การเกษตรไทย “ยางพารา” คือหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือนและระดับประเทศ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกยางพารากระจายตัวอยู่ทั่วภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยเฉพาะในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ยางพาราได้กลายเป็นความหวังของเกษตรกรจำนวนมากในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง

ยางพาราไม่เพียงแต่เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ไม่ว่าจะเป็นยางรถยนต์ ถุงมือยาง หรือเครื่องมือทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายสิบปี หากได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ยิ่งในยุคที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ความรู้ในการจัดการสวนยางอย่างยั่งยืนจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญ
จังหวัดเลย มีเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่ประสบความสำเร็จ โดยสามารถพลิกฟื้นสวนยางให้กลับมาสร้างผลผลิตได้อย่างน่าทึ่ง นี่คือ คุณประพรรณพร เที่ยงธรรม ที่ตัดสินใจเปลี่ยนป่าไผ่รกร้างให้กลายเป็นสวนยางพารา และใช้ความรู้คู่กับการเปิดใจรับสิ่งใหม่ จนสามารถเพิ่มผลผลิตจาก 500 กิโลกรัมต่อรอบ ไปสู่ 1,200 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 19 ไร่ ได้สำเร็จ

พลิก 19 ไร่ จากป่าไผ่ที่รกร้าง
ปลูกยางพารา ได้ผลผลิต 1,200 กิโลกรัมต่อรอบ
คุณประพรรณพร เล่าให้ฟังว่า การเปลี่ยนแปลงพื้นที่รกร้างกว่า 19 ไร่ ที่เต็มไปด้วยต้นไผ่ให้กลายเป็นสวนยางพาราอันสมบูรณ์ หลังจากซื้อที่ดินจากชาวบ้านในช่วงแรก ยังไม่แน่ใจมากนักว่าจะพัฒนาพื้นที่อย่างไร จนกระทั่งมีโครงการจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้ามาสนับสนุนการปลูกยางพาราในพื้นที่
คุณประพรรณพรจึงตัดสินใจเดินหน้าปลูกยางพารา โดยหวังว่าไม้เศรษฐกิจชนิดนี้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
“วันที่ได้เริ่มมาปลูกยางพาราประมาณปี 2547 จนถึงวันนี้ ภายในสวนต้นยางพารามีอายุมากกว่า 10 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ที่เราใช้ปุ๋ยเคมีทั่วไป ผลผลิตที่ได้ก็ประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อรอบ พอได้มาเปลี่ยนใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมตผลผลิตก็เพิ่มขึ้น ทั้งสีของน้ำยางก็ดี เฉลี่ยผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,200 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 19 ไร่” คุณประพรรณพร กล่าว

จากดินเสียเป็นดินดี! เพราะใช้ปุ๋ยอินทรีย์เข้ามาเป็นตัวช่วย
การปลูกยางพาราในพื้นที่ 19 ไร่ คุณประพรรณพร เล่าว่า การวางแผนอย่างเป็นระบบถือว่ามีความสำคญ อย่างเช่นระยะปลูกของต้นยางพาราอยู่ที่ 7×3 เมตร เพื่อให้ต้นยางได้รับแสงแดดและอากาศถ่ายเทได้ดี พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกได้ประมาณ 70 ต้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมและดูแลได้ง่าย

ในระยะแรกของการปลูกผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อรอบ ซึ่งถือว่าไม่แตกต่างจากสวนยางทั่วไป ซึ่งคุณประพรรณพรมีการใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก แต่หลังจากใช้ปุ๋ยเคมีมาหลายปี สภาพดินเริ่มเสื่อม ดินแน่น แข็ง หน้ายางแตก ใบยางเริ่มเหลือง และผลผลิตก็ตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ต่อมาร้านค้าได้แนะนำให้มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมต จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ และได้ผลลัพธ์ดีเกินคาดจนเกิดความประทับใจ

