Featured เกษตรยั่งยืน

“กำแพงเพชร” เดินหน้าผลิตข้าวพันธุ์ กข85 ป้อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกร

ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ของประเทศไทยในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 13 ปี โดยมีอัตราเพิ่มเฉลี่ยกว่า 20% โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ สำหรับวัตถุดิบประเภทแป้ง มี 2 ชนิดหลัก คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ต่างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและไก่ ทำให้ต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สำหรับ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปริมาณการผลิตของโลกมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยประเทศไทยมีกำลังการผลิตเพียงราว 4.5 ล้านตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ในส่วนของ ข้าวสาลี ภาวะการผลิตของโลกปรับตัวลดลงเช่นกัน ประเทศไทยต้องนำเข้าข้าวสาลีอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทนข้าวโพดที่ผลิตได้ไม่เพียงพอ จึงกลายเป็นวัตถุดิบหลักของโรงงานอาหารสัตว์ในประเทศ

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน และปัญหาภัยแล้ง ส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ ปริมาณวัตถุดิบที่ลดลงทำให้ไทยจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้น ขณะที่ผลผลิตเกษตรที่มีศักยภาพมากที่สุดของไทย คือ “ข้าว” จึงเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของการมองหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก

ดังนั้น กรมการข้าวจึงได้ดำเนินการจัดทำ โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยมุ่งปรับประยุกต์รูปแบบการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ผ่านการนำ “ข้าว” มาเป็นพืชทดแทนเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานในอาหารสัตว์ ลดผลกระทบจากวิกฤตราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาราคาข้าวเปลือกที่ถูกลง ทั้งยังเป็นทางเลือกสำคัญในการบริหารจัดการด้านอาหารสัตว์ของประเทศ พร้อมช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเพิ่มโอกาสในการใช้ผลผลิตภายในประเทศเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวคุณภาพสูง
ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตเพื่ออุตสาหกรรมอาหารสัตว์

นายสิทธิ เดชวิลัย นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีเกษตรกรเข้าร่วมรวมทั้งหมด 7 กลุ่ม มีจำนวนสมาชิก 176 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ โดยให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี กข 85 ในอัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ (ไม่เกิน 30 ไร่ต่อราย) โดยให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ กข 85 เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ผ่านการวิเคราะห์ถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ใกล้เคียงกับข้าวโพดและถั่วเหลือง โดยเฉพาะระดับอะมิโลสที่สูง เหมาะสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบด้านพลังงานในอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุนให้ผู้เลี้ยงสุกรและไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อต่อยอดเข้าร่วมโครงการ ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในด้านการจัดซื้อปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและสารเคมี จากเดิมที่เกษตรกรต้องซื้อในปริมาณน้อยและได้ราคาเต็ม การรวมกลุ่มทำให้สามารถสั่งซื้อจำนวนมากและได้รับราคาที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้จึงไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับความเข้มแข็งของชุมชนผู้ปลูกข้าว สนับสนุนการผลิตวัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้แก่เกษตรกรในระยะยาว

การปรับเปลี่ยนเพื่อความก้าวหน้า และความสำเร็จ ยกระดับชีวิตสู่ความยั่งยืน

“ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในโครงการวางแผนการปลูกร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้สามารถประเมินปริมาณผลผลิตที่จะส่งมอบให้โรงสีได้อย่างชัดเจนในแต่ละสัปดาห์ ทั้งนี้เพื่อให้โรงสีมีข้อมูลที่เพียงพอในการบริหารจัดการกำลังการรับซื้อและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายสิทธิ กล่าว

สำหรับผลประโยชน์ที่เกษตรกรได้รับจากโครงการ นายสิทธิ กล่าวว่า นอกจากรายได้ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเกิดจากการลดต้นทุนการผลิตและการปรับปรุงคุณภาพเมล็ดข้าวให้ดีขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนด เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการยังได้รับความรู้และทักษะจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในแปลงของตนเองได้จริง ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์จากต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ชาวนามีช่องทางจำหน่ายข้าวเปลือกที่หลากหลายและมั่นคงยิ่งขึ้น

Related Posts