กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แถลงข่าวผลการดำเนินงานและทิศทางการปฏิบัติงาน ปี 2565 ย้ำเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มุ่งพัฒนาคุณภาพการสอบบัญชี พร้อมมาตรการเชิงรุกตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน สร้างความโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ควบคู่การสอนบัญชีให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นการสร้างวินัยทางการเงิน สร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งอย่างยั่งยืน นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ทั้งในด้านการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กํากับการสอบบัญชีสหกรณ์ที่ดําเนินการโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและบุคคลอื่น เพื่อให้สหกรณ์ได้รับการตรวจสอบบัญชีอย่างโปร่งใส และประเมินประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์ โดยชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้สหกรณ์ได้นำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์ที่มีมูลค่ากว่า 3.58 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.54 ของ GDP ทั้งประเทศ พร้อมทั้งดำเนินงานเสริมสร้างและพัฒนาศักยภ
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ย้ำนโยบายมุ่งเน้นวางระบบตรวจสอบการเงินและบัญชีของสหกรณ์ครอบคลุมด้านบริหารจัดการและการควบคุมภายใน ป้องกันปัญหาทุจริตในสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วมงานแถลงข่าวพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ (War Room) โดยมีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมด้วยนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ในวันที่ 27 มิถุนายน 2565 ณ ห้องประชุม 134- 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในโอกาสนี้ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบตรวจสอบทางการเงินและบัญชีของสหกรณ์ โดยกล่าวว่า จากปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในสหกรณ์หลายแห่ง นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบ เร่งรัด ติดตามการแก้ไขปัญหาทุจริต เพื่อบรรเทาและเยียวยาความเสี
นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า “สหกรณ์” นับเป็นสถาบันที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคม โดยรวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ มีการดำเนินงานโดยคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ฝ่ายจัดการ และมีผู้ตรวจสอบกิจการที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ให้ทำหน้าที่สอดส่องดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งรัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญกับระบบสหกรณ์ที่จะเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สมาชิกสหกรณ์และคนในชุมชน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแล ดำเนินงานตามภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ทั้งในด้านการตรวจสอบบัญชี ให้สามารถจัดทำบัญชีและงบการเงินได้และควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพสอบบัญชีและตามที่ระเบียบกรมตรวจบัญชีสหก
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าเสริมสร้างองค์ความรู้พร้อมสร้างกลไกระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพให้สหกรณ์ ชี้เป็นวัคซีนป้องกันภัยในสหกรณ์และช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาแก่สมาชิก นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์ นับเป็นสถาบันทางเศรษฐกิจและสังคมที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากมีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายเทียบเท่าภาคเอกชนและมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาลโดยเฉพาะสหกรณ์ประเภทการเกษตรที่มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายและมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีปริมาณธุรกิจรวมกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของปัญหาการทุจริตของสหกรณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้วิธีการที่แยบยลและตรวจสอบยากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมา กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ดำเนินงานตามภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งสนองการดำเนินงานตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้ตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำหรือชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้สหกรณ์ได้นำไปปรับปรุงแก้ไขก่อนจะเกิดความเส
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก รวมถึงครัวเรือนภาคเกษตรไทย บางคนได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงาน รายได้ลดลง ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงตามไปด้วย การปรับตัวโดยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ปรับเปลี่ยนช่องทางการหารายได้ ที่สำคัญคือ การใช้ “บัญชี” เป็นภูมิคุ้มกัน ช่วยวางแผนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้เกษตรกรและประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ติดขัดภายใต้วิกฤตในครั้งนี้ ดังเช่นเกษตรกรตัวอย่างคือ นายไชยยา วิมูลชาติ เกษตรกรดีเด่นระดับภาค สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี พ.ศ. 2564 เป็นเกษตรกรที่ปรับตัวให้อยู่รอดและสร้างความมั่นคงในอาชีพ โดยนำบัญชีมาใช้เป็นภูมิคุ้มกันในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิต นายไชยยา วิมูลชาติ เกษตรกรดีเด่นระดับภาค สาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี พ.ศ. 2564 จากตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ตนเองประกอบอาชีพทำนาและเป็นประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่ ตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม รายได้ที่ได้มาก็นำไปใช้
นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์หลายแห่ง บางแห่งอยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องปิดบริการชั่วคราว หรือลดจำนวนเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทำงาน ณ ที่ทำการสหกรณ์ในแต่ละวันเพื่อลดความเสี่ยง จากสถานการณ์นี้ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในกำกับดูแล เร่งช่วยเหลือสหกรณ์และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้น้อมนำนโยบายมาใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยพัฒนาวิธีการตรวจสอบบัญชีด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบบัญชี คือ เพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งผู้สอบบัญชีสามารถปฏิบัติงานสอบบัญชีได้ โดยเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปตรวจสอบ ณ ที่ทำการส
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เดินหน้าตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ ย้ำสหกรณ์จัดทำบัญชีและงบการเงินตามระเบียบที่กำหนด และมีระบบการควบคุมภายในที่เข้มแข็ง ป้องกันปัญหาการทุจริต พร้อมนำเทคโนโลยีด้านบัญชี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลสหกรณ์ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10 กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า “สหกรณ์” นับเป็นสถาบันที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคม โดยรวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ มีการดำเนินงานโดยคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ฝ่ายจัดการ และมีผู้ตรวจสอบกิจการที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ให้ทำหน้าที่สอดส่องดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ซึ่งรัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญกับระบบสหกรณ์ที่จะเป็นกลไกพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ มีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สมาชิกสหกรณ์และคนในชุมชน ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานใน
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ”จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ในการลดต้นทุน – เพิ่มรายได้ ด้วย “บัญชี” หนุนสมาชิกนำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ยั่งยืน ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน “การตลาดนำการผลิต”กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่
นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกที่ 3 ซึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย หรือจบลงในระยะเวลาอันใกล้นี้ และยังก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากขึ้นต่อประชาชน ลูกหนี้ และธุรกิจในภาคสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์ที่ตั้งอยู่ในสถานประกอบการต่าง ๆ อาทิ โรงแรม หรือโรงงาน ที่สมาชิกบางส่วนอาจถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้าง หรืออาจะปิดกิจการชั่วคราว ทำให้สมาชิกของสหกรณ์ในกิจการเหล่านี้ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมาก ส่งผลให้สมาชิกไม่สามารถชำระหนี้สหกรณ์ได้ตามกำหนดทำให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงินต้องหาแหล่งเงินทุนจากภายนอกเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสหกรณ์และความมั่นคงของเศรษฐกิจในภาพรวมในอนาคต จากสถานการณ์ดังกล่าว นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีความเป็นห่วงความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวและได้มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกันกำหนด
“รจนา สีวันทา” เกษตรกรจากจังหวัดสุรินทร์ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับภาค ปีพ.ศ. 2564 เผยเคล็ดลับความสำเร็จ ยึด “บัญชี” เป็นภูมิคุ้มกันความจน ใช้วิเคราะห์ และวางแผนการประกอบอาชีพลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้ด้านบัญชีสู่ชุมชน นางรจนา สีวันทา เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับภาค ประจำปี พ.ศ.2564 ชาวตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ วัย 46ปี กล่าวว่า เริ่มต้นอาชีพทำนาโดยใช้ปุ๋ยเคมีมาตั้งแต่ปี 2539 ในระหว่างนั้นมีหนี้สิ้นนอกระบบอยู่หลายหมื่นบาทจนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านบัญชีจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สุรินทร์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงเริ่มหันมาจดบันทึกบัญชีรับ – จ่ายในครัวเรือนและจดบันทึกต้นทุนในการทำนาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้รายรับ รายจ่ายในครัวเรือนและต้นทุนในการทำนา จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง แต่ได้กำไรต่ำ จึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำนาเกษตรอินทรีย์ ที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและเป็นไปตามความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนปัญหาหนี้สิ้นที่เคยมี จากต้นทุนที่ลดลงทำให้มีกำไรมากขึ้น ทำ