“ปุ๋ยอินทรีย์ผงซอยล์เมต หลังจากที่ได้นำมาใช้ได้ประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นเลยว่าใบยางเริ่มเขียวขึ้น ดินที่เคยแข็งก็เริ่มนิ่ม เดินในสวนแล้วรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา ปุ๋ยอินทรีย์ผงไม่ทำลายจุลินทรีย์ในดิน ทำให้มีไส้เดือนในดินมากขึ้น การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมตชนิดผงไม่ยุ่งยาก อย่างที่สวนในพื้นที่ 19 ไร่ ใช้อยู่ประมาณ 50 กระสอบ หรือคิดง่ายๆ ยางพารา 1 ต้น ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ผงอยู่ที่ 2 กิโลกรัมต่อปี ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนเป็นต้นฤดูฝนจะดีมาก เพราะความชื้นจากฝนช่วยให้ปุ๋ยละลายเร็วและซึมเข้าสู่รากได้เต็มที่” คุณประพรรณพร กล่าว

ผลผลิตจาก 500 สู่ 1,200 กิโลกรัม แค่เปลี่ยนปุ๋ย
กรีดยางได้ง่ายขึ้น เห็นผลใน 7 วัน
หลักการกรีดยางพาราเพื่อส่งจำหน่าย คุณประพรรณพร บอกว่า จะใช้เวลากรีด 2 วัน พัก 1 วัน และมากรีดใหม่ 2 วัน พัก 1 วัน แบบนี้สล้บไปเรื่อยๆ แต่ช่วงฤดูฝนต้องหยุดกรีด เพราะหากหน้ายางไม่แห้งและเป็นแผลจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

หลังการปรับเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมต ผลผลิตน้ำยางของสวนเพิ่มจาก 400-700 กิโลกรัม เป็น 1,200 กิโลกรัมต่อรอบในพื้นที่เท่าเดิม และที่เห็นได้ชัดเลยคือหน้ายางนิ่ม กรีดง่าย น้ำยางไหลดีอย่างเห็นได้ชัด ภายใน 7 วันหลังจากใส่ปุ๋ยก็เริ่มเห็นผลชัดเจน
“แม้ราคารับซื้อน้ำยางพาราจะผันผวนอยู่ในช่วง 25-33 บาทต่อกิโลกรัม อย่างที่จำหน่ายล่าสุดราคาอยู่ที่ 33 บาทต่อกิโลกรัม ในแต่ละรอบยังสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยราว 30,000 บาท แม้บางช่วงราคารับซื้อจะลดลงบ้าง แต่ด้วยต้นทุนการดูแลไม่สูงมากทำให้มีผลกำไรดี และก็รู้สึกมั่นใจในความยั่งยืนของผลผลิตในระยะยาวด้วยค่ะ” คุณประพรรณพร กล่าว

ปุ๋ยอินทรีย? ไม่ใช่แค่ปุ๋ย แต่คือการฟื้นฟูจาก “ราก”
สิ่งสำคัญที่คุณประพรรณพรเน้นย้ำคือ การทำเกษตรไม่ใช่แค่เก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การใส่ใจการบำรุงให้มีความสม่ำเสมอกับราก ซึ่งปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมตถือว่าเข้าไปบำรุงตั้งแต่ระดับดินจนถึงจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ต้นยางพารามีความสมบูรณ์เติบโตแข็งแรง ยืดอายุการกรีด และให้ผลผลิตได้ต่อเนื่อง และปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมต ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูดินและเพิ่มผลผลิต แต่ยังฟื้นฟู “ใจ” ของเจ้าของสวน ให้สามารถเดินหน้าทำเกษตรได้อย่างมั่นใจและมั่นคง

“การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างการเปลี่ยนปุ๋ย แต่มันสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ถ้าใส่ใจในสิ่งที่เราทำและเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ จากดินเสียก็กลายเป็นดินดีได้ค่ะ และที่สำคัญปุ๋ยอินทรีย์ซอยล์เมตหาซื้อได้ง่าย ราคาก็ไม่แพงเหมาะสมกับเกษตรกรทั่วๆ ไปเลยค่ะ” — คุณประพรรณพร กล่าว
สนใจปุ๋ยซอยล์เมตทักหาได้เลย💥
💦 Facebook : ปุ๋ยซอยล์เมต Soil Mate – ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี หรือ https://m.me/SoilmateTH
💚 Line : https://lin.ee/LGiZ8Bi หรือ @Soilmate
📞 : 097-320-5970
