Featured เทคนิคเกษตร

ไร่เสาวรสเขาแผงม้า วังน้ำเขียวแนะเคล็ดลับปลูก “เหลืองน้ำผึ้ง ” ให้ติดผลดก รสชาติหวานระดับพรีเมียม

หากใครมีโอกาสผ่านมาทางวังน้ำเขียว อย่าลืมมองหา ‘น้องกระทิงน้อย’ แอบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าเสาวรสสีเหลืองของเขาแผงม้า รอให้ทุกคนมาเก็บภาพความน่ารัก ที่ “ ไร่เสาวรสเขาแผงม้า (Khao Phaeng Ma Passion Fruit)  ดินแดนแห่งความสุขเล็ก ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ  อยู่ใกล้กับฟลอร่า พาร์ค อาณาจักรทุ่งดอกไม้นานาชนิดแห่งอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 

ทุกคนที่มีโอกาสเยี่ยมชมไร่แห่งนี้มักตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์เสาวรสหวาน ที่ติดผลดกมากๆ ผลสวยเกรดพรีเมียม  กว่าจะได้ผลผลิตสวยๆแบบนี้ ไม่ง่ายเลย ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากความขยันของคุณเตอร์ หรือคุณสถาปัตย์ ถนอมวงศ์  เจ้าของไร่เสาวรสเขาแผงม้า ที่ลงมือทำทุกวันอย่างไม่ยอมแพ้

จุดเริ่มต้น

คุณเตอร์เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีพื้นเพเป็นชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยอง คุณเตอร์ มีโอกาสได้ทำงานกับเอกชนจีน ที่นำเข้าเสาวรสพันธุ์สายน้ำผึ้งหรือเหลืองน้ำผึ้ง เข้ามาปลูกไทย โดยใช้เทคโนโลยีการจัดฟาร์มแบบเต็มรูปแบบ ประสบความสำเร็จให้ได้ผลผลิตสูง เกรดพรีเมียม  สินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาด คุณเตอร์มองเห็นศักยภาพและโอกาสทางการตลาดของเสาวรสพันธุ์สายน้ำผึ้ง จึงตัดสินใจเช่าที่ดินจำนวน 6 ไร่ในพื้นที่เขาแผงม้า เพื่อลงทุนทำไร่แห่งนี้ในช่วงปลายปี 2568


“ แผนการผลิตของผม เมื่อต้นเสาวรสอายุครบ 1 ปีทำสาวเอาไว้อีก 1 ปีแล้วก็ปลูกใหม่  หากใครสนใจปลูกเสาวรสเชิงการค้า ผมแนะนำให้ปลูกไม่เกิน 2  ปี แต่ถ้าจะปลูกไว้กินเองไม่จำเป็นต้องเอาออกครับ”

การปลูกดูแล

โดยธรรมชาติ เสาวรสเป็นไม้ผลที่ชอบอากาศร้อนมากกว่าอากาศหนาว  เกษตรกรโดยทั่วไปมักปลูกเสาวรสในระยะห่างของต้นและแถว 3x3 เมตร  แต่คุณเตอร์ปลูกเสาวรสในระยะ 1.5 x3 เมตร  ทำค้างสูง 2 -2.20  เมตร ต้นหนึ่งไว้เถาประมาณ  3-4  เถา ใช้เวลาปลูกดูแลแค่ปีเศษ หนึ่งต้นได้ผลผลิตขั้นต่ำ 10-20 กก. แล้วแต่การดูแล  จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จนถึงเดือนตุลาคม โดยสินค้าตกเกรดราคาเริ่มต้น 30 บาท/กก. ผลสวยเกรดเอ ราคาประมาณ 70 -100 บาท/กก.ขึ้นไป  

