เห็ดเยื่อไผ่ หรือเห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) สามารถพบได้ทั่วไปในโซนพื้นที่เขตร้อนชื้น สำหรับประเทศไทย สามารถพบเห็ดเยื่อไผ่ในป่าไม้ไผ่ตามธรรมชาติจำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาว เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้น เห็ดเยื่อไผ่สีชมพู และ เห็ดเยื่อไผ่สีส้ม แต่เห็ดป่าตามธรรมชาติ สามารถนำไปบริโภคได้เพียง 2 สายพันธุ์คือ เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาว เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้น ส่วนที่เหลืออีก 2 สายพันธุ์ที่เหลือ เป็นเห็ดพิษ ไม่ควรบริโภค

คุณค่าของเห็ดเยื่อไผ่
ทุกวันนี้ เห็ดเยื่อไผ่กลายเป็นเห็ดเศรษฐกิจอีกชนิดที่กำลังได้รับความสนใจเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะกับการนำมาบริโภคเป็นโปรตีนที่ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีโปรตีนร้อยละ 20 ไขมันร้อยละ 4-5 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40-50 กรดอะมิโนมากกว่า 14 ชนิด และวิตามินอีกหลายชนิด กล่าวได้ว่า เห็ดเยื่อไผ่ มีโปรตีนสูงกว่าเห็ดอื่นๆ เช่น เห็ดโคนที่มีโปรตีนร้อยละ 4.2 เห็ดฟางร้อยละ 3.4 เห็ดหอมสดร้อยละ 2.2 และเห็ดหูหนูร้อยละ 1.4 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาของเห็ดเยื่อไผ่นี้ขึ้นกับสายพันธุ์เป็นหลัก ที่ผ่านมา ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ได้ศึกษาพบว่า เห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์จีนกระโปรงยาวสีขาว อุดมไปด้วยสารสำคัญมากมาย เหมาะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เนื่องจากมีคุณสมบัติทัดเทียมกับเยื่อเมือกหอยทาก สอดรับกระแสรักษ์โลกและรักษ์สุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก
มาเพาะเห็ดตะกร้ากันดีกว่า
เนื่องจากเห็ดเผื่อไผ่มีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพมากมาย ทำให้คนไทยนิยมบริโภคเห็ดเยื่อไผ่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่จากการสุ่มตรวจ เห็ดเยื่อไผ่นำเข้า พบว่ามีสารกำมะถันตกค้างเกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเพราะสารกำมะถันเป็นโลหะหนักที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง เพื่อลดความเสี่ยง อยากเชิญชวนให้หันมาเลือกซื้อเห็ดเยื่อไผ่ที่เพาะได้เองในเมืองไทย เพราะเป็นเห็ดเยื่อไผ่ไร้สารฟอกสีและโลหะหนัก ซึ่งดีต่อสุขภาพผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยส่งเสริมอาชีพ เกษตรกรไทยไปพร้อมกัน

หากใครมีเวลาว่างสามารถเพาะเห็ดเยื่อไผ่ในตะกร้าเพื่อเพิ่มแหล่งอาหารในครัวเรือน การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ในตะกร้า มีความสะดวก ใช้พื้นที่น้อย วัสดุเพาะไม่สัมผัสกับพื้นดิน ต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการเพาะแบบขึ้นชั้น ในโรงเรือนปิด การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ในตะกร้า อาจพัฒนาเป็นอาชีพเสริมได้ แต่ไม่เหมาะกับทำเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอ การเกิดดอกเห็ดแต่ละตะกร้า ไม่แน่นอน เฉลี่ย 0.5 – 1 กิโลกรัม /1ตะกร้า
การเตรียมวัสดุเพาะมีดังนี้
1. ตะกร้าขนาด (กxยxส) 42:58:22 เชนติเมตร มีช่องตาข่าย ขนาด 1 ตารางนิ้วด้านล่าง มีช่องระบายอากาศ
2. วัสดุเพาะ ได้แก่ วัสดุเพาะสูตรใบไผ่ ขุยมะพร้าว แกลบดิบ (อัตราส่วน 1:1:1:1) และก้อนเชื้อเยื่อไผ่ พลาสติกคลุมตะกร้าในส่วนของขั้นตอนการเพาะเช่นเดียวกับการเพาะแบบชั้น
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 จังหวัดสงขลา กรมวิชาการเกษตร ได้แนะนำขั้นตอนการเพาะดำเนินการในแต่ละชั้นดังนี้
ชั้นที่ 1 : นำดินปลูกโรยในตะกร้าหนาประมาณ 3 ชม.
ชั้นที่ 2 : นำวัสดุเพาะใบไผ่และกิ่งไผ่ รวมถึงขุยมะพร้าว (ใบไผ่และกิ่งไผ่ : แกลบดิบ : ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 2:1:2 โดยน้ำหนัก) แช่น้ำก่อน 1 คืนจากนั้นตั้งทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำวัสดุเพาะทั้งหมดผสมให้เข้ากัน แล้วจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน

