Exclusive Featured

“มองใบไม้ให้เป็นเงิน” เปิดอาชีพรับซื้อสมุนไพร  ธุรกิจที่เปลี่ยนใบไม้ธรรมดาให้มีมูลค่า

หลายคนอาจมองว่า ใบไม้ที่ร่วงอยู่ใต้ต้น หรือพืชที่ปลูกอยู่ริมรั้วบ้าน เป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไม่มีมูลค่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว พืชหลายชนิดที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นใบมะละกอ ใบมะม่วง ใบฝรั่ง ใบมะนาว ไปจนถึงไม้ดอกหลากหลายชนิดที่ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม ล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ตลาดสมุนไพรและอุตสาหกรรมสุขภาพยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะในสายตาของผู้ที่เข้าใจตลาดสมุนไพรแล้ว “ใบไม้ทุกใบมีมูลค่า” เพียงแต่ต้องรู้ว่าจะนำไปต่อยอดอย่างไร

วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จัก ‘อาชีพรับซื้อสมุนไพร’ กับ คุณนุช–ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร63” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชาชง หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจำนวนมาก ล้วนต้องอาศัยเครือข่ายผู้รวบรวมวัตถุดิบจากเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป

จุดเริ่มต้นของหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักไม่ได้เกิดจากความต้องการกำไรสูงสุด แต่เกิดจาก “ทางรอด” ของชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องราวของธุรกิจสมุนไพรแห่งนี้ ที่เริ่มต้นจากวินาทีที่ชีวิตเกือบถึงทางตัน เมื่อ “สมุนไพร” คือโอกาสสุดท้าย

คุณนุช เล่าถึงที่มาของการเริ่มต้นสมุนไพรให้ฟังว่า “ตอนนั้นเราป่วยหนักมาก ผอมจนเหลือเพียง 30 กว่ากิโลกรัม ใจหนึ่งคิดว่าคงไม่รอดถึงขั้นฝากฝังลูกไว้กับคนอื่น จนสงสัยว่าเป็นโรคร้าย แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่จิตใจที่ยังต้องสู้ทำให้กัดฟันทำงานควบคู่ไปกับการรักษาตัว โดยหันมาพึ่งพาภูมิปัญญาจากสมุนไพรไทยตามคำแนะนำของผู้คนรอบข้าง”


จากการลองผิดลองถูกและเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทำให้คุณนุชค้นพบความมหัศจรรย์ของพืชสมุนไพรหลายชนิด ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเพาะปลูกมะแว้งและสมุนไพรชนิดอื่นๆ ในเวลาต่อมา

เมื่อสมุนไพรที่ปลูกเริ่มให้ผลผลิตมากเกินความต้องการในครัวเรือน ความท้าทายใหม่จึงเกิดขึ้น นั่นคือการหาช่องทางการตลาด จนนำไปสู่การเป็น “ผู้รับซื้อ” เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมโยงสมุนไพรจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ

ปัจจุบัน “ณิชาดา บ้านสมุนไพร 63” กลายเป็นศูนย์รับซื้อสมุนไพรที่มีวัตถุดิบมากกว่า 200 รายการ ไม่ว่าจะเป็นเกสรบัว ใบหญ้านาง ใบรางจืด ดอกกระเจี๊ยบ มะตูม รวมไปถึงสมุนไพรพื้นบ้านอีกหลากหลายชนิด โดยเปิดรับซื้อจากเกษตรกรทั่วประเทศ ตั้งแต่ปริมาณ 1-5 กิโลกรัม ไปจนถึงหลักสิบกิโลกรัม

“ทุกวันนี้มีทั้งคนใต้ คนอีสาน คนเหนือ ติดต่อเข้ามาหาพี่จากคลิปที่ลงไว้ พี่ชอบนะ เวลารู้ว่าคนที่ปลูกมีที่ขาย เขามีกำลังใจที่จะทำต่อ”

คุณนุช ยกตัวอย่าง “ดอกพิกุล” ที่หลายคนปลูกไว้แต่ไม่รู้จะนำไปใช้ประโยชน์อะไร จนกระทั่งเห็นคลิปที่ประกาศรับซื้อ ปัจจุบันจึงเริ่มมีเกษตรกรทยอยเก็บมาส่ง ทั้งหลัก 5 กิโลกรัม 10 กิโลกรัม ไปจนถึงหลักร้อยกิโลกรัม

