กรมวิชาการเกษตร
อีกไม่นานประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก ที่รวมเอาความงดงามของพืชพรรณ เทคโนโลยีด้านการเกษตร และวัฒนธรรมจากหลายประเทศ มาไว้ในที่เดียว กับ งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ท่องเที่ยว เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านโลกของพืชสวนและนวัตกรรมด้านการเกษตร พร้อมช่วยสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมความพร้อมของงานมีความคืบหน้าอย่างมาก และพร้อมเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยการจัดสวนภายในพื้นที่งานดำเนินการไปได้เกือบ 100% เหลือเพียงสวนขององค์กรภายในประเทศบางส่วน และสวนจากนานาชาติอีก 15 ประเทศ ที่กำลังทยอยเข้ามาดำเนินการจัดแสดง ซึ่งหลายองค์กรได้เริ่มเข้าพื้นที่แล้ว ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญก่อนการเปิดงานอย่างเป็นทางการ นอกจากพื้นที่จัดแสดงสวนแล้ว อาคารสำคัญภายในงานจำนวน 4-5 หลัง ก็สร้
หากใครมีโอกาสเดินทางไปภาคใต้ อาจเคยรับประทานถั่วหรั่งต้มใส่เกลือ หนึ่งในอาหารว่างแสนอร่อย เมล็ดถั่วหรั่งใช้ต้มรับประทานเช่นเดียวกับถั่วลิสง เมล็ดอ่อนนิยมผัดแทนเมล็ดถั่วลันเตา ใช้ประกอบอาหารประเภทแกง หรือต้มซุปก็ดี จุดเด่นไม่พบเชื้ออัลฟาท็อกซิน แม้จะเก็บไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์ เมล็ดถั่วหรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีคาร์โบไฮเดรต 55-72% น้ำมัน 6-7% โปรตีน 18-20% นอกจากนี้ ยังมีสารเบต้าแคโรทีน ไทอะมีน ไรโบเฟลวิน ไนอะซิน วิตามินซี และมีสารเมทไธโอนีน ซึ่งเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในปริมาณสูงกว่าถั่วชนิดอื่น ถั่วหรั่งมีใบรูปร่างใบหอก ก้านใบสีเขียวอมม่วง ลำต้นสีม่วงแดง ดอกสีเหลือง ผิวฝักมีสีขาวอมน้ำตาล เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ดอกบานเมื่อมีอายุ 38 วัน มีเปอร์เซ็นต์กะเทาะเปลือกสูงถึง 73 เปอร์เซ็นต์ ฝักและเมล็ดเจริญเติบโตในดิน หลังจากผสมเกสรแล้วจะแทงเข็มส่งเมล็ดลงดิน พัฒนามาจนเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์ คล้ายกับถั่วลิสง โดย 1 ฝัก มีเพียงเมล็ดเดียว ถั่วหรั่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกา ในต่างประเทศเรียกว่า ถั่วคองโก ถั่วมาดากัสการ์ และถั่วแบมบารา แต่ไม่มีบันทึกไว้ว่ามีการนำมาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เม
กรมวิชาการเกษตร โดย ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพรทำหน้าที่วิจัยและพัฒนามะพร้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ผ่านการจัดการอบรม สัมมนา ดูงาน และจัดเสวนาเป็นระยะ ๆ และทำหน้าที่ผลิตต้นกล้ามะพร้าวพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูง และตกผลเร็ว ส่งเสริมให้เกษตรกร และผู้ประกอบการปลูกมะพร้าวพันธุ์ดีเพื่อเพิ่มผลผลิต เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมชุมพร 2 มียอดสั่งจองมากที่สุด มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมชุมพร 2 (มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย x พันธุ์ไทยต้นสูง) เป็นพันธุ์มะพร้าวที่เกษตรกรให้ความสนใจและมียอดสั่งจองมากที่สุด เนื่องจากมีลักษณะเด่นคือ มีอายุตกผลเร็ว ผลผลิตสูง ผลขนาดกลางถึงใหญ่ เปอร์เซ็นต์น้ำมันค่อนข้างสูงประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับพันธุ์สวีลูกผสม 1 ที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันประมาณ 68 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่ามะพร้าวใหญ่ที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันการผลิตต้นกล้ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากการอนุบาลต้นกล้าต้องใช้เวลานานถึง 5 เดือน หากสามารถลดระยะเวลาการอนุบาลต้นกล้าให้สั้นลงได้ จะสามารถผลิตต้นกล้าให้เกษตรกรได้เร็วขึ้
เกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตผัก ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน และตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ที่มีรายได้หลักจากการปลูกถั่วฝักยาว เนื้อที่ 132 ไร่ ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จ.พิษณุโลก (สวพ.2) จึงได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรลงไปช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่ให้กับเกษตรกร สามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตถั่วฝักยาวให้มีผลผลิตเพิ่มเกือบเท่าตัว จากเดิมผลิตที่มีผลผลิตเฉลี่ย 2,000 กิโลกรัม/ไร่ หลังใช้เทคโนโลยีสูงขึ้นถึง 3,850 กิโลกรัมต่อไร่ รู้จัก 5 เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต “ ถั่วฝักยาว ” ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร แนะนำ 5 เทคโนโลยีการผลิตของกรมวิชาการเกษตรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตถั่วฝักยาว ดังต่อไปนี้ 1.เทคโนโลยีปุ๋ยชีวภาพ ส่งเสริมเกษตรกรใช้ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟต 5 กิโลกรัม คลุกผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัม ให้เข้ากันแล้วใช้รองก้นหลุมพร้อมปลูกหรือใส่รอบโคนต้นถั่วฝักยาวที่อายุ 1-2 สัปดาห
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น พื้นที่ทำการเกษตรที่เคยอุดมสมบูรณ์ต่างประสบปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น ทำให้พืชขาดน้ำ ชะงักการเติบโต และได้ผลผลิตน้อยลงกว่าเดิม ในสภาวะที่โลกเข้าสู่วิกฤตโลกร้อน “เกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตร นับว่าเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอให้แก่เกษตรกร สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มาใช้แก้วิกฤตขาดน้ำทำเกษตร โดยนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ผนวกกับแนวคิด พลังงานทดแทน ระบบเกษตรอัจฉริยะ การให้น้ำตามความต้องการของพืช และคาร์บอนเครดิต จนประสบความสำเร็จในการประยุกต์เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เข้ามาใช้ในแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ เช่น ระบบให้น้ำทุเรียนพลังงานแสงอาทิตย์ โรงเรือนผักพรางแสงอัตโนมัติพลังงานแสงอาทิตย์ จะช่วยให้ใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพผลผลิต และยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย เทคโนโลยีการให้น้ำแบบแม่นยำ สำหรับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
ประเทศไทยยังคงเผชิญโจทย์ใหญ่ด้าน “ปุ๋ย” ในฐานะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก โดย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ภาพรวมไทยนำเข้าปุ๋ยมากกว่า 90% หรือราว 6 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะ “ยูเรีย” ซึ่งเป็นปุ๋ยหลักสำหรับนาข้าว มีการนำเข้าเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 2–2.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แหล่งนำเข้าหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และกาตาร์ ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันไทยยังนำเข้าจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน บรูไน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างปุ๋ยไทยที่ผูกโยงกับตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เปิดแหล่งใหม่กระจายความเสี่ยง สร้างอำนาจต่อรองราคา นายรพีภัทร์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ท่ามกลางความผันผวน รัฐบาลเริ่มขยับเชิงรุก โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เชิญผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ยรายสำคัญเข้ามาหารือ เพื่อหาแนวทางกระจายแหล่งนำเข้า โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย พร้อมประเมินผลกระทบระยะยาว หนึ่งในหมุดหมายสำคัญ คือการเปิดโอกาสเจรจากับประเทศผู้ผลิตรา
เห็ดเยื่อไผ่ หรือเห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) สามารถพบได้ทั่วไปในโซนพื้นที่เขตร้อนชื้น สำหรับประเทศไทย สามารถพบเห็ดเยื่อไผ่ในป่าไม้ไผ่ตามธรรมชาติจำนวน 4 สายพันธุ์ ได้แก่ เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาว เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้น เห็ดเยื่อไผ่สีชมพู และ เห็ดเยื่อไผ่สีส้ม แต่เห็ดป่าตามธรรมชาติ สามารถนำไปบริโภคได้เพียง 2 สายพันธุ์คือ เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาว เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้น ส่วนที่เหลืออีก 2 สายพันธุ์ที่เหลือ เป็นเห็ดพิษ ไม่ควรบริโภค คุณค่าของเห็ดเยื่อไผ่ ทุกวันนี้ เห็ดเยื่อไผ่กลายเป็นเห็ดเศรษฐกิจอีกชนิดที่กำลังได้รับความสนใจเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายเพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะกับการนำมาบริโภคเป็นโปรตีนที่ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีโปรตีนร้อยละ 20 ไขมันร้อยละ 4-5 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40-50 กรดอะมิโนมากกว่า 14 ชนิด และวิตามินอีกหลายชนิด กล่าวได้ว่า เห็ดเยื่อไผ่ มีโปรตีนสูงกว่าเห็ดอื่นๆ เช่น เห็ดโคนที่มีโปรตีนร้อยละ 4.2 เห็ดฟางร้อยละ 3.4 เห็ดหอมสดร้อยละ 2.2 และเห็ดหูหนูร้อยละ 1.4 เป็นต้น อย่างไรก็ตาม คุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาของเห็ดเยื่อไผ่นี้ขึ้นกับสายพันธุ์เป็นหลัก ที่