 “ หากใครมีโอกาสชิมเสาวรสสายน้ำผึ้ง จะลืมเสาวรสแบบเดิมๆ ที่กินแล้วต้องหยีตาไปได้เลยครับ  เพราะเสาวรสสายน้ำผึ้ง มีรสชาติหวานหอมละมุนแบบได้ที่มาก  เสาวรสพันธุ์ เหลืองหวาน มีรสชาติหวานตั้งแต่ผลยังเป็นสีเขียว เสาวรสพันธุ์นี้ ทดสอบความหวานได้ถึงระดับพรีเมียม ถึง 21 บริกซ์  ”  

เคล็ดลับปลูกเสาวรสให้ผลดก

คุณเตอร์เล่าถึงเคล็ดลับการปลูกเสาวรสให้ผลดก เริ่มจากใส่ปุ๋ยบำรุงทางดิน สูตร 13-13-21 หรือ 12-12-17+2 Mg  สำหรับต้นเสาวรส อายุ 4-6 เดือน: 100-150 กรัม/ต้น ใส่ทุก 15-20 วัน หว่านรอบทรงพุ่มแล้วรดน้ำตาม  ส่วนสูตรพ่นทางใบจะใส่ทุก 7-10 วัน สลับกัน 1. ใส่แคลเซียม-โบรอน เพื่อช่วยลดผลร่วง ผิวสวย เปลือกแข็งแรง   2. แมกนีเซียม ช่วยสร้างคลอโรฟิลล์ เพิ่มการสังเคราะห์แสง 3. สาหร่ายทะเล + อะมิโน เพื่อช่วยให้ต้นฟื้นตัวและเลี้ยงผลได้ดี ช่วงก่อนเก็บเกี่ยว 20-30 วัน คุณเตอร์จะเน้นใส่โพแทสเซียมสูง สูตร 0-0-50 หรือ 0-0-60 พ่นทางใบตามอัตราฉลาก เพื่อช่วยเพิ่มความหวาน สี และคุณภาพผล

ส่วนเคล็ดลับเพิ่มความหวานของไร่เสาวรสแห่งนี้คือ ในสัปดาห์ที่ 1 ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 บำรุงทางดิน + แคลเซียมโบรอน   สัปดาห์ที่ 2 ใส่แมกนีเซียม + สาหร่าย  สัปดาห์ที่ 3 ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 บำรุงทางดิน + แคลเซียมโบรอน  สัปดาห์ที่ 4 ใส่แมกนีเซียม + อะมิโน  คุณเตอร์บอกว่า ระวังอย่าใส่ยูเรียหรือปุ๋ยไนโตรเจนสูงมากในช่วงติดผล เพราะจะทำให้แตกยอดและเถาเยอะ แต่ผลไม่ดกและผลร่วงได้

ปัญหาอุปสรรค

ที่ผ่านมา เกษตรกรหลายรายปลูกเสาวรส ออกดอกดีแต่ไม่ติดผล คุณเตอร์กล่าวว่า สาเหตุที่พบบ่อย มากเป็นอันดับ 1 คือ ขาดการผสมเกสร เสาวรสหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะพันธุ์พื้นบ้านบางต้น มีการติดผลไม่ดีหากไม่มีแมลงช่วยผสมเกสร วิธีแก้ปัญหาคือ ใช้วิธีการผสมเกสรด้วยมือช่วง 09.00–12.00 น. โดยใช้พู่กันหรือเก็บเกสรตัวผู้มาป้ายที่ยอดเกสรตัวเมีย แนะนำให้ปลูกไม้ดอกล่อผึ้ง เช่น โหระพา กะเพรา ดาวเรือง ทานตะวัน เป็นต้น

กรณีปลูกต้นเดียว เสาวรสบางสายพันธุ์มีภาวะไม่เข้ากันทางพันธุกรรม (Self-incompatibility) คือผสมเกสรตัวเองแล้วไม่ติด วิธีการแก้ไขปัญหาคือ ปลูกเพิ่มอีก 1–2 ต้นที่มาจากคนละต้นแม่ ลองนำเกสรจากต้นอื่นมาผสมข้ามต้น

