มทร.ล้านนา
ปัจจุบันเทรนด์รักสุขภาพมาแรง ทำให้ “โกโก้” กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งพระเอกคนใหม่ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก สำหรับเมืองไทยเอง โกโก้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่ง ที่เกษตรกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และแพร่ กำลังนิยมปลูกอย่างแพร่หลายเพราะโกโก้เติบโตง่าย เหมาะกับระบบปลูกผสม (agroforestry) ใต้ร่มไม้ใหญ่ เช่น กาแฟ แมคคาเดเมีย และวานิลา. สู่การสร้างป่า สร้างรายได้ เก็บกินหรือเก็บขายกันได้ทั้งปี ทุกวันนี้ โกโก้ไทย มีจุดแข็งที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้ซื้อต่างชาติได้ทั่วโลก สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ไม่ยาก จุดเด่นของโก้โก้ไทยอยู่ที่รสชาติหลากหลายตามแหล่งปลูก เช่น โกโก้ที่ปลูกภาคเหนือ ให้รสชาติขม มัน หอมเปรี้ยวฝาดปลายนุ่มแบบผลไม้และดอกไม้เมืองเหนือ ส่วนโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ให้กลิ่นรสเข้มคล้ายคาราเมลและผลไม้สุก นอกจากนี้ โกโก้ไทยส่วนใหญ่ยังมีเรื่องราว (Storytelling) ที่ทรงพลัง แต่ละชุมชนใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี “ โกโก้ดอย” กลุ่มวิสาหกิจ
“เบทาโกร” จับมือ “มทร.ล้านนา” และ “มจธ.” ยกระดับทักษะพนักงานระดับ ปวส. ศึกษาต่อปริญญาตรี ด้วยรูปแบบ “โรงเรียนในโรงงาน” มาเพื่อโปรดพิจารณาเผยแพร่ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มองเห็นปัญหาไฟป่าหมอกควันภาคเหนือตอนบน ว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลเสียทั้งทางสุขภาพและทางเศรษฐกิจ จึงได้จับมือกับภาคเอกชน ร่วมต่อยอดงานวิจัยสู่โครงการนวัตกรรม “Smoke Watch : แอปพลิเคชันแจ้งเตือนและเฝ้าระวังไฟป่าจากการเผาในที่โล่ง” เพื่อบริหารจัดการข้อมูลการแจ้งเหตุเผาไฟป่า และเข้าระงับเหตุได้ตรงจุดอย่างรวดเร็วดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. เป็นหน่วยงานที่พร้อมให้การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ อาทิ โครงการ “การสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันและติดตามการเผาในพื้นที่ต้นแบบ 5 ชุมชน ในจังหวัดเชียงราย ด้วยระบบติดตามการเผาผ่านระบบโทรศัพท์อัจฉริยะ (ปี 2558)” ของ ผศ.ดร.นิอร สิริมงคลเลิศกุล แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) เพราะเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่ดีที่สามารถใช้แจ้งเหตุการณ์การเผาในบริบทไฟป่าหมอกควันภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย กรณีจังหวัดเชียงราย (Smoke Watch) ผ่าน Mobile Application เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ท
วันที่ 17 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานและชมนิทรรศการกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม “โครงการการยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ ปีที่ 2” (KOYORI Project) โดยมี ดร.สุรพล ใจวงศ์ษา แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นหัวหน้าโครงการฯ ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านสันกอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายโครงการการยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในภาคเหนือตอนบนด้วยนวัตกรรมสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่มูลค่าของผลิตภัณฑ์ ปีที่ 2” (KOYORI Project) วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่ ดร.สุรพล ใจวงศ์ษา แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และคณะในการดำเนินการนำ KOYORI Project มาช่วยในการพัฒนาทักษะ องค์ควา
วันที่ 6 มกราคม 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง (มทร.ล้านนา) จังหวัดลำปาง จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 : Regional Research Expo 2023” ภายใต้แนวคิด “การพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนด้วยงานวิจัย นวัตกรรม ภูมิปัญญาล้านนาและโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG” ระหว่างวันที่ 6 – 8 มกราคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมี ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานฯ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลัง อว. กับการพัฒนาภาค พัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณะนักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ใ
