News

กุ้งก้ามแดงในกว๊านพะเยา: โจทย์ที่มากกว่าเรื่องกุ้ง

จากกระแสที่ชาวจังหวัดพะเยาตื่นเต้นกับการจับกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งเครย์ฟิชได้ในกว๊านพะเยา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ รวมทั้งนักวิชาการด้านประมงชี้ว่า กุ้งชนิดนี้เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถรุกรานระบบนิเวศ หากมีการแพร่กระจายและตั้งประชากรได้ในธรรมชาติ

เรื่องนี้อาจดูเป็นเพียงข่าวเล็ก ๆ ของสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง แต่กำลังสะท้อนปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ นั่นคือปัญหา “สัตว์ต่างถิ่น” ที่หลุดรอดหรือถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

ล่าสุด จังหวัดพะเยาได้ติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุม พร้อมทั้งรณรงค์ไม่ให้ประชาชนนำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ  ปัจจุบัน สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

กรมประมงจัดให้กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ต้องควบคุม เนื่องจากมีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการแพร่กระจาย เช่น ปรับตัวเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย แข่งขันแย่งอาหารกับสัตว์น้ำชนิดอื่น และมีพฤติกรรมขุดโพรงตามคันบ่อและตลิ่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสี่ยงในการเป็นพาหะของโรคที่สำคัญต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจ


เจ้ากุ้งชนิดนี้ ไม่ใช่กรณีแรกของโลก หลายประเทศเคยเผชิญปัญหาจากสัตว์ชนิดนี้มาแล้ว ในยุโรป กุ้งเครย์ฟิชจากอเมริกาเหนือถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกุ้งพื้นเมืองและระบบนิเวศน้ำจืด ขณะที่ในจีน แม้กุ้งเครย์ฟิชจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล แต่บางพื้นที่ก็เผชิญความเสียหายต่อคันนาและระบบชลประทานจากพฤติกรรมการขุดโพรง ส่วนในหลายประเทศของแอฟริกา มีการเฝ้าระวังผลกระทบต่อพืชน้ำและสัตว์น้ำพื้นถิ่นจากการแพร่กระจายของกุ้งต่างถิ่นเช่นกัน

สัตว์น้ำต่างถิ่นไม่จำเป็นต้องเป็น “ผู้ร้าย” ตั้งแต่ต้น หลายชนิด“”อาจถูกลักลอบนำเข้ามา นอกเหนือจากการนำเข้าถูกต้องตามกฏหมาย ในฐานะสัตว์เลี้ยง สัตว์สวยงาม สัตว์เศรษฐกิจ เพื่อการศึกษา โดยที่บางกรณีเกิดจากการหลุดรอดจากการเลี้ยงโดยไม่ควบคุม  รวมถึงการปล่อยลงสู่ธรรมชาติโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทุกวันนี้ แทบไม่มีประเทศใดที่ไม่เคยเผชิญปัญหาสัตว์ต่างถิ่น ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง หอย หรือสัตว์น้ำชนิดอื่น ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ว่า “สัตว์ต่างถิ่นเข้ามาได้อย่างไร” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่แต่ละประเทศเลือกจัดการอย่างไร เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนให้ได้มากที่สุด

ประสบการณ์การจัดการสัตว์น้ำต่างถิ่นของหลายประเทศ ด้วยสัตว์ต่างถิ่นมีที่มาหลากหลาย การจัดการสัตว์ต่างถิ่นจึงต้องมองทั้งระบบ มากกว่ามุ่งอธิบายผ่านสาเหตุหรือช่องทางใดเพียงอย่างเดียว และบูรณาการหลายมาตรการ ทั้งการป้องกันการแพร่กระจาย การเฝ้าระวัง การควบคุมประชากร การจับออกจากธรรมชาติ การส่งเสริมการใช้ประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลดจำนวนประชากรซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศนำมาใช้

ตัวอย่างที่ถูกใช้เป็นกรณีศึกษาการจัดการสัตว์ต่างถิ่น คือ การจัดการปลาสิงโตในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคแคริบเบียน ซึ่งภาครัฐส่งเสริมการบริโภคควบคู่กับการติดตามการแพร่กระจายของปลา ภายใต้แนวคิด “ยิ่งจับออกจากธรรมชาติมากเท่าใด ก็ยิ่งช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศได้มากขึ้น” เท่านั้น รวมถึง กุ้งเครย์ฟิชที่ระบาดในหลายประเทศในยุโรป ก็มีการนำมาตรการร่วมกัน ทั้ง การจับออก การควบคุมการเลี้ยง และการใช้เทคโนโลยีตรวจติดตามการแพร่กระจาย 

เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่พบสัตว์ต่างถิ่นหลายชนิดในแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งก้ามแดง ปลาหมอบัตเตอร์ หอยเชอรี่ และปลาหมอคางดำ ซึ่งล้วนเป็นกรณีที่ต้องอาศัยมาตรการหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการเฝ้าระวัง การควบคุม การจับออกจากธรรมชาติ และการใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม

สัตว์ต่างถิ่นไม่ได้เลือกประเทศที่จะเข้าไป แต่ทุกประเทศต้องเลือกวิธีรับมือ สิ่งสำคัญจึงอาจไม่ใช่การถกเถียงว่า “มันเข้ามาได้อย่างไร” เพียงอย่างเดียว แต่คือการร่วมกันหาวิธีควบคุมผลกระทบ ลดจำนวนประชากร และใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้อย่างเหมาะสมได้อย่างไร.

Related Posts