สำหรับส่วนที่ 1 โรยเป็นชั้นที่ 2 หนาประมาณ 5 ชม.
ชั้นที่ 3 : นำเส้นไยเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทย (KB) ที่เจริญอยู่บนวัสดุผลิตเชื้อเพาะ (spawn) จำนวน 10 ก้อนต่อแปลงเพาะ
ขั้นที่ 4 : นำวัสดุเพาะส่วนที่ 2 โรยทับวัสดุผลิตเชื้อเพาะ หนาประมาณ 3 ซม.
ขั้นที่ 5 : กลบหน้าด้วยดินปลูก หนาประมาณ 2 ชม. รดน้ำพอชุ่ม คลุมพลาสติกดำเพื่อบ่มเส้นใยเป็นเวลา 15 วัน เมื่อครบกำหนดนำพลาสติกดำออกรอจนกระทั่งดอกเห็ดบาน
ที่ผ่านมาทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสงขลา ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการเพาะเห็ดร่างแหสายพันธุ์ไทยของกรมวิชาการเกษตรให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจ นำไปใช้ประกอบอาชีพ สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี สำหรับการเพาะในแปลงกะบะเพาะขนาด 42x120x18 เชนติเมตร ให้ผลผลิต3 รุ่น เฉลี่ยรุ่นละ 3-5 กิโลกรัม ซึ่งมีราคาขายดอกเห็ดสดกิโลกรัมละ 500 บาท ดอกเห็ดแห้งเฉลี่ยกิโลกรัมละ 2,500 – 6,500 บาท

มีพื้นที่เหลือ มาทำแปลงปลูกเห็ดเผื่อไผ่
คนที่มีเชื้อเห็ดเยื่อไผ่อยู่แล้ว แต่ยังงงๆ กับวิธีเพาะ คุณฝ้าย – จันทร์พิมพ์ อินทร์ภิบาล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะเห็ดเยื่อไผ่และแปรรูปบ้านกอรวก อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ได้แนะนำวิธีเพาะเห็ดเยื่อไผ่แบบง่ายๆ มาฝากผู้สนใจ ดังนี้
ขั้นตอนแรก เริ่มจาก ปูฟางลงพื้นไปเลยจ้า จากนั้นเอาเชื้อเห็ดมาหักเรียงกันบนฟางที่ปูไว้ แต่ถ้าเชื้อมีราสีเข้มทิ้งไปเลยนะ เพราะเห็ดไม่ออกดอกแน่นอน ขั้นตอนต่อมาใส่น้ำตาลทรายแดง เพื่อเป็นอาหารให้กับเชื้อเห็ด ถ้าก้อนเชื้อมีขี้เลื่อยเหลือก็นำมาโรยกลบ ต่อด้วยมูลสัตว์ หากนำมูลหมูมาใช้จะเค็ม หลังจากนั้นใส่แกลบจากข้าว โรยบางๆ ต่อด้วยขี้เลื่อย โรยให้ฉ่ำๆเลยเพราะขี้เลื่อย เชื้อเห็ดช้อบชอบ สุดท้ายก็นำฟางมากลบให้มิด แต่ถ้ามีช่องเหลืออยู่ก็เอา ใบไม้ ใบไผ่มากลบซ้ำอีกรอบ สุดท้ายก็นำฮอรโมนมาผสมกับน้ำ รดให้ทั่ว 1 รอบ จากนั้นก็ตามด้วยน้ำเปล่าอีก 3 รอบ เพียงเท่านี้ก็เสร็จขั้นตอนการเพาะเห็ดเผื่อไผ่ หากใครยังไม่มั่นใจว่าทำถูกต้องหรือไม่ ตามไปดูขั้นตอนการทำได้ตามลิงค์นี้ได้เลย https://www.facebook.com/share/r/18JGZwjN6u/
อ้างอิงข้อมูลจาก
: มหัศจรรย์เห็ดร่างแห หรือเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์ไทย โดยคุณนพวรรณ นิลสุวรรณ
: การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง กรมวิชาการเกษตร
: Facebook : หญิงจัน ผลิตภัณฑ์จากเห็ดเยื่อไผ่

