สาหร่ายผักกาดทะเล (Ulva spp.) เป็นสาหร่ายสีเขียวที่ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญ เช่น ไอโอดีน แคลเซียม และแมกนีเซียม นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ

ในปัจจุบัน สาหร่ายผักกาดทะเลได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะวัตถุดิบสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพ สามารถนำไปใช้ในเมนูอาหารต่างๆ เช่น สลัด ซุป อาหารทะเล และยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรืออาหารสัตว์ได้ ด้วยศักยภาพที่หลากหลายและคุณประโยชน์ที่โดดเด่น สาหร่ายชนิดนี้จึงมีโอกาสเติบโตในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในเชิงพาณิชย์
คุณโอ – วรรภา อ่อนจันทร ผู้จัดการฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่น Family Farm เปิดเผยว่า ฟาร์มแห่งนี้เน้นผลิตสาหร่ายพวงองุ่นเป็นหลัก แต่เพื่อขยายขอบเขตความรู้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางทะเล ทางฟาร์มจึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลควบคู่ไปด้วย หลังจากประสบความสำเร็จ ทางฟาร์มจึงเข้าร่วมโครงการของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และแปรรูปเพิ่มมูลค่าให้กับสาหร่ายชนิดนี้

“สาหร่ายผักกาดทะเล ถ้ามองในเรื่องของอนาคต ถือว่าไม่ได้ขายเป็นผลผลิตสดอย่างเดียว แต่ยังนำมาทำเป็นสินค้าแปรรูปได้อีกด้วย เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี”
เทคนิคการเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเล
การเพาะเลี้ยงสาหร่ายผักกาดทะเลในระบบถังขนาด 500 ลิตร ได้รับความนิยมเนื่องจากสะดวกต่อการจัดการ ถังที่ใช้ควรมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 110 เซนติเมตร และสูงประมาณ 120 เซนติเมตร โดยใช้น้ำที่มาจากบ่อเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น ซึ่งมีค่าความเค็มอยู่ที่ 32-35 ppt
“หลังจากเตรียมน้ำในบ่อเรียบร้อยแล้ว เราจะใส่สาหร่ายผักกาดทะเลปริมาณ 500 กรัมต่อน้ำ 500 ลิตร ลงไปเลี้ยง จากนั้นเติมน้ำหมักชีวภาพสัปดาห์ละครั้ง อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อ 1 ถัง หากไม่ได้เลี้ยงแบบออร์แกนิก ก็สามารถใช้ปุ๋ยยูเรียเป็นอาหารเสริมได้”

หลังจากเลี้ยงประมาณ 1 สัปดาห์ จะทำการถ่ายน้ำภายในถังและเติมปุ๋ยชีวภาพใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของสาหร่าย หากต้นยังสมบูรณ์ดีอาจไม่จำเป็นต้องถ่ายน้ำในสัปดาห์นั้น ภายในถังต้องมีออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมง โดยระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 21 วัน สาหร่ายก็จะมีขนาดที่พร้อมจำหน่ายได้
ในเรื่องของโรคที่เกิดจากการเลี้ยงผักกาดสาหร่ายทะเลนั้น คุณโอ บอกว่า ยังไม่มีให้พบเห็นหรือทำให้เกิดความเสียหาย แต่ที่จะพบส่วนมากจะเป็นในเรื่องของคุณภาพน้ำ ที่แต่ละช่วงหากมีฝนตกลงมาผสมก็จะมีผลต่อคุณภาพในช่วงนั้น ทำให้สาหร่ายเจริญเติบโตไม่ได้เท่าที่ควร

ผลผลิตและความคุ้มค่าในการเพาะเลี้ยง
อยู่ที่ 3-5 เท่า ประมาณ 20-25 กิโลกรัมต่อถัง
จากประสบการณ์ของคุณโอ ผลผลิตสาหร่ายผักกาดทะเลต่อถังจะอยู่ที่ 20-25 กิโลกรัมต่อรอบการผลิต (21 วัน) หากสภาพอากาศไม่ดี ผลผลิตอาจลดลงเหลือ 10 กิโลกรัมต่อถัง ซึ่งเป็นอัตราการผลิตที่ถือว่าคุ้มค่า โดยฟาร์มจะกันบางส่วนของผลผลิตไว้สำหรับขยายพันธุ์ในรอบต่อไป การขยายพันธุ์หลักๆ จะใช้วิธีฉีกใบเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงต่อ

ในส่วนของตลาดรับซื้อ ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายหลักคือพ่อค้าแม่ค้าและร้านอาหารในพื้นที่ ซึ่งมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เนื่องจากได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) นอกจากนี้ สาหร่ายผักกาดทะเลยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เช่น เส้นบะหมี่สาหร่าย อาหารเสริม และขนม
“ผลผลิตที่ได้ในแต่ละรอบ นอกจากเราจะขายแล้ว บางส่วนก็จะแบ่งไว้สำหรับทำพันธุ์เลี้ยงในรอบต่อไป ซึ่งสาหร่ายผักกาดทะเล การขยายพันธุ์หลักๆ ก็จะเน้นการฉีกใบเป็นหลัก การวัดผลว่าผลผลิตดีไม่ดี แต่ละฟาร์มก็จะใช้วิธีการที่แตกต่างกันไป บางทีใช้วิธีชั่งน้ำหนัก บางทีก็อาจจะใช้วิธีการวัดความใหญ่ของใบ”

ราคาจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจ
ขายได้ทั้งสดและแปรรูป
เนื่องจากสาหร่ายผักกาดทะเลสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลากหลาย ทางฟาร์มนอกจากจะผลิตขายแบบสดแล้ว มีความต้องการให้ตลาดเดินไปได้ไกลกว่าการขายสด จึงนำมาทำการแปรรูปเพิ่มมูลค่าตั้งแต่ของกินเล่นไปจนถึงตลาดลูกค้ารักสุขภาพ สาหร่ายผักกาดทะเลสามารถจำหน่ายได้ทั้งในรูปแบบสดและแปรรูป โดยราคาขายสด อยู่ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกอยู่ที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม

“ผลิตภัณฑ์แปรรูปมีแนวโน้มเติบโตในตลาดสุขภาพ ซึ่งการต่อยอดผลิตภัณฑ์ เช่น เส้นบะหมี่สาหร่าย หรืออาหารเสริม สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสาหร่ายได้มากขึ้น การทำตลาดสาหร่ายผักกาดทะเลไม่ควรหยุดอยู่ที่การขายสดเท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่การแปรรูปเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ” คุณโอแนะนำ

สำหรับท่านที่สนใจศึกษาหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ คุณโอ – วรรภา อ่อนจันทร ผู้จัดการ ฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่น Family Farm ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 093-794-3000
เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568
