“เมล็ดพันธุ์” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นทำนา เพราะเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรได้ผลผลิตสูง ลดต้นทุน และทำการผลิตอย่างปลอดภัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพไปยังเกษตรกรและชุมชน โดยยึดหลัก “ผู้ผลิตปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย” พร้อมทั้งขับเคลื่อนการปลูกข้าวคาร์บอนต่ำตามแนวทางเกษตรสมัยใหม่

นางสาวสุดคนึง พึ่มชัย ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น เปิดเผยว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นเป็นหน่วยงานส่วนกลางที่ปฏิบัติงานในภูมิภาค สังกัดกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2529 โดยมีหน้าที่หลักในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพให้กับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจทั่วประเทศ

“ปัจจุบันศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้กว่า 3,800 ตันต่อปี ครอบคลุมพันธุ์ข้าวสำคัญ ได้แก่ ข้าว กข6, กข49 และข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีคุณภาพดีและตอบโจทย์ความต้องการตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นางสาวสุดคนึง กล่าว
นอกจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์ยังทำงานร่วมกับเกษตรกรผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ของกรมการข้าว เช่น โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการศูนย์ข้าวชุมชน โครงการข้าวอินทรีย์ โครงการธนาคารข้าว โครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ การดำเนินงานเหล่านี้มุ่งเน้นให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ ในการผลิตข้าวที่มีคุณภาพสูงขึ้น ลดต้นทุนการผลิต ใช้แนวทางเกษตรปลอดภัย และปรับตัวเข้าสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ชูโมเดลสมาร์ทฟาร์มเมอร์
ถ่ายทอดองค์ความรู้ ขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง
นางสาวสุดคนึง กล่าวต่ออีกว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นมีบทบาทสำคัญ ในการสนับสนุนเกษตรกรให้ก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการร่วมกับกรมการข้าว โดยได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการผลิตเมล็ดพันธุ์ การจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน จนถึงการผลักดันเกษตรกรเข้าสู่โครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ด้านข้าว
โครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับเกษตรกรไทยให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิต ปัจจุบันที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น มีสมาร์ทฟาร์มเมอร์ด้านข้าวมากถึง 378 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่เกษตรกรในพื้นที่และภูมิภาคใกล้เคียง

“ปัจจุบันศูนย์ได้คัดเลือก “โมเดลสมาร์ทฟาร์มเมอร์” ไว้จำนวน 3 ท่าน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้แก่เกษตรกรคนอื่นๆ เปรียบเสมือนพี่เลี้ยงในชุมชน อย่างเช่น พี่ฐา นายเสฎฐวุฒิ ครสีเนตร เป็นประธานศูนย์ข้าวชุมชนทุ่งนครแค อยู่ที่อำเภอพล จากการเริ่มต้นรวมกลุ่มเล็กๆ จนสามารถพัฒนามาเป็นศูนย์ข้าวชุมชน และต่อยอดสู่การเป็นกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความเข้มแข็ง มีระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม” นางสาวสุดคนึง กล่าว

ความสำเร็จของกลุ่มถือเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตมาปรับใช้ จนสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงได้ตามเป้าหมายที่ศูนย์กำหนด และได้รับการยอมรับว่าเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างดี และกลุ่มยังสามารถแปรรูปและจำหน่ายผลผลิตในชุมชน เพิ่มช่องทางสร้างรายได้ที่มั่นคง

ดัน “ข้าวปลอดภัย-อินทรีย์”
เชื่อมเกษตรกรสู่ผู้บริโภคยุคใหม่
ในช่วงที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมากขึ้น นางสาวสุดคนึง กล่าวว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นเองได้เดินหน้าส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย และข้าวอินทรีย์ภายในจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิด “ผู้ผลิตปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย สิ่งแวดล้อมปลอดภัย” ศูนย์มุ่งเชื่อมโยงการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพกับการสร้างความรู้ให้เกษตรกร เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้าวที่ปลอดภัย และชุมชนมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ศูนย์ยืนยันว่าเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงผลผลิตที่สูง แต่เป็นการปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตที่ดี ในขณะเดียวกันต้องลดต้นทุนการผลิตและคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเปลี่ยนไปสู่ระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี ทำให้ดินและน้ำมีสภาพดีขึ้นในระยะยาว พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการอาหารปลอดภัย

“ในทุกจุดเรียนรู้จะมีสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ค่อยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ ทั้งการจัดการศัตรูพืช การปรับปรุงดิน การลดต้นทุน และการเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป ผู้ที่สนใจสามารถเดินเข้าไปสอบถาม หรือเข้าร่วมกิจกรรมได้แบบ walk-in เพื่อทดลองเรียนรู้ก่อนนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง” นางสาวสุดคนึง กล่าว
นอกจากนี้ เกษตรกรที่สนใจอยากรวมกลุ่มเป็นศูนย์ข้าวชุมชน สามารเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น เมื่อกลุ่มได้รับการอนุมัติ จะได้รับเมล็ดพันธุ์ตั้งต้น เพื่อผลิตและกระจายในชุมชนตามแผนงาน ปีที่ 1 จัดส่งเมล็ดพันธุ์สนับสนุนเริ่มต้น 3 ตัน และในปีที่ 2-3 ให้ต่อเนื่อง 2 ตันต่อปี เพื่อให้การผลิตขยายตัวอย่างมั่นคง

“การรวมกลุ่มไม่เพียงเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์ในพื้นที่ แต่ยังเป็นช่องทางให้ชุมชนพัฒนาระบบการตลาดภายใน ผลิตข้าวบริโภค สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการข้าวปลอดภัย และนำไปสู่การแปรรูปสินค้าที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ชุมชน เป้าหมายหลักคือการทำให้ศูนย์ข้าวชุมชนสามารถผลิตและกระจายข้าวปลอดภัยในชุมชนเองได้อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นต้นแบบที่ขยายผลได้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปค่ะ” นางสาวสุดคนึง กล่าวทิ้งท้าย
