Featured แปรรูปสินค้าเกษตร

วิสาหกิจชุมชนวัยหวาน สร้างมูลค่าเพิ่ม กล้วยหอมทอง พืช GI เพชรบุรี ตั้งแต่รากจรดใบ

 วิสาหกิจชุมชนวัยหวาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ใช้ภูมิปัญญาไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะกล้วยหอมทอง พืชจีไอของจังหวัดเพชรบุรีมาอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบ zero waste  จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านการแปรรูปกล้วยหอมทองแบบครบวงจรของประเทศไทย


รู้จักที่มาของชื่อ “ วัยหวาน ”

คุณเปิ้ล – ปนิดา มูลมานัด ประธานวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน กล่าวว่า ตอนแรกทางกลุ่มจดทะเบียนในชื่อกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านหนองเขื่อน แต่ไม่มีใครรู้จักเราเลย ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากอำเภอชะอำไม่มาก  เราก็คิดเปลี่ยนชื่อใหม่โดยใช้กิมมิกเล็กๆ เนื่องจากสมาชิกหลายคนเป็นโรคเบาหวาน เวลาไปดูงานก็หอบยาเป็นกระเป๋าๆ  คิดจะใช้ชื่อว่า กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรวัยเบาหวาน บังเอิญช่วงนั้นชื่อ 2 พยางค์กำลังดัง จึงตัดคำว่า “ เบา” ออกให้เหลือแค่ชื่อกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแม่บ้านวัยหวาน  คำว่า “วัยหวาน” กลายเป็นกิมมิกแห่งความสุขของสมาชิกในกลุ่มเรา

“ ทุกวันนี้  คำว่า “วัยหวาน” กลายเป็นที่จดจำของทุกคน เสมือนการสร้างแบรนด์ไปแล้ว คนที่มาดูงานบอกว่า สิ่งแรกที่ตัดสินใจมาดูงานที่นี่เพราะชื่อ “วัยหวาน” คืออะไร เป็นสิ่งที่ทุกคนสงสัย เราใช้เป็นคำถามแจกรางวัลให้กับคนที่มาดูงาน ว่าใครรู้บ้างวัยหวานคืออะไร พออธิบายความหมาย  ทุกคนก็จะมีรอยยิ้มหัวเราะไปกับเราด้วย” คุณเปิ้ลกล่าว  

ล้มเหลวหลายครั้งกว่าจะประสบความสำเร็จ  

ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพการเกษตร ใน ปี พ.ศ.   2522  ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านหนองเขื่อนได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร ปรากฎว่า ตั้งแต่ปี  2522- 2557  ไม่มีรายได้เข้ากลุ่มเลยเพราะชาวบ้านขาดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการตลาด ต่อมาไปศึกษาดูงาน และใช้วิธีลอกเลียนแบบสินค้าที่ขายดี กลายเป็น”บทเรียนราคาแพง” เพราะขาดทุนถึง  6 ล้านบาท

คุณเปิ้ลเข้ามาทำงานกับกลุ่มในปี 2557 แต่การดำเนินธุรกิจในระยะแรกก็ยังล้มลุกคุกคลานเพราะอาศัยการศึกษาดูงานจากที่อื่นและใช้วิธีลอกเลียนแบบสินค้าที่ขายดี นำไปสู่ความล้มเหลว ขาดทุนถึง  6 ล้านบาท คุณเปิ้ลยอมรับว่า ช่วงนั้นลงทุนโดยไม่มีความถนัด ทำให้ได้ข้อสรุปว่า การเปลี่ยนแปลงที่ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง ทำในสิ่งที่เราถนัด ต่อมาในปี 2560 ทางกลุ่มฯ ได้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน มุ่งแปรรูปสินค้าเกษตรในชุมชนเช่น กล้วยหอมทอง  มะม่วงหาวมะนาวโห่ สินค้าขายดีเพราะมีความแปลกใหม่

