กรมตรวจบัญชีสหกรณ์
“รจนา สีวันทา” เกษตรกรจากจังหวัดสุรินทร์ คว้ารางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับภาค ปีพ.ศ. 2564 เผยเคล็ดลับความสำเร็จ ยึด “บัญชี” เป็นภูมิคุ้มกันความจน ใช้วิเคราะห์ และวางแผนการประกอบอาชีพลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้ด้านบัญชีสู่ชุมชน นางรจนา สีวันทา เกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์มระดับภาค ประจำปี พ.ศ.2564 ชาวตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ วัย 46ปี กล่าวว่า เริ่มต้นอาชีพทำนาโดยใช้ปุ๋ยเคมีมาตั้งแต่ปี 2539 ในระหว่างนั้นมีหนี้สิ้นนอกระบบอยู่หลายหมื่นบาทจนกระทั่งได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านบัญชีจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สุรินทร์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงเริ่มหันมาจดบันทึกบัญชีรับ – จ่ายในครัวเรือนและจดบันทึกต้นทุนในการทำนาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้รายรับ รายจ่ายในครัวเรือนและต้นทุนในการทำนา จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง แต่ได้กำไรต่ำ จึงได้ปรับเปลี่ยนมาทำนาเกษตรอินทรีย์ ที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าและเป็นไปตามความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่วนปัญหาหนี้สิ้นที่เคยมี จากต้นทุนที่ลดลงทำให้มีกำไรมากขึ้น ทำ
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู “สำรวย บางสร้อย” เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ ประจำปี 2564 ยกย่องเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการนำ“บัญชี”เป็นวัคซีนแก้ความจนลดต้นทุนลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพและสามารถนำความรู้ด้านบัญชีมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่คนในชุมชนให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์กล่าวว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการคัดเลือก“เกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับประเทศ” เป็นประจำทุกปีเพื่อค้นหาเกษตรกรที่มีผลงานทางการเกษตรดีเด่นและได้นำ“บัญชี” มาปรับเปลี่ยนชีวิตตนเองและชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนในการนำองค์ความรู้จากการบันทึกบัญชีมาใช้ลดรายจ่าย ลดหนี้สิน เพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพ ตลอดจนน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวปฏิบัติในครอบครัว ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจยกย่องเชิดชูประกาศเกียรติคุณของเกษตรกรดีเด่นให้ปรากฏและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานของบุคคลอื่น
สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่งเสริมสหกรณ์ในพื้นที่ใช้โปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทางบัญชีอย่างเป็นระบบ ชูสหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว จำกัด เป็นต้นแบบ นำโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (FAS) ไปใช้บริหารจัดการธุรกิจที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิก นางสาวฉัตรอรุณ ปานประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจหลักของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการวางระบบบัญชีสหกรณ์ ตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ รวมถึงการส่งเสริม และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบัญชีสู่สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาคร จึงดำเนินงานตามภารกิจในการส่งผู้สอบบัญชีสหกรณ์เข้าไปตรวจสอบและรับรองงบการเงินของสหกรณ์ ทั้ง 49 แห่ง ในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ถูกต้อง ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ไม่พบปัญหาร้ายแรงในเชิงทุจริต อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยที่เป็นข้อสังเกตหรือข้อบกพร่อง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ โดยมีสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์สมุทรสาครทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยให้คำแนะนำปรึกษา และมีการจัดอบรมเสริมองค
นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์ สถาบันเกษตรกร เกษตรกร และประชาชน โดยการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการสู่ความสำเร็จ มีระบบบริหารจัดการด้านการเงินการบัญชีที่โปร่งใสและเข้มแข็ง โดยได้ขับเคลื่อนภารกิจการทำงานที่หลากหลายมิติในการนำระบบบัญชี เข้าไปใช้ในการบริหารจัดการสหกรณ์ ตามภารกิจหลักของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ รวมถึงการส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบัญชีสู่สหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป โดยดำเนินงานควบคู่กับการพัฒนางานระบบบัญชีและกลไกที่จะส่งเสริมระบบบัญชีให้มีความทันสมัย และเท่าทันกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ มาเป็นเครื่องมือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินของสหกรณ์ ช่วยอำนวยความสะดวกให้สหกรณ์มีระบบการเงินการบัญชีและมีการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส โดยหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยในการบริหารงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร คือ โปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (Cooperative
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง มีความคิดริเริ่ม พัฒนาองค์กรเป็น “สหกรณ์สีขาว” ด้วยธรรมาภิบาลและได้มาตรฐานสากล เอื้ออาทรต่อมวลสมาชิก พัฒนาสหกรณ์เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ นำระบบเทคโนโลยีด้านธุรกิจและการเงินมาให้บริการแก่สมาชิก ทำให้สหกรณ์มีความมั่นคงและมีฐานะทางเศรษฐกิจดี ประสบความสำเร็จ ล่าสุดในปีนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกย่องประกาศเกียรติคุณ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จํากัด จังหวัดภูเก็ต ในฐานะสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 ประเภท สหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน ตลอดจนเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภูเก็ต จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จัดตั้งเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2504 สมาชิกแรกตั้ง 136 ราย สมาชิกปัจจุบัน 5,615 ราย โดย “นายนัทธี ถิ่นสาคู” รับหน้าที่เป็นประธานกรรมการ มีอาคารที่ทำการสหกรณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 6/4 หมู่ที่ 3 ถนนรัษฎานุสรณ์ ตำบลรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โทรศัพท์ (076) 685-212 โทรสาร (076) 354-770 ความคิดริเริ่ม ทางสหกรณ์ได้ดำเนิน โครงการสหกรณ
นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเมืองอุบลราชธานี จำกัด ซึ่งมีการบริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์อย่างประสบความสำเร็จ โดยการสนับสนุนโปรแกรมระบบบัญชีครบวงจรของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ณ. จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเร็วๆนี้
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สนับสนุนโปรแกรมระบบบัญชี บริหารจัดการธุรกิจสหกรณ์ของ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุบลราชธานี จำกัด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรเมืองอุบลราชธานี จำกัด จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสหกรณ์การเกษตรขนาดใหญ่ ดำเนินธุรกิจหลักในการแปรรูปสินค้าและให้บริการสินเชื่อแก่สมาชิก ซึ่งปัจจุบัน สหกรณ์ฯ ได้นำโปรแกรมระบบบัญชีแยกประเภทของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มาใช้ในการดำเนินงานสหกรณ์ และส่งเสริมให้สมาชิกจัดทำบัญชีครัวเรือนและนำข้อมูลจากบัญชีมาประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ ทั้งนี้ ได้เตรียมนำโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร มาใช้บริหารงานสหกรณ์เพื่อสร้างความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ณ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุบลราชธานี จำกัด จ.อุบลราชธานี
