Featured สูตรลับจากฟาร์ม แปรรูปสินค้าเกษตร

เรียนรู้การเพิ่มมูลค่า “ โกโก้” แบบฉบับ “ โกโก้ดอย”     ลงทุนหลักร้อย สร้างธุรกิจหลักล้าน!!!

ปัจจุบันเทรนด์รักสุขภาพมาแรง ทำให้ “โกโก้” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งพระเอกคนใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก  สำหรับเมืองไทยเอง โกโก้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่ง ที่เกษตรกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และแพร่ กำลังนิยมปลูกอย่างแพร่หลายเพราะโกโก้เติบโตง่าย เหมาะกับระบบปลูกผสม (agroforestry) ใต้ร่มไม้ใหญ่ เช่น กาแฟ แมคคาเดเมีย และวานิลา. สู่การสร้างป่า สร้างรายได้ เก็บกินหรือเก็บขายกันได้ทั้งปี

ทุกวันนี้  โกโก้ไทย มีจุดแข็งที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติได้ทั่วโลก สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ไม่ยาก จุดเด่นของโก้โก้ไทยอยู่ที่รสชาติหลากหลายตามแหล่งปลูก เช่น โกโก้ที่ปลูกภาคเหนือ  ให้รสชาติขม มัน หอมเปรี้ยวฝาดปลายนุ่มแบบผลไม้และดอกไม้เมืองเหนือ ส่วนโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ให้กลิ่นรสเข้มคล้ายคาราเมลและผลไม้สุก  นอกจากนี้ โกโก้ไทยส่วนใหญ่ยังมีเรื่องราว (Storytelling) ที่ทรงพลัง แต่ละชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี

“ โกโก้ดอย”    

       กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้แปรรูปโกโก้ดอย ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่เป็นหนึ่งในกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจโก้โก้ คาเคาและช็อกโกแลต  เมล็ดโกโก้ของกลุ่มโกโก้ดอย ได้รับรางวัล Thailand Top Ten Cocoa Bean Award 2024 เพราะมีคุณภาพดี ได้เกณฑ์ Cacao of Excellence ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมโกโก้และช็อกโกแลตระดับโลก จึงคว้ารางวัล 10 สุดยอดเมล็ดโกโก้ไทย ปี 2567ที่จัดโดย สมาคมการค้าโกโก้และช็อกโกแลตไทย (TACCO) ในงาน FTI EXPO 2025


        รางวัลครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จในการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมจากงานวิจัย ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ( มทร.ล้านนา)นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชินานาฏ วิทยาประภากร อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร หัวหน้าโครงการวิจัย ภายใต้การสนับสนุนของแหล่งทุนหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)  ที่เข้ามาสร้างพื้นที่การเรียนรู้นวัตกรรมชุมชน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของกลุ่มชุมชนในด้านการบริหารจัดการกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถเข้าสู่ตลาด และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน  

           กลุ่มโกโก้ดอย ได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม ร่วมกับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและภูมิปัญญาของกลุ่มเองทำให้มีกระบวนการแปรรูปโกโก้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนแนวคิด BCG Economy และการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (อย.) ในการพัฒนาการหมัก ตากเพื่อให้ได้เมล็ดโกโก้แห้งที่มีคุณภาพ  ผ่านเกณฑ์คุณภาพ Cacao of Excellence ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมโกโก้และช็อกโกแลตระดับโลก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตอย่างสร้างสรรค์ การเพิ่มมูลค่าเปลือกโกโก้เหลือทิ้งตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG และการขยายช่องทางการตลาดช็อกโกแลตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์เด่น ขายดี ของกลุ่มโกโก้ดอย

กลุ่มโกโก้ดอย ภายใต้การนำของ คุณสิริญา  ปูเหล็ก ประธานกรรมการบริษัท Hill Tribe Cocoa Cof และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้แปรรูปโกโก้ดอย  มุ่งมั่นศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ ในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าโกโก้ คาเคา ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ ในรูปแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนหรือ โฮมเมด อย่างสม่ำเสมอ