วันที่ 26 มีนาคม 2569 นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้นายอนุวัฒน์ รัตนชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชสวน กรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ เรื่อง มะพร้าว กับสุขภาพและการปฏิวัติอ้วนลงพุง และการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมใหญ่ กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและประโยชน์ รวมทั้งการรณรงค์ให้เกิดการรับรู้ประโยชน์และคุณค่าของน้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว ผลิตภัณฑ์มะพร้าว และการนำวัสดุเหลือใช้ของมะพร้าวไปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีการบรรยาย เรื่อง ปรับเปลี่ยนวัสดุ ทิ้งจากมะพร้าวให้เป็นคุณค่าของโลกใบนี้ด้วย กรมวิชาการเกษตรในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนามะพร้าวมาอย่างต่อเนื่อง ได้ร่วมมือกับชมรมฯ ในการขับเคลื่อนผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ผ่านการจัดการอบรม สัมมนา ดูงาน และจัดเสวนาเป็นระยะ ๆ อีกทั้งได้ผลิตต้นกล้ามะพร้าวพันธุ์ดีให้ผลผลิตสูง และตกผลเร็ว ส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการปลูกเพื่อเพิ่มผลผล
“ เห็ดถั่งเช่าสีทอง” ถือเป็นสมุนไพรเศรษฐกิจที่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งมีความต้องการมากถึง 500 ตันต่อปี แต่ปัจจุบันกำลังการผลิตยังไม่เพียงพอ ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรโดยศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เห็ดถั่งเช่าสีทอง ให้ได้ผลผลิตสูง ควบคู่กับการเพิ่มปริมาณสารออกฤทธิ์สำคัญ “คอร์ไดซิปิน” และ “อะดีโนซีน” ซึ่งเป็นสารชีวภาพมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ มุ่งยกระดับการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างต่อเนื่อง ในการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการให้มีมูลค่าสูง พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในทุกมิติ ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง มีคุณภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก นางสาวบุญปิยธิดา คล่องแคล่ว นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศ
กรมวิชาการเกษตรเผยผลวิจัยการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสม กับช่วงการเติบโตของวานิลลา โดยระยะแรกของการเจริญเติบโตทางลำต้น บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 27-11-11 ผสมปุ๋ยสูตร 46-0-0 และปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนระยะการให้ดอก บำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ผสมปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ทุกเดือน หลังวานิลาให้ดอกแล้ว บำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 8-8-24 ร่วมกับปุ๋ยสูตร 0-0-60 ทุกเดือน กรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวานิลา ภายใต้การนำของ หัวหน้าโครงการวิจัย คือ นางวราภรณ์ อุดมดี ( ปี พ.ศ. 2562) โดยมุ่งศึกษาวิจัยเรื่องการให้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับช่วงการเจริญเติบโตของวานิลา ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ต.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งมีการปลูกวานิลา สายพันธุ์ Vanilla planifolia Andrew. ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง และเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศต่างๆ เช่น เม็กซิโก มาดากัสการ์ อินโดนีเซีย ฯลฯ โครงการวิจัยครั้งนี้ ได้ปลูกวานิลาพันธุ์ V. plonifolia (Andrews.) แบบใช้ค้าง (เสาซีเมน) สูง 2.5 เมตร ฝังดินลึก 0.5 เมตร เพื่อให้ค้างสูงประมาณ 2 เมตร พรางแสงโดยตาข่ายพรางแสง 50% ใช้ระยะปลูก 1.5 x 2เมตร ขุดหลุม