แปรรูปกล้วยด้วยภูมิปัญญา ต่อยอดด้วยนวัตกรรม

“กล้วยหอมทองเพชรบุรี” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)เมื่อ 10 เมษายน พ.ศ.2567 เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร เนื้อกล้วยสีครีมถึงเหลืองอ่อน ไร้เมล็ด เนื้อเนียนละเอียด ละมุน นุ่มฟู ไส้ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหอมหวาน ปลูกและผลิตในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดเพซรบุรี ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าหญ้าปล้อง และอำเภอชะอำคิดเป็นพื้นที่ปลูกกว่า 1 หมื่นไร่

ในปี 2560 กล้วยหอมทองเพชรบุรีประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทางกลุ่มฯ จึงเกิดแนวคิดนำกล้วยหอมทองมาแปรรูปง่ายๆ ในรูปแบบกล้วยตาก เนื่องจากประเทศไทยไม่เคยมีใครทำกล้วยตากจากกล้วยหอมทองมาก่อน วิธีการทำก็แตกต่างจากกล้วยน้ำว้าเพราะลักษณะเนื้อกล้วยที่ไม่เหมือนกัน ทางกลุ่มฯ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านปรับปรุงจนได้สินค้ากล้วยตากที่มีคุณภาพดี ถูกใจคนชิม แต่กว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องสูญเสียกล้วยในขั้นตอนทดลองไปถึง 6 ตัน

กล้วยหอมเพชรบุรีมีเอกลักษณะเฉพาะตัว เนื้อเนียน นุ่มฟู รสชาติหอมหวาน เมื่อนำมาแปรรูปเป็นกล้วยหอมทองตากแสงอาทิตย์ จะได้รสชาติเนื้อนุ่มหนึบ อร่อยกว่ากล้วยตากจากกล้วยชนิดอื่น หลังจากนั้นทางกลุ่มฯ ก็นำผลกล้วยหอมทอง ที่มีรสชาติหวาน เป็นธรรมชาตินำมาพัฒนาต่อยอดเป็นขนมทานเล่นหลากหลายชนิดได้แก่ แยมกล้วยตาก วาฟเฟิลกรอบกล้วยหอมทอง กล้วยกวน 3 รส กล้วยอัดเม็ด คุ้กกี้กล้วย ตลอดจนแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม เช่น กล้วยผงชงพร้อมดื่ม และ ไซรัปกล้วย ฯลฯ

ส่วน “เปลือกกล้วย” แปรรูปเป็น ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวหน้า และ ครีมอาบน้ำ  “น้ำหล่อเลี้ยงในลำต้นกล้วย” แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว  “กาบกล้วย” แปรรูปเป็น ภาชนะใส่อาหาร  “ลำต้นกล้วย” ถูกนำมาตีเป็นเส้นใย อบแห้งในโดมพลังงานแสงอาทิตย์ก่อนนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายและนำมาทอเป็นผืนผ้าใยกล้วยผลิตเป็นสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อสูท กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่  หมวกและรองเท้า ฯลฯ เศษที่เหลือจากการตีใยกล้วย แปรรูปเป็นแผ่นกระดาษใยกล้วย กล่องบรรจุภัณฑ์และภาชนะต่างๆ

“ หลังจากประสบความสำเร็จในการแปรรูปกล้วยตากแล้ว ทางกลุ่มได้งบวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดการใช้ประโยชน์กล้วยหอมทองตั้งแต่รากจรดใบ ในรูปแบบสินค้าอาหาร  เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง สิ่งทอเสื้อผ้า เพิ่มจำนวนสินค้าและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้แก่กลุ่ม และเครือข่ายเกษตรกร ก่อนหน้านี้ เราปลูกและแปรรูปกล้วยเอง ทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แต่สุดท้ายธุรกิจเราก็ไม่โต เพราะผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการของตลาด  จึงร่วมมือกับเครือข่าย กระจายการทำงานระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยใช้หลักการว่าใครถนัดอะไร ก็ทำในสิ่งนั้น เพื่อให้ธุรกิจเกษตรสามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน  ”  คุณเปิ้ลกล่าว

วางแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ปีละ 3 ตัว

วิสาหกิจชุมชนวัยหวานมีการพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ  3 รายการ ในปีนี้ เปิดตัวสินค้าไปแล้ว  4 รายการได้แก่ บิสกิตแท่งเคลือบรสมะม่วง รสเมล่อน รสมัลเบอร์รีและรสแตงโม และวางแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการคือ เยลลี่รสมะเขือเทศและเยลลี่รสผักเคล ปัจจุบันสินค้าขายดี อยู่ในกลุ่มวินเนอร์โปรดักส์ของกลุ่มก็คือ ผงโรยข้าวผสมผักเคล รองลงมาคือ   วาลเฟิลกรอบกล้วยหอมทอง และ กล้วยหอมทองตาก     

“ สินค้าที่เคยเปิดตัวก่อนหน้านี้ ทางกลุ่มฯ ก็ยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่กำลังดูว่าสินค้าไหนจะเป็นวินเนอร์ โปรดักต์ที่ทำให้รายได้ของต้นน้ำคือ เกษตรกรมีเพิ่มขึ้นไปด้วย ในปีนี้ เราขายสินค้าแปรรูปจากผักเคลได้เยอะ ก็จะแบ่งปันผลกำไรให้กับสมาชิกและเกษตรกรในเครือข่าย ที่กิโลกรัมละ 5 บาท  ลูกค้ามาซื้อสินค้าเรา เขาไม่ได้ช่วยแค่ให้วัยหวานมีรายได้ แต่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เติบโตไปพร้อมๆ กันด้วยค่ะ ” คุณเปิ้ลกล่าว  

 ผ้าใยกล้วย นวัตกรรมสิ่งทอรักษ์โลก

ผ้าใยกล้วย นวัตกรรมสิ่งทอรักษ์โลก มีจุดเด่นเรื่องความโปร่งสบายเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย  เป็นหนึ่งในสินค้าที่คุณเปิ้ลภาคภูมิใจ เพราะเป็นสิ่งทอที่มาจากวัตถุดิบของเกษตรกรไทยเอง เมืองไทยมีต้นกล้วยเยอะมาก หากคนไทยหันมาใช้สิ่งทอจากผ้าใยกล้วยมากขึ้น จะทำให้เกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มจากการขายต้นกล้วยในอนาคต ปัจจุบันทางกลุ่มรับซื้อต้นกล้วยในราคาต้นละ 10 บาท นำไปตีเส้นใยก่อนส่งเข้าโรงงานปั่นด้าย และส่งต่อให้เครือข่ายสมาชิกนำไปทอเป็นผืนผ้า ตัดเย็บเป็นเสื้อสูท ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋า รองเท้าฯลฯ  

 “  ปีหนึ่งขายสูทผ้าใยกล้วยได้ 15 – 20 ตัว ลูกค้าท่านหนึ่งบอกว่า สูทราคา 15,000 บาท มันแพงมากนะ แต่เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ใส่สูทตัวนี้เพราะไม่ต้องโชว์ว่ามันคือแบรนด์อะไร แค่ใส่แล้วเขารู้สึกสุขใจ  สบายใจ นี่คือกำลังใจที่ทำให้เราอยากจะพัฒนาต่อ  เน้นขายผลงานของเกษตรกรและส่งต่อให้กับผู้ใช้ที่มองเห็นคุณค่า  ได้รู้สึกภาคภูมิใจสินค้าของเกษตรกรไทยไปกับเรา   ” คุณเปิ้ลกล่าว

หากสนใจศึกษาดูงานหรือสั่งซื้อสินค้า ติดต่อวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน ได้ที่ 61/2 หมู่ 4 บ้านหนองเขื่อน ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี  หรือพูดคุยกับคุณเปิ้ล – ปนิดา มูลมานัด ประธานวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน เบอร์โทร.095-6275916 

Related Posts