แม้กลุ่มโกโก้ดอยจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่เรียกว่า  SME   แต่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม โดยโกโก้ดอย  เป็น 1 ในผู้ประกอบการแปรรูปโกโก้ คาเคาและช็อกโกแลต ที่เข้าร่วมกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ( มกอช.)  ในการร่างมาตรฐานการแปรรูปโกโก้ คาเคา ช็อกโกแลตในประเทศไทย

สินค้าโกโก้ดอย แต่ละชนิดก็มีคุณภาพโดดเด่นไม่แพ้ใคร ยกตัวอย่างเช่น     ผลิตภัณฑ์ผงโกโก้ของโกโก้ดอยได้รางวัล Best of the best talent mobility plus ปี 2565 จาก มทล.เชียงใหม่ ผงคาเคาของโกโก้ดอยถูกพัฒนาร่วมกับคณะอุตสาหกรรมเกษตร มช.  อุทยานวิทยาศาสตร์ มช.  กับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ  เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด  ผลิตภัณฑ์ เหล้าคาดเคาล้านนา ธีโอ (Theo Lanna Cacao spirits) ได้รับรางวัลในการประกวดผลิตภัณฑ์ soft power ในการพัฒนาผลิตชุมชนพื้นถิ่นเชียงใหม่ รองชนะเลิศอันดับ 1 จากราชภัฏเชียงใหม่ ขณะเดียวกัน ได้ร่วมมือกับ มทร.ล้านนา พัฒนาโกโก้ไทยสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูงในรูปแบบอาหารทางเลือก “ช็อกโกแลตคีโต”  

“ชุดกล่องดวงใจโกโก้ดอย”  เป็นอีกผลงานที่น่าทึ่ง สินค้าทุกชิ้นไม่ได้เกิดมาเพื่อ “ความสวยงาม” อย่างเดียวแต่เกิดมาเพื่อลดขยะ  สร้างอาชีพ  เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ  สินค้าแต่ละชิ้นผลิตจากวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปโกโก้ที่ถูกต่อยอดด้วยภูมิปัญญา งานฝีมือ และวิทยาศาสตร์อาหารจนกลายเป็นชุดของขวัญที่เล่าเรื่อง BCG Model & Zero Waste ได้ทั้งกล่อง  ภายในชุดประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์จากคาเคาที่ต่อยอดคุณค่าสู่มูลค่า เหล้าคาเคาจากเมล็ดคาเคา-นิบส์-เปลือกเมล็ดหอม ๆ ที่ทิ้งไม่ลง  กล่องกระดาษสาผสมเปลือกลูกโกโก้ สู่บรรจุภัณฑ์ที่ช่วยเก็บรักษาขวดแก้วที่บรรจุเหล้าคาเคา  งานสกัดกลิ่นสีจากวนิลาและดาร์กช็อกโกแลต เพื่อผสมเครื่องดื่มหรือเบเกอรี่ ให้ได้กลิ่นทั้งช็อกโกแลตโกโก้และวริลาอย่างลงตัว เมล็ดคาเคาคั่วแกะมือ สร้างงานให้กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุลาหู่   แก้วเซรามิคเคลือบเถ้าเปลือกโกโก้ ให้โทนสีฟ้า ลูกแซคจากฝักโกโก้แห้ง เครื่องดนตรีธรรมชาติสำหรับใจที่ผ่อนคลาย

เรียนรู้เรื่องโกโก้อย่างครบวงจร กับ โกโก้ดอย

คุณสิริญาเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้การแปรรูปเพิ่มมูลค่าโกโก้อย่างครบวงจรมาตั้งแต่ปี 2564   ที่นี่ไม่หยุดในการศึกษาวิจัยการเพิ่มมูลค่าโกโก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพ ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  ตอบสนองต่อตลาดคนที่รักสุขภาพ เพื่อชุมชนและรักษ์โลกเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก

ผลโกโก้สด 100 กิโลกรัม เมื่อลอกเปลือกออก จะเหลือเมล็ดสดเพียง 20-22 กิโลกรัมหลังจาก หมัก ตากแห้ง คัดเกรด เมล็ดโกโก้จะหดเหลือแค่ 8-10 กิโลกรัมเมื่อผ่านการ คั่วและกระเทาะเปลือก จะได้เพียง 7-7.5 กิโลกรัม ของโกโก้นิบส์ หากต้องการสกัดเป็นช็อกโกแลตแท้ จะได้ช็อกโกแลตเพียง 7-7.5 กิโลกรัมเท่านั้น  ถ้าสกัดเป็นเนยโกโก้และผงโกโก้ จะได้เนยโกโก้ 2.8-3 กิโลกรัม และ ผงโกโก้แท้เพียง 4.2-4.5 กิโลกรัม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโกโก้แท้ถึงหายาก และมีมูลค่า เพราะมันต้องผ่าน เวลาและกระบวนการที่พิถีพิถันกว่า 3 เดือน

กลุ่มโกโก้ดอยใส่ใจกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน โดยนำเมล็ดโกโก้ไปหมัก 7 วัน เพื่อให้เกิดรสชาติซับซ้อน   ตากแห้ง 7-10 วัน ด้วยแสงแดดธรรมชาติ  บ่ม 1-2 เดือน ไล่กลิ่นหมัก ให้รสชาติสมบูรณ์  คั่ว กระเทาะ คัดเปลือก 1 วัน ด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม  บดโม่ 3 วัน เพื่อให้เนื้อเนียนละเอียด  บีบเนยโกโก้ 1 วัน แยกเนยและผงโกโก้  ทำผงโกโก้ 3 วัน คัดแยกและบรรจุ นี่ขบวนการผลิต Craft Chocolate  ที่มีความพิถีพิถันในแบบไทย  โกโก้ดอย ไม่ใช้กระบวนการอุตสาหกรรมอย่าง Dutch Process ที่เติมสารอัลคาไลน์เพื่อเร่งรสชาติ แต่ใช้ กระบวนการธรรมชาติ (Natural Processing) คงไว้ซึ่ง สารต้านอนุมูลอิสระสูง และ รสชาติแท้ ๆ ของโกโก้

นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมศูนย์ฯ แห่งนี้ จะมีโอกาส รับประทานโกโก้สดได้เช่นเดียวกับผลไม้กระเจี๊ยบและมังคุด รสชาติจะหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย คล้ายกับผลไม้รวม โกโก้มีวิตามินบี ซี ดี และอี สูง มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และโพแทสเซียมสูง และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถทำคอมบูโช สโคบี้จากเมล็ดโกโก้สด หรือหากนำเมล็ดโกโก้ไปหมักและตากแห้ง สามารถทำโกโก้แมสหรือช็อกโกแลตได้ เปลือกโกโก้สามารถนำไปตากแห้งเพื่อทำเป็นถ้วยหรือคัพเค้กได้

โกโก้ดอยส่งต่อพลังองค์ความรู้ให้ทุกคนได้กล้ามาสนุกกับการเปิดโลก โกโก้ที่เป็นมากกว่าช็อกโกแลต  เกษตรกรที่ได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้แปรรูปโกโก้ดอย จะได้เรียนรู้ภาพรวมของการผลิต แปรรูปโกโก้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การหมัก ตาก โม่ จนถึงการแปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์  กลุ่มโกโก้ดอย มุ่งมั่นส่งต่อความรู้เหล่านี้ไปยังเยาวชนและผู้ที่สนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่า “โกโก้” ไม่ใช่แค่ของกิน แต่คือโอกาส คืออาชีพ  คือการฟื้นฟูป่า ทั้งเป็นความหวังของชุมชนในการสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน

Related Posts