กรมส่งเสริมสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมเปิดตัว“โครงการ จิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย” ในจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมปล่อยคาราวานรถโมบายเคลื่อนที่เร็ว มอบถุงยังชีพ พร้อมช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมเปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรและฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลดทันที พร้อมจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ปลอดดอกเบี้ย 1 ปี ให้สหกรณ์กู้ยืมไปให้สมาชิกฟื้นฟูอาชีพ ลงทุนปลูกพืชระยะสั้น เพื่อสร้างรายได้ในเวลาอันรวดเร็ว นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย ณ ลานสาเกตนคร สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือกันช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ใน 21 จังหวัด และได้พิธีเปิดตัวโครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ พร้อมกันในวันที่ 23 กันยายน 2562 ซึ่งเวทีหลักจะจัดที่สำนักชลประทานที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี โดยดร.เฉลิมชัย ศรีอ
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายพีรพนธ์ กิจโกศล ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 13,14 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงสีข้าวกลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ ตำบลปะเคียบ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายเผด็จ ลิ้มอุบัติตระกูล ประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบ และคณะให้การต้อนรับ โรงสีข้าวกลุ่มเกษตรกรทำนาปะเคียบได้รับเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 โครงการไทยนิยมยั่งยืน จำนวน 16,272,000 บาท และทางกลุ่มเกษตรกรสมทบเพิ่มอีก จำนวน 1,808,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การตลาด สำหรับรองรับข้าวเปลือกจากสมาชิก ได้แก่ โรงสีข้าว ขนาด 24 ตัน/วัน พร้อมอุปกรณ์และโรงเรือน จำนวน 1 แห่ง, เครื่องยิงสี ขนาด 130 ช่อง จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องซีลสุญญากาศ ขนาด 1 แรงม้า จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องชั่งและบรรจุ กึ่งอัตโนมัติ ขนาด 15-50 กิโลกรัม จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งทางกลุ่มฯ ได้ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์และเครื่องมือที่ได้รับ มารวบรวมข้าวเปลือกหอมมะลิจากสมาชิกในฤดูกาล ซึ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงเดือนพฤศจิกา
นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวเยาวรัตน์ เรืองสาตรา สหกรณ์จังหวัดอุทัยธานี และคณะ ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรศุภนิมิตหนองยายดา จำกัด อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปข้าวของสหกรณ์ โดยสหกรณ์ดำเนินธุรกิจรวบรวมข้าวเป็นหลักมีสัดส่วนธุรกิจมากกว่า ร้อยละ 86 ของธุรกิจทั้งหมด สหกรณ์สามารถรวบรวมข้าวเปลือกจากสมาชิก 1,400 คน ได้กว่า 10,000 ตัน ต่อปี และสหกรณ์ยังมีแผนพัฒนาเพื่อการส่งออกข้าว เพื่อให้สามารถรองรับการรวมและแปรรูปผลผลิตของเกษตรกรสมาชิก พร้อมทั้งพัฒนาความรู้เพิ่มทักษะด้านการเกษตรให้กับสมาชิก โดยมีเป้าหมายสร้างต้นแบบให้เป็นองค์กรภาคเกษตรที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐได้ครบทั้งวงจร และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ก้าวเป็นผู้ส่งออกได้ ในขณะเดียวกันสหกรณ์มีพันธมิตรภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยแลกเปลี่ยนแนวคิดการดำเนินธุรกิจ แนะนำแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อยกระดับมาตรฐานข้าวสู่มาตรฐานสากล ระบบการจัดการข้าวรวมถึงความปลอดภัยกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้ข้า
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่19-20 กันยายน 2562 เพื่อผลักดันนโยบายให้สหกรณ์และเกษตรกรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะผลไม้ เช่น เงาะ กล้วยหอม และกุ้ง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากไทยแล้วภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในเอฟทีเอ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการหาตลาดและกระจายสินค้าในภูมิภาคของไทยไปต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและแน่นอนให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคของไทยสู่สากล โดยในวันที่ 19 กันยายน 2562 ช่วงเช้า
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมตัวแทนสหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร ที่ดำเนินธุรกิจรวบรวมยางพารา ปาล์มน้ำมัน โคนม และโคเนื้อ เกือบ 2,000 คน ชี้แจงนโยบายประกันรายได้และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาล หวังใช้กลไกสหกรณ์ขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรทั่วประเทศ (วันนี้ 13 กันยายน 2562) ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ “การสร้างการรับรู้นโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลผ่านสถาบันเกษตรกร” และปาฐกถาพิเศษ “ภาพรวมนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาล” โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจด้านยางพารา ปาล์มน้ำมัน โคนม และโคเนื้อ เกือบ 2,000 คน เข้าร่วมรับฟังเพื่อสร้างการรับรู้นโยบายด้านการเกษตรส่งผ่านสถาบันเกษตรกร โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมชี้แจงนโยบายด้านการเกษตรภายใต้ภารกิจของหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วย ณ อาคารอิมแพคฟอรั่ม ชั้น 2 ห้องประชุมแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเ
กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์พื้นที่โครงการหลวง เป็นองค์กรของชุมชนที่ช่วยส่งเสริมอาชีพให้ชาวเขาที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงใน 11 จังหวัด พร้อมประชุมหารือตัวแทนสหกรณ์โครงการหลวง 46 แห่ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและรายได้ที่มั่นคงของชาวบ้านในพื้นที่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่งเสริมสหกรณ์และตัวแทนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มเตรียมการสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ปี 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2562 เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดทิศทางพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ให้เป็นองค์กรของชุมชนและเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างสหกรณ์กับมูลนิธิโครงการหลวง ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2536 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมกับมูลนิธ
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์พายุโซนร้อนโพดุล ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ส่งผลทำให้พื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงได้สั่งการให้ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยเฉพาะในส่วนของสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือจะเน้นดูแลเรื่องหนี้สินและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ส่งผลทำให้ขาดรายได้ที่จะส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ ดังนั้น จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอวงเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิกในพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้ ทั้งนี้ ในวันนี้ (4 กันยายน 2562) นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อม นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และให้กำลังใจเกษตรกรและชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น พร้อมนำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเสฐียรพงษ์ อินเพน สหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด และคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรเสลภูมิ จำกัด ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลในพื้นที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มอบถุงยังชีพ จำนวน 330 ชุด ให้กับผู้ประสบภัย โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวแทนรับมอบถุงยังชีพ ซึ่งพื้นที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จากพายุโพดุลทั้งหมด จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า มีจำนวน 59,496 ไร่ ในตำบลบึงเกลือ มีสมาชิกสหกรณ์ 170 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 2,550 ไร่ ตำบลวังหลวง มีสมาชิกสหกรณ์ 250 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย จำนวน 3,755 ไร่ ซึ่งเป็นนาข้าวทั้งหมด
กรมส่งเสริมสหกรณ์รุกกู้วิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง เร่งรัดติดตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เชื่อมั่นเป็นกลไกลสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลผลิตทางการเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวว่า ปัจจุบันมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เพาะปลูกทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยเป็นอันดับ 3 รองจากข้าวและยางพารา รวมทั้งยังเป็นพืชที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ปัจจุบันเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ประสบปัญหาวิกฤติโรคระบาดไวรัสใบด่างทำให้ราคาตกต่ำอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวน 5 แสนกว่าครอบครัว และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือในหลายด้าน หนึ่งในมาตรการสำคัญคือเร่งรัดติดตามโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายในกรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวม จัดเก็บข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ไม่น้อยกว่า 700,000 ตัน เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 250,000 ราย มีรายได้เพิ่
จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนแปรนโยบายเป็นเงิน เพิ่มรายได้ใส่กระเป๋าให้กับประชาชนในระดับฐานราก กรมส่งเสริมสหกรณ์และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกันตีโจทย์และผนึกความร่วมมือในนามของโครงการไมซ์เพื่อชุมชน ดึงการสัมมนาและการจัดประชุมนิทรรศการจากห้องประชุม ออกไปศึกษาดูงานและเรียนรู้กิจกรรมในชุมชนต่างๆ โดยมีสหกรณ์เป็นศูนย์กลาง ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้บริการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานและการสาธิตการผลิตสินค้า เพื่อผลักดันให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างองค์กรต่างๆ กับสหกรณ์ และชาวบ้านในชุมชน นำไปสู่การร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ซึ่งจากปีแรกที่ดำเนินการในปี 2561 มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 35 แห่ง ส่งต่อความสำเร็จมาในปีที่ 2 มีสหกรณ์เข้าร่วม 50 สหกรณ์ นายพิเชษฐ์ วิริยะหาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ ภายใต้โครงการไมซ์เพื่อชุมชน ปีที่ 2 ได้รับการตอบรับที่ดีจาก สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้แต่ละสหกรณ์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาสหกรณ์ตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดให้องค์กรและหน่