วันที่ 19 ธันวาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกันจัด แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2566 (Regional Research Expo 2023)” ครั้งที่ 11 ภาคเหนือ โดยมี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ผศ.ดร.จัตตุฤทธิ์ ทองปรอน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ร่วมกันแถลงข่าว ณ ห้องประชุมซอมพอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ขอเชิญชวนพี่ น้อง ชาวลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง นักธุรกิจ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสนใจให้มาเที่ยวชมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติประจำปี 2566″ ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2566 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา จังหวัดลำปาง มางานมหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่ยังได้ความรู้ ได้โอกาสที่จะเห็นนวัตกรรมการวิจัยใหม่ๆ นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ “ถ้ามาจังหวัดลำปาง ขอรั
วช. สนับสนุนนักวิจัย มทร.ล้านนา พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์จากขิง เป็นของดีเมืองเพชรบูรณ์ ตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ พร้อมเสริมศักยภาพ บจก.สุธัมบดี SMEs กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร จำหน่ายเชิงพาณิชย์ กระตุ้นเกษตรกรรมในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ วันนี้ (11 มกราคม 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House ลงพื้นที่ บริษัท สุธัมบดี จำกัด อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ สนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา 2 โครงการ เพื่อนำองค์ความรู้งานวิจัยมายกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นให้เติบโตในเชิงอุตสาหกรรม เกิดผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค อันเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าทางการเกษตรของอำเภอเขาค้อ ให้เกิดความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในพื้นที่ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักประสานงานชุดโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House วช. กล่าวว่า ผลงานวิจัยภายใต้การสนับสนุนจาก วช., สวทช. และ สกสว. ล้วนมีการนำไปต่อยอดแล้วในระดับอุตส
“เชื้อพันธุกรรมพืช” นับเป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาพันธุ์พืช หากสามารถรวบรวมและครอบครองพันธุกรรมพืชได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มจุดแข็งและสร้างโอกาสทางการค้าได้มากเท่านั้น นักวิจัยสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชที่มีจำนวนมากและหลากหลายชนิดได้ตามที่ต้องการแล้ว ยังช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในปริมาณสูงอีกด้วย หน่วยบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรมพืช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร. ล้านนา) เล็งเห็นประโยชน์ของการรวบรวมพันธุกรรมพืช จึงได้จัดตั้ง “ศูนย์พันธุกรรมพืช” ตั้งแต่ พ.ศ. 2557 ถึงปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ของพืชผักและถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ผัก และสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ต่อมามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จัดตั้ง “หน่วยบริการจัดการเชื้อพันธุกรรมพืชวงศ์แตง” โดยดำเนินการ 6 ระยะ ระหว่าง พ.ศ. 2550-2565 โดยเก็บรวบรวม ประเมินลักษณะพันธุกรรม ขยายพันธุ์ และให้บริการเชื้อพันธุกรรมพืชแก่ผู้สนใจที่จะนำเชื้อพันธุกรรมดังกล่าวไปใช้ป
ศ. คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ Betagro WiL-TVET Academy โครงการต้นแบบในการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับวุฒิการศึกษาผ่านการเรียนรู้รูปแบบใหม่ โดยมี รศ. ศีลศิริ สง่าจิตร ผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ขวา) และ นางสาวถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเบทาโกร (ซ้าย) ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงงานอาหารสัตว์ 3 บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) จังหวัดลพบุรี โครงการ Betagro WiL-TVET Academy เป็นโครงการจัดการเรียนการสอนและวิจัยแบบบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน เกิดจากความร่วมมือระหว่างเครือเบทาโกร กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ถือเป็นต้นแบบของประเทศในการพัฒนา บุคลากร พร้อมยกระดับวุฒิการศึกษา จาก ปวส. สู่ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมเกษตรและชีวภาพ ผ่านระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ด้วยการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติผ่านการทำโครงงาน การทำงานจริงในสถานประกอบการ