เรื่องราวที่ทำให้คุณนุชประทับใจที่สุด คือคุณตาคุณยายคู่หนึ่งที่ทำนาอยู่ต่างจังหวัด หลังจากเห็นคลิปรับซื้อเกสรบัว ก็โทรมาถามว่า “ยายมีเกสรบัว เอาไหมลูก” แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่หลังจากตกลงราคากันได้ ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มค้าขายกันตั้งแต่ปีแรก และยังคงส่งเกสรบัวมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

“พี่รู้สึกดีใจนะ ที่อย่างน้อยสิ่งที่เราทำ มันไม่ได้เป็นแค่ธุรกิจ แต่ช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีตลาดรองรับ และทำให้เขาเห็นว่าสิ่งเล็กๆ รอบตัว ก็สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้เหมือนกัน” คุณนุช กล่าว

จากวันที่เคยป่วยจนคิดว่าชีวิตคงเดินมาถึงทางตัน วันนี้คุณนุชกลับใช้สมุนไพรเป็นทั้งพลังในการรักษาตัวเอง และเป็นสะพานเชื่อมโอกาสให้กับเกษตรกรอีกมากมาย เพราะสำหรับคุณนุชแล้ว “ใบไม้ทุกใบมีคุณค่า” หากเราเลือกมองเห็นมันในมุมที่แตกต่าง

ใบมะขามหนึ่งต้น อาจเป็นรายได้ที่หลายคนมองข้าม

“คนส่วนใหญ่มองเห็นต้นไม้ แต่พี่มองเห็นรายได้” คุณนุช พูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหยิบใบมะขามแห้งขึ้นมาให้ดู

สำหรับหลายคน ใบมะขามอาจเป็นเพียงใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ต้น แต่สำหรับคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการสมุนไพร ใบเล็กๆ เหล่านี้กลับเป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการอยู่ตลอดทั้งปี

“ถ้าช่วงไหนตลาดต้องการใบมะขาม พี่ก็จะโพสต์รับซื้อเลย แต่ก่อนจะรับซื้อ เราต้องบอกเกษตรกรก่อนว่า ขอให้มีก้านติดมาได้นิดหน่อย อย่าเยอะ เพราะก้านเอาไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้ ถ้ามีเยอะเราก็รับซื้อในราคาเดิมไม่ไหว” คุณนุช กล่าว

เมื่อรับวัตถุดิบเข้ามาแล้ว งานยังไม่จบเพียงเท่านั้น ทุกอย่างต้องผ่านการคัดแยก เป่าฝุ่น ร่อนเศษดิน หรือบางครั้งก็มีหินเม็ดเล็กๆ ปะปนมาด้วย ซึ่งต้องค่อยๆ คัดออกด้วยความละเอียด “ใครมีวิธีทำให้เร็ว ทำให้สะอาด นั่นแหละคือกำไรของอาชีพนี้”

คุณนุชเล่าว่า ใบมะขามสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย ทั้งทำลูกประคบ ทำยาแผนไทย เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือใช้เป็นสมุนไพรช่วยเรื่องระบบขับถ่าย จึงทำให้ความต้องการในตลาดยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

“ต้นมะขามต้นหนึ่ง ถ้าเรามองให้เป็น มันคือรายได้ที่เก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ วันนี้เก็บใบไป อีกไม่นานมันก็แตกใบใหม่อีกแล้ว”

ไม่ใช่แค่ใบมะขามเท่านั้น “ไพล” ก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่กว่าจะได้ไพลแห้งคุณภาพดีสักกิโลกรัม ต้องผ่านขั้นตอนที่ต้องอาศัยทั้งเวลาและความใส่ใจ เริ่มตั้งแต่ล้างหัวไพลให้สะอาด ตัดแต่งส่วนที่ไม่ต้องการ จากนั้นนำเข้าเครื่องหั่น ก่อนจะนำไปตากแดดหลายวันไพลมีน้ำอยู่ข้างในเยอะ ถ้าตากไม่ดี หรือปล่อยให้มีความชื้น ก็จะขึ้นราได้ เราต้องคอยกลับทุกด้าน ให้เขาแห้งเท่ากัน สีจะได้สวย เมื่อแห้งดีแล้ว ไพลสามารถนำไปทำลูกประคบ บดเป็นผง หรือใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้อีกมากมาย

