ต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout) มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง มีวิตามินเอ และวิตามินอีสูง บำรุงสายตา ผิวพรรณและชะลอความชรา มีวิตามิน บี 1 บี 6 โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 ซึ่งช่วยบำรุงเซลล์สมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) และธาตุเหล็กสูง

นอกจากนี้ ในเมล็ดทานตะวัน 100 กรัม จะให้พลังงานแก่ร่างกาย 500 กิโลแคลอรี โปรตีน 23 กรัม ไขมัน 50 กรัม แคลเซียม 14.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 19 กรัม สังกะสี 5 มิลลิกรัม โพรแทสเซียม 690 มิลลิกรัม
ไขมันที่อยู่ในเมล็ดทานตะวันจะเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัว ประกอบด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี วิตามินอี และไนอะซิน ต้นอ่อนทานตะวันหรือเมล็ดทานตะวันงอก ใช้เป็นอาหารสุขภาพ มีกลิ่นหอมคล้ายใบบัวบก รสหวานกรอบ รับประทานได้ทั้งสด เช่น จิ้มน้ำพริก เป็นผักสลัด หรือปรุงเป็นอาหาร เช่น ผัดน้ำมันหอย แกงจืด แกงส้ม ใส่ในก๋วยเตี๋ยวแทนถั่วงอก หรือนำมาปั่นเป็นน้ำผักดื่ม ก็จะได้น้ำผักสีเขียวเข้ม กลิ่นหอม แต่ควรดื่มก่อนอาหารครึ่งชั่วโมง ตอนท้องยังว่างอยู่ จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะมีวิตามินและเอ็นไซม์สูง

ต้นอ่อนทานตะวัน เพาะได้ไม่ยาก
การเพาะต้นอ่อนทานตะวันทำได้ไม่ยาก สามารถเพาะเมล็ดทานตะวันรับประทานกันเองในครอบครัว ซึ่งได้ทั้งงานอดิเรกและเพื่อสุขภาพ
วิธีการเพาะ ทำอย่างไร
สูตรการเพาะทานตะวันงอก ของนายสัตวแพทย์บุญญวัตน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยาได้มีการทดลองใช้วัสดุในการเพาะหลายอย่าง เช่น ทราย ขุยมะพร้าว แกลบดำ จนกระทั่งถึงใยสังเคราะห์ แต่มาจบลงได้ที่ถุงเพาะเห็ดเก่าที่เขาทิ้งแล้ว รับซื้อในราคาถุงละ 25 สตางค์ เพราะเป็นวัสดุปลูกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น แถมเปอร์เซ็นต์การงอกดีอีกด้วย และความสมบูรณ์ของต้นก็ดีกว่าวัสดุตัวอื่น เมื่อได้ถุงเห็ดมาแล้วก็นำมาแกะพลาสติคออก นำมาบี้ให้แตกออก แล้วใช้ตะกร้าพลาสติคร่อนเอาเฉพาะส่วนที่ละเอียด นำกระดาษหนังสือพิมพ์ปูในตะกร้าพลาสติคขนาดกลางรองให้เต็มตะกร้า นำวัสดุปลูกเห็ดที่ร่อนดีแล้วมาใส่ สูงประมาณครึ่งตะกร้า ปรับวัสดุปลูกในตะกร้าให้เสมอ นำตะกร้าพลาสติคขนาดเท่ากันมาอีกใบ ซ้อนไว้บนตะกร้าที่ใส่วัสดุปลูก โรยเมล็ดทานตะวันลงไปในตะกร้าบนแล้วเกลี่ยเมล็ดให้ทั่ว จึงยกตะกร้าออก ซึ่งจะมีเมล็ดทานตะวันค้างบ้างบางส่วน จะใช้วิธีแคะตะกร้าเบาๆ เมล็ดทานตะวันก็จะร่วงลงไป วิธีนี้เมล็ดทานตะวันจะกระจายทั่วหน้าตะกร้ากว่าการที่เราจะโรยลงไปที่วัสดุปลูกโดยตรง
ขั้นตอนต่อไปก็จะโรยวัสดุปลูกปิดหน้าเมล็ด ก็จะนำวัสดุปลูกมาโรยบางๆ ผ่านตะกร้าเดิมเกลี่ยให้กระจายและเคาะลงไป พอกลบเมล็ดทานตะวันไว้อย่าให้หนามาก แล้วรดน้ำด้วยฝักบัวรดน้ำฝอยให้ชุ่ม นำมาวางไว้ในที่ร่ม รดน้ำ วันละ 3 ครั้ง เหมือนกินยา เช้า กลางวัน เย็น ประมาณ 4-5 วัน แล้วค่อยนำมาออกแดดซึ่งผ่านซาแรน ใช้เวลา 1-2 วัน ช่วงนี้จะใช้ปุ๋ยนมสดรด 1 ครั้ง จะได้ต้นที่เขียว ใบอวบ และใบที่แตกออกมาจะดีดเปลือกของเมล็ดออกมาเอง ถ้าเพาะแล้วนำมาออกแดดเลยต้นจะสั้นไม่สวยงาม


การเก็บเกี่ยว
เมื่อครบอายุ 5-6 วัน ต้นทานตะวันงอกก็สมบูรณ์พร้อมจะเก็บเกี่ยว โดยจะใช้มือรวบต้นมาจำนวนหนึ่งแล้วใช้กรรไกรตัดรากออก นำไปแช่ในกะละมังที่ใส่น้ำไว้แล้ว นำมาผึ่งไว้ในตะกร้า แล้วจึงนำมาบรรจุใส่ถุงนำเข้าไปไว้ในตู้เย็น จะสามารถเก็บความกรอบของต้นทานตะวันงอกได้นานถึง 1 สัปดาห์ ส่วนวัสดุปลูก จะนำไปกองไว้ หรือใส่ในวงท่อเพื่อไม่ให้กระจัดกระจายดูไม่สะอาดตา ผสมกับมูลสัตว์อะไรก็ได้ที่สามารถหาได้ง่ายๆ ในท้องถิ่น แล้วนำปุ๋ยนมสดรด สัปดาห์ละครั้ง จะกลับกองปุ๋ยหรือไม่ก็ได้ ประมาณ 1 เดือน เราก็จะได้ปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในสวนได้อีก เท่าที่สังเกตวิธีคิดของนายสัตวแพทย์บุญญวัฒน์ สังเกตว่า ท่านจะคิดอะไร ก็จะคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาก โดยมักจะนำสิ่งที่เหลือใช้มาเป็นประโยชน์ได้อีกดังเช่นวิธีนี้ คือ เมื่อได้ประโยชน์จากเห็ดแล้ว ก็จะนำก้อนเชื้อเห็ดที่ดูแล้วไม่มีประโยชน์มาเพาะเมล็ดทานตะวัน พอเพาะเสร็จสรรพ ตัดต้นทานตะวันงอกออก ก็นำก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้นั้นมาหมักเป็นปุ๋ยหมักได้อีก โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากวัสดุนี้จนถึงที่สุดแล้ว ไม่เหลือเป็นมลพิษอีกต่อไป

เมล็ดทานตะวันงอก คุณค่าอาหารสูง ผลงานเขียน คุณองอาจ ตัณฑวณิช
Rewrite 19 ตค2568
