(ซินหัว) — ช่วงกลางฤดูร้อน “แตงโมซีซา” ลูกโตที่เพาะปลูกบนพื้นที่หลายแสนหมู่ในเขตซาโพโถว เมืองจงเว่ย เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ได้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการ ดึงดูดเหล่าเกษตรกรออกมาทำงานกันอย่างคึกคัก


รายงานระบุว่าสภาพอากาศแห้งและดินทรายที่อุดมด้วยแร่ธาตุซีลีเนียมช่วยให้แตงโมซีซาที่เพาะปลูกบนทะเลทรายโกบีมีจุดเด่นเรื่อง “ลูกใหญ่ เนื้อทราย ฉ่ำน้ำ และหวานชุ่ม” จนครองสมญานาม “มรกต” แห่งทะเลทรายโกบี


อนึ่ง เมืองจงเว่ยมีพื้นที่เพาะปลูกแตงโมซีซาอยู่ 4.69 แสนหมู่ (ราว 1.95 แสนไร่) ในปี 2025 ซึ่งคาดว่าจะให้ผลผลิตสูงถึง 1.15 ล้านตัน ทำให้อุตสาหกรรมแตงโมซีซากลายเป็นอุตสาหกรรมหลักในการช่วยเกษตรกรท้องถิ่นเพิ่มรายได้และสร้างความมั่งคั่ง
MOST POPULAR
จากพืชยอดฮิตของมาดากัสการ์ สู่พืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตาในไทย ปัจจุบันการปลูกวานิลลาไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่อากาศเย็นทางภาคเหนือเท่านั้น แต่เริ่มขยายวงกว้างไปทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถให้ผลผลิตได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นโอกาสทองของคนปลูก เพราะอุตสาหกรรมอาหารในประเทศยังต้องการวัตถุดิบตัวนี้อีกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนปลูกต้องเน้นย้ำคือ “คุณภาพ” เพราะในตลาดวานิลลา ผลผลิตที่ได้มาตรฐานเท่านั้นถึงจะไปต่อได้อย่างยั่งยืน คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla House แห่งอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นักพัฒนาสูตรอาหารที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของวานิลลาจากประสบการณ์ในสายงานที่คลุกคลีมานาน จึงตัดสินใจพลิกพื้นที่ข้างบ้านเพียง 1 งาน มาทดลองปลูกวานิลลาด้วยตัวเอง เพื่อศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมีเป้าหมายในการนำผลผลิตมาต่อยอดใช้กับอาชีพนักพัฒนาสูตรอาหาร และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากวานิลลาเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต คุณอ้อเล่าว่า เส้นทางการปลูกวานิลลาของเธอ ไม่ได้เริ่มจากการทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก แต่เกิดจากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากสร้างพื้นที่สีเขียวภายใ
การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกเลี้ยง หรือปลูกสิ่งที่มีราคาดีในตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจธรรมชาติ และค้นหาว่าสภาพแวดล้อมแบบใดเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการเลี้ยงหรือปลูก เพราะเมื่อเข้าใจความต้องการของสิ่งมีชีวิต และเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอาชีพและมูลค่าเพิ่มทางการเกษตรได้ เช่นเดียวกับการเลี้ยง “ชันโรง” บน “เกาะช้าง” จังหวัดตราด ที่ได้นำความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามาเป็นส่วนสำคัญ ในการพัฒนาการเลี้ยงแมลงผสมเกสรชนิดนี้ให้เติบโตตามธรรมชาติ คุณต้น – ขจรพงศ์ ชูปัญญานนท์ เจ้าของนิรามิสสุข เกษตรกรจังหวัดตราด เป็นอีกหนึ่งท่านที่นำประสบการณ์จากการทำสวนผลไม้มาต่อยอดสู่การเลี้ยงชันโรง โดยเริ่มจากการทดลองเลี้ยงหลายสายพันธุ์ ก่อนจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของรังและเรียนรู้ว่า แม้ชันโรงจะเป็นแมลงที่มีประโยชน์ต่อการเกษตร แต่การนำมาเลี้ยงให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมด้วย ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณต้นเริ่มมองหาพื้นที่ใหม่ จนพบว่าผืนป่าบนเกาะช้าง อาจเป็นคำตอบสำคัญของการเลี้ยงชันโร
กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลังคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ผ่าน Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ฟื้นฟูพืช ดิน และรากพืชอย่างถูกวิธี ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรใน 50 จังหวัด มีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าเสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการสำรวจความเสียหาย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะสิ้นสุดซึ่งพืชที่ผ่า
ตลาดโปรตีนจากพืชเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน คนไทยไม่ควรมองข้าม “เทมเป้ (Tempeh)” เป็นโปรตีนทางเลือกจากพืชคือ ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นสินค้าดาวรุ่ง Product Champion ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะเป็น “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นที่นิยมบริโภคในกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มมังสวิรัติและวีแกนที่ต้องการโปรตีนทางเลือกที่ไม่ใช่จากสัตว์ จับตา “เทมเป้ ” สินค้าดาวรุ่งในเวทีตลาดโลก ข้อมูล OECD-FAO Agricultural Outlook 2025-2034 ระบุว่า ผู้คนทั่วโลกที่รักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มีแนวโน้มหันมาบริโภคโปรตีนทางเลือกจากพืช Plant-Based อาหารแห่งอนาคต ที่มี Clean Label ตอบโจทย์ความยั่งยืนอย่างเต็มตัว เช่น เทมเป้ จากอาหารพื้นบ้านที่มีจุดแข็งด้านโภชนาการ สุขภาพ ในรูปแบบวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ได้ยกระดับสถานะในตลาดโลกผ่านมาตรฐานสากลคือ Regional Standard for Tempe (CXS 313R-2013) ของ Codex Alimentarius (FAO/WHO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า เทมเป้คือโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จ