บางครั้งเจอสภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูงเกิน 35°C หรือฝนตกช่วงดอกบาน  ฝนตกใส่ดอกช่วงเช้า ทำให้ละอองเกสรเสื่อมคุณภาพ ติดผลยาก  นอกจากนี้ ปลูกแล้วไม่ได้ผล เพราะใส่ไนโตรเจนมากเกินไป การใส่ปุ๋ยยูเรียหรือปุ๋ยเร่งใบมาก ทำให้เถาแตกยอดเยอะ ดอกออกแต่ร่วง ควรเปลี่ยนวิธี โดยใส่ ปุ๋ยสูตร 8-24-24  ปุ๋ยสูตร 12-12-17 ปุ๋ยสูตร  13-13-21 ในปริมาณพอเหมาะ

สาเหตุบางครั้งเกิดจากต้นยังไม่สมบูรณ์ เพราะขาดโบรอน  ขาดแคลเซียม ทำให้ดอกหลุดและผลอ่อนร่วง สามารถแก้ไขปัญหาโดยฉีดพ่นโบรอน + แคลเซียม ทุก 10–14 วันช่วงออกดอก นอกจากนี้ควรสังเกตเพิ่มเติม ว่า  ดอกบานแล้วร่วงเลยหรือไม่?  มีผลอ่อนขนาดเม็ดถั่วแล้วร่วงหรือไม่?  ปลูกกี่ต้น?  มีผึ้งหรือแมลงมาเกาะดอกบ้างไหม?

” ช่วงดอกบานไม่มีผึ้งหรือแมลงช่วยผสมเกสร  หรือเจอฝนตก ความชื้นสูง หรือลมแรงช่วงดอกบาน หรือเกสรตัวผู้ไม่ตกลงบนยอดเกสรตัวเมียได้ดี หากใครเจอปัญหาแบบนี้  สามารถแก้ไขปัญหาโดยปลูกไม้ดอกล่อผึ้งรอบสวน   งดพ่นยาฆ่าแมลงช่วงดอกบาน   ช่วยผสมเกสรด้วยมือช่วง 10.00-13.00 น.  “

บางครั้งเจอต้นสมบูรณ์เกินไป เน้นแตกยอด เพราะได้ไนโตรเจนสูงเกินไป ใบเขียวเข้ม เถาแตกยาว  อาหารไปเลี้ยงใบมากกว่าผล  ในกรณีนี้ ควรลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน เพิ่มโพแทสเซียม เช่น 13-13-21 หรือ 12-12-17+2Mg  เสริมแคลเซียม-โบรอน  หากเกิดภาวะขาดธาตุโบรอน ทำให้ดอกบานแต่ร่วง ติดผลน้อย ผลบิดเบี้ยว วิธีแก้คือ พ่นแคลเซียม-โบรอน ทุก 7-10 วัน ช่วงออกดอก

คุณเตอร์ใจดี ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการปลูกดูแลเสาวรสให้กับเกษตรกรทั่วไป สามารถแวะไปพูดคุยกับคุณเตอร์ที่ “ไร่เสาวรสเขาแผงม้า (Khao Phaeng Ma Passion Fruit)ตามพิกัดที่ปักหมุดไว้

https://maps.app.goo.gl/V6aM9UXvBtUYHy3RA?g_st=ic    

คุณเตอร์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้า “ชมฟรี” และหากใครอยากซื้อติดมือกลับบ้านก็สามารถเก็บเสาวรสหวานสดๆจากต้นด้วยตัวเองได้เลย หรือสั่งซื้อโดยตรงกับคุณเตอร์ได้ที่เบอร์โทร 098-8657999  หรือทางไอดีไลน์ @kpm.passionfruit ส่วนใครติดใจบรรยากาศธรรมชาติในไร่แห่งนี้ และอยากติดตามเทคนิคการเพาะปลูกเสาวรสของคุณเตอร์ สามารถกดติดตามไว้เลย ทั้งช่องทาง Facebook และ TikTokไร่เสาวรสเขาแผงม้า วังน้ำเขียว 

Related Posts