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้คุณนุชเชื่ออยู่เสมอว่า ความจริงแล้วพืชหลายชนิดที่อยู่รอบตัว ล้วนมีมูลค่า เพียงแต่หลายคนยังไม่เคยมองเห็น “บางคนเห็นใบไม้แล้วมองว่าไม่มีค่า แต่พี่มองเป็นเงิน มองเป็นโอกาส เพราะถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์จากมัน ต้นไม้หนึ่งต้นอาจสร้างรายได้ให้เราได้มากกว่าที่คิด” และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า บางครั้ง “รายได้” ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่อาจซ่อนอยู่ในใบไม้เล็กๆ ที่เราเดินผ่านทุกวัน โดยไม่เคยหยุดมองมันอย่างจริงจังเลยสักครั้ง

เคล็ดลับเติบโตของธุรกิจสมุนไพร ไม่ใช่แค่ขายเก่ง แต่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

จากจุดเริ่มต้นที่เพียงแค่อยากหารายได้เลี้ยงครอบครัว คุณนุช ไม่เคยคิดเลยว่า “ธุรกิจรับซื้อสมุนไพร” จะเติบโตมาถึงจุดนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากการรับซื้อสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิด วันนี้ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งลูกค้ารายย่อย ร้านค้า และบริษัทที่ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์แผนไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ที่ไม่เพียงเป็นลูกค้า แต่ยังกลายเป็น “ครู” ที่คอยถ่ายทอดความรู้ให้อีกด้วย

“ส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามว่าพี่ขายใบรางจืดราคาเท่าไหร่ สมุนไพรตัวนี้ขายยังไง บางคนก็เป็นคุณหมอที่ซื้อไปใช้จริง ซึ่งพี่โชคดีมาก เพราะนอกจากเขาจะอุดหนุนแล้ว เขายังให้ความรู้เราด้วย” คุณนุช กล่าว

คุณนุช ยกตัวอย่างว่า คุณหมอหลายท่านจากทั้งเชียงใหม่และชลบุรี มักจะแนะนำรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของวัตถุดิบที่ดี วิธีคัดเลือก หรือกระบวนการแปรรูปที่ถูกต้อง “บางทีคุณหมอก็บอกว่า พญาเสือโคร่งที่ดีต้องมีสีแบบนี้นะ ต้องคัดแบบนี้นะ เราก็ได้เรียนรู้เพิ่มไปเรื่อยๆ พี่ว่าข้อดีของอาชีพนี้คือ ยิ่งทำ ยิ่งต้องเรียนรู้ ไม่มีวันจบ”

คุณนุช เชื่อว่า การทำธุรกิจสมุนไพรไม่ได้อาศัยเพียงทักษะการขาย แต่ต้องเปิดใจรับความรู้ใหม่อยู่เสมอ เพราะยิ่งเข้าใจวัตถุดิบมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้มากขึ้นเท่านั้น

เมื่อมองย้อนกลับไป เธอยังรู้สึกประหลาดใจอยู่เสมอว่า จากวันที่เริ่มต้นโดยไม่มีต้นทุน ไม่มีความรู้ด้านธุรกิจ และแทบไม่มีใครรู้จัก วันนี้กลับสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง “บางครั้งก็ยังรู้สึกเหมือนฝันนะ จากคนที่ไม่มีอะไรเลย แต่พอมีคนเข้ามาบอกว่า ‘พี่เก่งมาก’ เราถึงเพิ่งหันกลับมาชมตัวเองว่า เออ…เราก็เก่งเหมือนกันนะ ที่พาตัวเองมาถึงตรงนี้ได้”

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดจากโชคเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “ความอดทน” ซึ่งคุณนุชมองว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของคนทำธุรกิจ “คนเราถ้าคิดแต่จะเอาให้คุ้มอย่างเดียว มันไปไม่รอดหรอกค่ะ บางวันได้ บางวันเสีย บางครั้งเหนื่อย บางครั้งผิดหวัง มันเป็นเรื่องปกติ ทุกอย่างต้องเดินไปพร้อมกัน แต่ถ้าเรายังอดทน ยังเรียนรู้ และไม่ยอมแพ้ สักวันความสำเร็จก็จะค่อยๆ เดินมาหาเราเอง”

และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญของธุรกิจสมุนไพร ที่ไม่ได้สอนแค่เรื่องการสร้างรายได้ แต่ยังสอนให้รู้ว่า การเติบโตที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการไม่หยุดเรียนรู้ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต

สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับซื้อสมุนไพร หรือรายละเอียดผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถติดต่อ คุณนุช–ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ ‘ณิชาดา สมุนไพร 63’ ได้โดยตรงที่ โทรศัพท์ 092-669-4414 หรือผ่านทาง Facebook : ณิชาดา สมุนไพร63″ https://www.facebook.com/share/1CcutsZ9DY/?mibextid=wwXIfr

Related Posts