เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมาเราเห็นผลไม้รูปร่างหน้าตาสีชมพูหวาน จากชาวเน็ตท่านหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัยว่ามันคือผลอะไร? ทานได้หรือไม่ได้กันนะ??
ซึ่งไอ้เจ้าผลไม้สีหวานหน้าตากลมน่ารักที่เราเ็นมันคือผลของต้น “เครือสามแฉก” เป็นตระกูลไม้เถาคันอยู่ในสายเดียวกับองุ่น เมื่อมันสุกผลจะคล้ายกับลูกองุ่น ซึ่งโดยส่วนมากจะพบได้ที่ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลายประเทศ โดยส่วนมากมันจะถูกเรียกว่าเป็นองุ่นป่า
แต่!! ถึงจะถูกเรียกแบบนั้นมันก็ผลไม้ที่ ‘กินไม่ได้!’ เพราะภายในผลของมันจะแฝงไปด้วยเข็มเล็กๆ หลายเข็มเมื่อกันเข้าไปมันจะไปแทงเยื่อบุในช่องปาก และเกิดอาการคันยิบๆ ก่อเกิดการอักเสบ
เรียกว่าเป็นผลไม้สีหวานที่แม้แต่พวกสัตว์กินพืชน้อยใหญ่ยังหลีกเลี่ยงนั้นเองค่ะ
MOST POPULAR
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
ปัญหา “ไมโครพลาสติก” (Microplastics) กำลังกลายเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้สามารถปนเปื้อนในแหล่งน้ำดื่ม น้ำผิวดิน รวมถึงน้ำทะเล และมีแนวโน้มสะสมในร่างกายมนุษย์ผ่านห่วงโซ่อาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายในระยะยาว ในขณะที่กระบวนการบำบัดน้ำแบบดั้งเดิมยังคงต้องพึ่งพาสารเคมี เช่น อะลูมิเนียมซัลเฟต (Alum) หรือโพลิเมอร์สังเคราะห์เพื่อช่วยตกตะกอนสิ่งปนเปื้อน แต่วิธีการเหล่านี้อาจก่อให้เกิดสารตกค้าง และมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมตามมา อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของ “เมล็ดมะรุม” ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย ว่าสามารถนำมาใช้เป็นสารช่วยตกตะกอนตามธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดไมโครพลาสติกออกจากน้ำ ผลการศึกษาจากทีมนักวิจัยของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซาเปาโล (ICT-UNESP) ระบุว่า สารสกัดจากเมล็ดมะรุม (Moringa oleifera) มีศักยภาพในการกำจัดไมโครพลาสติกชนิดพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ออกจากน้ำดื่มได้มากกว่า 98% ซึ่งนับเป็นประสิทธิภาพที่เทียบเท่าหรืออ
กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลังคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ผ่าน Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ฟื้นฟูพืช ดิน และรากพืชอย่างถูกวิธี ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรใน 50 จังหวัด มีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าเสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการสำรวจความเสียหาย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะสิ้นสุดซึ่งพืชที่ผ่า
“มะละกอ” จัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากนัก แต่เดิมคนไทยจะคุ้นเคยกับ “มะละกอพันธุ์แขกดำ” และ “พันธุ์แขกนวล” โดยพันธุ์แขกดำนำมาบริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในขณะที่พันธุ์แขกนวลนิยมนำมาทำเป็นส้มตำ ด้วยความที่ “ส้มตำ” นั้นเป็นที่นิยมของทั่วทุกภาพ ปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มขยายพื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์ทานดิบอย่าง “ครั่ง” กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์มะละกอไทยที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อบริโภคดิบ เพื่อนำมาทำส้มตำโดยเฉพาะ เนื้อกรอบและรสชาติอร่อยมาก นอกจากนั้น ยังมีมะละกออีกหลายๆ สายพันธุ์ที่น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกและบริโภค เช่น มะละกอ “ขอนแก่น 80” และมะละกอยักษ์ “เรดแคริเบี้ยน” เป็นต้น 1. มะละกอแขกดำศรีสะเกษ “มะละกอแขกดำศรีสะเกษ” สายพันธุ์มะละกอที่ดีพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นมะละกอไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรวมพันธุ์มะละกอแขกดำจากจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครราชสีมา โดยได้นำเมล็ดมาปลูกในระหว่างปี พ.ศ. 2527-2533 เพื่อศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์แขกดำที่ให้ผลผลิตสูงและได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า “แขกดำศรีสะเกษ” ปัจจ
