กรมการค้าภายใน
สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ร่วมขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้ากิจกรรม “Back To School 2026” ภายใต้แนวคิด “เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” มุ่งลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า SPC ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้าตอกย้ำภารกิจช่วยเหลือสังคมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ภายใต้โครงการดังกล่าว SPC ได้นำเสนอสินค้าและโปรโมชันตอบโจทย์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมีแบรนด์ที่ร่วมรายการ อาทิ โคโดโม เปา คิเรอิคิเรอิ ซิสเท็มมา และไฮคลาส เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงเปิดเทอมได้อย่างเป็นรูปธรรม SPC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าปุ๋ยรายงานปริมาณนำเข้าทุกเดือน ขณะเดียวกันผู้ผลิต–ผู้จำหน่ายต้องรายงานสต็อกภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามและบริหารจัดการปริมาณสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสต็อกปุ๋ยที่มีอยู่ เมื่อรวมกับปริมาณที่นำเข้าเพิ่มเติม จะทำให้ประเทศไทยมีปุ๋ยเคมีเพียงพอสำหรับใช้ในภาคเกษตร ไม่น้อยกว่า 5 เดือน ระหว่างนี้จะมีการนำเข้าเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาดปัจจุบันยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหาก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามต้นทุนตลาดโลกและกำกับดูแลโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรมากเกินไป พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรว
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นำโดย นายสถาพร คล้ายสิทธิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าผักและผลไม้ พร้อมทีมงานฝ่ายจัดซื้อ โก โฮลเซลล์ ลงพื้นที่เฟ้นหาผลผลิตคุณภาพจากพี่น้องเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนหอมแดงแปลงใหญ่แปรรูปและนวัตกรรมเกษตร อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเพาะปลูก ‘หอมแดงศรีสะเกษ’ สินค้า GI ชื่อดัง มาจำหน่ายยังสาขา และเข้าร่วมประชุมเชื่อมโยงซื้อขาย “หอมแดง” จังหวัดศรีสะเกษ ผ่านตลาดข้อตกลง โดยใช้สัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน โดยมี นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ร่วมด้วยภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ที่มาร่วมกันบรรเทาปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร หลังเผชิญทั้ง ราคาผลผลิตตกต่ำ และความขัดแย้งตามแนวชายแดน ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้ช่วยรับซื้อและวางแผนนำผลผลิตหอมแดงในพื้นที่ กระจายไปยังสาขาทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศแล้ว ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ในฤดูกาลผลิต 2568/69 จะมีผลผลิตหอมแดงออกมาถึง 140,000 ตัน โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบาย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระจายผลไม้ช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค ด้วยการคิกออฟโครงการ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” เชิญชวนลูกค้าทุกกลุ่มซื้อผลไม้ที่ร่วมรายการ 6 ชนิดได้แก่ แตงโม (พันธุ์กินรี ตอปิโด ซอนญ่า) เมลอนเนื้อเขียว เมลอนเนื้อส้ม แคนตาลูปซันเลดี้ มะละกอฮอลแลนด์ สับปะรดศรีราชา และ กล้วยหอม กล้วยคาเวนดิช กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า โดย ทุก 1 กิโลกรัม หรือ 1 หน่วย (หวี/แพค) เท่ากับ 1 บาท จะนำไปส่งมอบเป็นทุนอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียน ในพื้นที่ที่สาขาตั้งอยู่ทั่วประเทศจำนวน 14 แห่ง งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายกรนิจ โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดตัวโครงการ โดยมี นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และรัฐสัมพันธ์ นายสถาพร คล้ายสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าผักและผลไม้ นางสาวทิชา มีซี ผู้จัดการทั่วไป โก โฮลเซลล์ สาขารังสิ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า “ปีนี้ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตผลไม้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 17 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น มังคุดและเงาะ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฤดูผลผลิต อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การปิดด่านของประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความกังวลในการขายผลไม้ในจังหวัดภาคตะวันออกของไทย กรมการค้าภายในจึงได้เร่งประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการช่วยกันกระจายผลผลิตในพื้นที่ออกไปจำหน่ายในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ล่าสุด กรมการค้าภายใน ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ผนึกกำลังช่วยเกษตรกรไทย แจกกล่องและตะกร้าบรรจุผลไม้กว่า 238,000 ชิ้น พร้อมส่งฟรีทั่วประเทศ เพื่อเร่งกระจายผลไม้ไทย กว่า 3,000 ตัน ลดต้นทุนและแก้ปัญหาผลไม้ตกค้างจากสถานการณ์ด่านปิดประเทศเพื่อนบ้าน สร้างโอกาสขายผ่านระบบขนส่งที่ครอบคลุมและรวดเร็ว กิจกรรมในครั้งนี้กรมการค้าภายในจับมือร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่มีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั่วประเทศ และสามารถกระจายผลผลิตของเกษตรกรได้รวดเร็วและทั่วถึง ด้วยปัจจุบันการจำหน่ายผลไม้ในช่องทางออนไลน์ หรือการส่งผลไม้เป็นของฝากของขวัญ ต้องใช้บร
