กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การป้องกันและควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตั้งเป้าลดพื้นที่การระบาดลง 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2569 ผ่าน 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่ เฝ้าระวังและสำรวจแปลงอย่างต่อเนื่อง กำจัดต้นเป็นโรคและควบคุมแมลงพาหะ ส่งเสริมการใช้พันธุ์สะอาดและพันธุ์ต้านทาน ควบคุมการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ สร้างแหล่งพันธุ์สะอาดในชุมชน และบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมนำ “แปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา” จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้นแบบการส่งเสริมการเกษตรที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาปรับใช้ในแปลงจริง ตั้งแต่การผลิต การจัดการโรคและศัตรูพืช การลดต้นทุน ไปจนถึงการรวมกลุ่มทำตลาด เตรียมต่อยอดสู่บริษัทเกษตรกรในอนาคต

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จ.กาญจนบุรี หนึ่งในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญของไทย โดยติดตามผลการดำเนินงาน 6 แนวทางหลัก เพื่อควบคุมและลดพื้นที่การระบาดใบด่างมันสำปะหลังของกรมส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย 1.เฝ้าระวังและสำรวจแปลงทุก 2-4 สัปดาห์ ค้นหาแหล่งพันธุ์สะอาดต้านทานโรครองรับฤดูปลูก 2.กำจัดแหล่งแพร่ระบาด โดยถอนทำลายต้นเป็นโรคทันที ขุดหลุมฝังอย่างถูกวิธีและควบคุมแมลงหวี่ขาวยาสูบพาหะนำโรค 3.ใช้พันธุ์สะอาดและพันธุ์ต้านทาน ได้แก่ ขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังอิทธิ1 อิทธิ2 อิทธิ3 และส่งเสริมพันธุ์ทนทาน เช่น เกษตรศาสตร์50 ห้วยบง60 และระยอง72 แทนพันธุ์อ่อนแอ 4.ควบคุมการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนปลูกและเคลื่อนย้าย 5.สร้างแหล่งพันธุ์สะอาด จัดตั้งธนาคารท่อนพันธุ์ชุมชน และแปลงเรียนรู้ และ 6.บูรณาการทุกภาคส่วน ใช้เครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร พบว่าเกษตรกรยอมรับพันธุ์ต้านทานโรคมากขึ้น ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรวางแผนจะลดพื้นที่การระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลังลง30% ภายในปี 2569

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทยยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงต้องเร่งส่งเสริมให้เกิดเกษตรต้นแบบแปลงมันสำปะหลังที่มีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับสูงขึ้นทั้งในด้านปริมาณผลผลิต คุณภาพ และรายได้ตอบแทนสู่เกษตรกร โดยผลการดำเนินงาน “กลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี” พบว่า สมาชิกเกษตรกรในกลุ่ม ใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับพื้นที่และภูมิอากาศตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร

โดยสำนักงานเกษตรในพื้นที่ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีจัดทำแปลงสาธิตการผลิตมันสำปะหลังโดยใช้เครื่องจักรกลเกษตร ประกอบด้วย การไถระเบิดดินดาน ใช้เทคนิคการปลูกมันสำปะหลังขยายร่อง การใช้รถปลูกมันสำปะหลัง การใช้หางพรวนทำรุ่นมันสำปะหลัง การใช้โดรนฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การใช้ปุ๋ยตามการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง และการเพิ่มปริมาณเชื้อแป้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและตอบสนองต่อพื้นที่มากที่สุด พัฒนาบนมาตรฐานการผลิตเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ใช้ปุ๋ยพืชสด ลดการเผา จัดการเศษวัสดุทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์ สามารถบริหารต้นทุนและสร้างผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งหน้าที่ชัดเจนในกลุ่มสมาชิก ทำตลาดแบบกลุ่ม และสร้างเครือข่ายกับผู้รับซื้อ เชื่อมโยงแหล่งจำหน่ายผลผลิตมันสำปะหลังที่มีการรับซื้อที่เป็นธรรม

ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้วางแผนพัฒนา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2570 – 2574 เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มยกระดับเป็น บริษัท แปลงใหญ่มันสำปะหลังพุประดู่พัฒนา จำกัด “เป็นบริษัทเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังคุณภาพสูง บริหารด้วยนวัตกรรม เชื่อมโยงตลาด สร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
