข้าว ปาล์มน้ำ มะพร้าว กล้วย  ฯลฯ พืชกลุ่มนี้ เติบโตจากไส้กลาง หากยอดหลุดจากลำต้น พืชก็ตาย พืชชนิดนี้ รากพืชหากินรอบลำต้น ให้ปุ๋ยรอบลำต้นก็พอ  ส่วนพืชใบเลี้ยงคู่ ได้แก่ ลำไย มะม่วง ลิ้นจี่ ฯลฯ พืชกลุ่มนี้ มีระบบรากแก้ว รากแขนง รากฝอย และรากขนอ่อน ทำหน้าที่หาอาหารในวงกว้าง จึงต้องปรุงดินในวงกว้างต้องใส่ปุ๋ยรอบทรงต้น


เกษตรกรต้องปรุงดินตามต้องการของพืชแต่ละชนิด ซึ่งมีองค์ประกอบพื้นฐาน  4ประการคือ 1.ปรับโครงสร้างดินให้ร่วน โปร่ง ซุย เพื่อให้รากพืชหากินได้สะดวก  มีน้ำ อากาศอยู่ในดิน  2. ดินต้องมีธาตุอาหารครบ 16 ชนิดที่พืชต้องการ  3. ดินมีความเป็นกลาง   4. ดิน ปลอดเชื้อโรค

“เกษตรกรบางคนปลูกพืชใส่ปุ๋ยบำรุงดินไปอย่างเดียว นานไปจุลินทรีย์ย่อย อินทรีย์วัตถุหมด ดินแน่นขึ้น คนด่าปุ๋ยเคมีไม่ดี ทำให้ดินแน่นดินเสีย ความจริงแล้ว ปุ๋ยเคมีใส่ไป เป็นอาหารของจุลินทรีย์  ๆ  ก็ย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ดินก็ยุบตัวแน่นขึ้นเรื่อยๆ  ต้องไปด่าคนทำไม่ใช่ว่า ปัจจัยการผลิตไม่ดี     ” อาจารย์บ้วนกล่าว

หากอยากให้โครงสร้างดินดี เกษตรกรที่ทำนาก็อย่าเผาฟาง ปล่อยฟางให้เป็นอินทรีย์วัตถุแทรกในเนื้อดิน หรือปลูกปุ๋ยพืชสด  เอาปอเทืองไปหว่าน ผ่านไป 45 วันก็ไถกลบเลย จะได้อินทรีย์วัตถุน้ำหนักสดประมาณ 2 ,000ก.ก. หากเป็นน้ำหนักแห้งประมาณ 800-900ก.ก. เพียงแค่นี้ก็ช่วยให้โครงสร้างดินร่วนซุย เนื้อดินโปร่งขึ้น หากใครคิดปลูกไม้ผล  ควรทำปุ๋ยพืชสดและไถกลบล่วงหน้าสัก 1 ปีก่อนปลูกไม้ผล

หากต้องการดูว่า ต้นไม้ขาดธาตุอาหารใด สังเกตได้ง่ายๆ  ดูที่ใบล่างกับใบยอด หากเห็นใบล่าง (ใบแก่ ) มีอาการเหลือง ด่าง แสดงว่า ขาดไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส(P) และ แมกนีเซียม (Mg) เพราะใบอ่อนดึงธาตุอาหารเหล่านี้ จากใบแก่นั่นเอง หากใบแก่มีอาการขาดธาตุอาหาร ควรซื้อปุ๋ยเคมี สูตร 5 ตัว ( N.P.K  แมกนีเซียม และกำมะถัน) มาใส่บำรุง พืชจะกลับมามีใบเขียวเช่นเดิม หากพืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารบริเวณใบยอด ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และธาตุอาหารเสริม อาหารรองที่ขายเป็นซองๆ ละ 5-10 บาท ผสมน้ำ 20 ลิตร นำมาฉีดพ่นทางใบ พืชฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

หากสงสัยว่า ทำอย่างไรให้ดินเป็นกลาง ก่อนอื่นต้องรู้ว่าดินมีค่าเป็นกรดหรือด่าง หากสีดินออกเหลือง แสดงว่า ดินมีกำมะถันเยอะ หากใส่น้ำเข้าไป ดินจะเกิดกรดกำมะถัน  หากบริเวณใดมีน้ำใส แสดงว่า ดินเป็นกรด พื้นที่อำเภอเลาขวัญ จ.กาญจนบุรี มีภูเขาหินปูน น้ำแหล่งนี้มีสภาพขุ่น  แสดงว่า ดินเป็นด่าง ค่าพีเอชเกิน 7 ส่วนใหญ่ดินเมืองไทย มีค่าดินเป็นกรด แก้ไขได้โดยนำปูนขาวหรือโดโลไมท์ (dolomite)มาใส่ตามค่าวิเคราะห์ดิน ผมสนับสนุนให้รัฐบาลแจกชุดตรวจค่าดินไปตามอบต.ทั่วประเทศ เพื่อเช็คสภาพดินและปรับปรุงดินให้ดีขึ้น

“ การทำเกษตรในรูปแบบไหนก็ตามแต่ ขอให้ถึงเป้าหมายสุดท้าย “  เกษตรปลอดภัย ” หรือ ปลอดภัยการเกษตร ซึ่งตรงกับคำว่า   Good Agricultural Practices หรือเกษตรจีเอพี  (G.A.P) ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ  ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย หน่วยงานภาครัฐเอกชนสนับสนุนให้เกษตรกรมีการจดบันทึก การปลูกดูแลพืชทุกขั้นตอน เพื่อให้ผู้บริโภค สามารถดูแลตรวจสอบกลับได้ตั้งแต่การปลูกดูแล ให้ปุ๋ย ให้น้ำ การเก็บเกี่ยว การขนส่งสินค้าถึงตลาดปลายทาง ”  อาจารย์บ้วนกล่าวในที่สุด

Related Posts