วันที่ 19 มีนาคม 2567 – ณ กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย กระทรวงพาณิชย์ ยกแผนงานเชื่อมโยงการรับซื้อมะม่วง @เชียงราย ภายใต้มาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2567 ตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดผลไม้ฤดูการผลิต ปี 2567 ให้สอดรับสถานการณ์อย่างเป็นระบบครบวงจร การจัดกิจกรรมกรมการค้าภายในเชื่อมโยงรับซื้อมะม่วง@เชียงราย โดย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานการเชื่อมโยงการซื้อขาย “มะม่วง” ผ่านตลาดข้อตกลง พร้อมด้วย นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน และ นายชโลธร พัฒน์ทวีกิจ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย และผู้แทนเกษตรกรจาก 5 อำเภอ ในจังหวัดเชียงราย ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก ผู้รวบรวม ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ารับซื้อผลผลิตมะม่วงจากเกษตรกร ณ กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงพญาเม็งราย ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ในการนี้กรมการค้าภายในและจังหวัดเชียงรายได้ช่วยเหลือเกษตรกรกร
GO Wholesale (โก โฮลเซลล์) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารเพื่อผู้ประกอบการ ในระบบสมาชิก ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับ กรมการค้าภายใน, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง และสระแก้ว ประชุมเชื่อมโยงซื้อขาย “ผลไม้ภาคตะวันออก” ผ่านตลาดข้อตกลง โดยใช้สัญญาข้อตกลงมาตรฐานของกรมการค้าภายใน เพื่อเปิดรับผลผลิตและเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลไม้ฤดูกาลให้กับชาวสวน โดยมีเกษตรกร ผู้รวบรวม สถาบันเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ สับปะรด ลองกอง มะม่วง) จังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง สระแก้ว เข้าร่วมงานและให้ความสนใจ ในการเชื่อมโยงผลผลิตมาจำหน่ายที่ โก โฮลเซลล์
กรมการค้าภายใน จับมือ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ รณรงค์บริโภคเนื้อหมู หลังยังมีผลผลิตส่วนเกิน 8,000 ตัวต่อวัน เพื่อช่วยดูแลราคาให้กับเกษตรกร พร้อมขอความร่วมมือห้างงดจัดโปรโมชั่นช่วงนี้ หวั่นไปกดราคาซื้อ-ขาย ขณะที่แนวโน้มราคาอาหารสัตว์เริ่มปรับตัวลดลง วันที่ 4 มีนาคม 2567 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ร่วมมือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ รณรงค์ให้ผู้บริโภคช่วยกันบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยดูแลราคาหมูให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง ที่ได้รับผลกระทบจากราคา เพราะขณะนี้ผลผลิตหมูมีชีวิตออกสู่ตลาดเกินความต้องการ เฉลี่ยวันละ 5 หมื่นตัว ขณะนี้อยู่ที่ 5.8 หมื่นตัว จึงต้องหาทางเร่งระบายผลผลิตส่วนเกินออกจากตลาด แม้ว่าในส่วนของกรมปศุสัตว์จะเร่งแก้ปัญหา ตัดวงจรหมูด้วยการผลักดันให้ทำหมูหันไปแล้วส่วนหนึ่งก็ตาม ทั้งนี้ กรมยังได้ขอความร่วมมือไปยังห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ให้งดการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าเนื้อสุกรในช่วงนี้ เพราะราคาเนื้อหมูถูกอยู่แล้ว โดยราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 130 บาท และหากมีการนำเนื้อหมูมาจัดโปรโมชั่น เ
อธิบดีกรมการค้าภายในปลื้มมาตรการบริหารผลไม้เชิงรุกได้ผลดี ส่งผลให้ ปี 66 เป็นปีทองผลไม้ไทย ฝากเกษตรกรใส่ใจคัดแยกคุณภาพสินค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า และนำนวัตกรรมใหม่มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรสู่การส่งออก เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม2566 เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนา “ปูพรมผลไม้ไทย ไร้พรมแดน” ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร มองเห็นแนวทางการแก้ปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่ง และเตรียมพร้อมสำหรับการการผลักดันผลไม้ไทยให้มีตัวเลขการส่งออกเป็นไปในทิศทางที่ดี ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาพร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ปูพรมผลไม้ไทย ไร้พรมแดน” กล่าวว่า ปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้แบบเชิงรุกรวม 22 มาตรการ ซึ่งภายใต้มาตรการดังกล่าว กรมการค้าภายใน รับผิดชอบในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการผลไม้ เป้าหมายกว่า 700,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 29,667 ล้านบาท สามารถป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและยกระดับราคา
กรุงเทพฯ – เทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดสัมมนา “ปูพรมผลไม้ไทย ไร้พรมแดน” ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร มองเห็นแนวทางการแก้ปัญหาอย่างทะลุปรุโปร่ง และเตรียมพร้อมสำหรับการการผลักดันผลไม้ไทยให้มีตัวเลขการส่งออกเป็นไปในทิศทางที่ดี เป็นการลดผลกระทบต่อราคาขายของเกษตรกรลงอีกทาง โดยกำหนดจัดงาน มีขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด เวลา 13.00-16.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2566 ในงานสัมมนา จัดให้มีการบรรยายพิเศษ โดยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในหัวข้อ “ปูพรมผลไม้ไทย ไร้พรมแดน” เป็นการชี้ให้เห็นถึงเป้าการส่งออกผลไม้สด การแปรรูปไปยังคู่ค้าทั่วโลก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2565 ด้วยมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2566 เชิงรุก และอีกหลายช่องทาง ที่จะช่วยให้การส่งออกผลไม้ไทย ไร้พรมแดน และเพื่อให้การสร้างฐานการผลิตอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน อันเป็นผลไปถึงการรับซื้อผลผลิตของประเทศเพื่อบ้าน จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรผู้ส่งออกให้ทราบถึงปัญหาอุปสรรค และพร้อมป
