กรมส่งเสริมสหกรณ์
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำทีมเยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมการดำเนินการสหกรณ์ ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก วันที่ 11 มิถุนายน 2562 นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งดําเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแบบอย่างยั่งยืน นายประยูร กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะ จำกัด ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมในโครงการฯ 32 ราย ได้รับจัดสรรที่ทำกินจากโครงการรายละ 1 ไร่ โดยสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกหอมหัวใหญ่ รอบการผลิตใช้เวลา 6 เดือน ผลผลิตต่อ
วันที่ 10 มิถุนายน 2562 นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กรมส่งเสริมสหกรณ์ (อพ.สธ.-กสส.) ครั้งที่ 1/2562 ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ เลขานุการคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมากจากพระราชดำริฯ ผู้เชี่ยวชาญ เลขานุการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ตามกรอบการดำเนินงานของ อพ.สธ.-กสส. รวมทั้งรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (ตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2562) พิจารณาทบทวนแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2563 และการทบทวน และ/หรือ พิจารณาปรับแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ 5 ปี (1 ตุลาคม-30 กันยายน 2564) กรมส่งเสริมสหกรณ์ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 สำหรับปีงบประม
กรมส่งเสริมสหกรณ์ จับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ผู้ปลูกข้าวโพด มันสำปะหลังขายพืชอาหาสัตว์ป้อนสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนม ชี้ส่งผลดีกับทั้งสองฝ่าย ฝั่งสหกรณ์ผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์มีตลาดรองรับชัดเจน ฝั่งสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพผลิตเป็นอาหารสัตว์จำหน่ายเกษตรกรสมาชิกในราคายุติธรรม ปริมาณความต้องการใช้อาหารสัตว์ของเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคไม่น้อยกว่าปีละ 29,281.20 ตัน นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดประชุมเชื่อมโยงเครือข่ายและเจรจาธุรกิจระหว่างสหกรณ์ที่จำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลังกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโค เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ผลิตพืชอาหารสัตว์ จำนวน 122 แห่ง และสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนม จำนวน 60 แห่ง ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพมหานคร เพื่อพัฒนาการผลิตและการตลาดสินค้าพืชอาหารสัตว์ให้อยู่ภายในเครือข่ายของสหกรณ์ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ให้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาเรื่องการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร และส่งเสริมให้สหกรณ์ผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด ปัจจุบัน สหกรณ์ผู้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “รวมใจภักดิ์ พัฒนารักษาสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชปณิธานความดี” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยร่วมกัน “สืบสาน รักษาและต่อยอด” นำแนวพระราชดำริ สร้างประโยชน์แก่ประชาชน ณ ศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการสหกรณ์รวมใจภักดิ์ พัฒนาสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชปณิธานความดี เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ศูนย์สาธิตสหกรณ์โครงการหุบกะพง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมีผู้แทนสหกรณ์ในจังหวัดเพชรบุรี บุคลากรของส่วนราชการต่างๆ ประชาชนทั่วไป สมาชิกและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โครงการตามพระราชประสงค์หุบกะพงและบุคลากรของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 600 คน เพื่อแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและร่วมใจกันเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้อมรำลึกในพร
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเวทีรับฟังความเห็น 2 วันต่อเนื่อง ถกร่างกฎกระทรวง 13 ฉบับกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 เตรียมนำความเห็นฝั่งสหกรณ์สรุปเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา พร้อมทยอยประกาศใช้ภายใน 2 ปี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นพิจารณาร่างกฎกระทรวงซึ่งเป็นกฎหมายลูกประกอบพระราชบัญญัติสหกรณ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 ปี พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 89/2 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยนเป็นการเฉพาะ จำนวน 13 ฉบับ โดยแบ่งเป็น 1. การกำหนดขนาดของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 2. การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอื่นของกรรมการดำเนินการสหกรณ์และผู้จัดการ 3. การกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ 4. การให้กู้และการให้สินเชื่อ 5. การรับฝากเงิน การก่อหนี้ และการสร้างภาระผูกพัน ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันด้วย 6. การดำรงเงินกองทุน 7. การบริหารสินทรัพย์และการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง 8. การฝากเงินหรือการลงทุน 9. การกำกั
กรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมขานรับนโยบายต่อยอด “ตลาด นำการผลิต”รัฐบาลทุกมิติ มุ่งเสริมเขี้ยวเล็บสหกรณ์ให้เกิดเข้มแข็งเป็นที่พึ่งเกษตรกร ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต -สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้เกษตรกรไทย นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านตลาดนำการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพของสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อทำหน้าที่ในการช่วยเหลือเกษตรกรและเป็นกลไกเชื่อมโยงความต้องการของประชาชนในพื้นที่กับการสนับสนุนของรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐ และเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ สามารถเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย รวมทั้งมุ่งลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ด้วยการขับเคลื่อนผ่านนโยบายสำคัญ เช่น ทำการเกษตรแปลงใหญ่ ศพก. การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม ธนาคารสินค้าเกษตร การบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายในการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” ซึ่งเป็นการเสริมต่อจากนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์ เพื่อ
นายปรัชญา ดิลกสัตยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้การต้อนรับนางอภิญญา พรหมมีชัย เกษตรกรุงเทพมหานคร ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ (Field Day) ณ ไร่เหมือนจันทร์ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ ช่องทางการตลาดและข้อมูลด้านการเกษตรให้กับสมาชิกเกษตรกร ศพก.ตลิ่งชัน สมาชิกเกษตรกร ศพก.ภาษีเจริญ และประชาชนทั่วไป ที่ร่วมงานกว่า 100 คน โดยสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ได้จัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการสหกรณ์ พร้อมทั้งมอบเอกสารความรู้ด้านการสหกรณ์ ให้กับผู้เข้าชมนิทรรศการด้วย เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ และกิจกรรมด้านการสหกรณ์ให้กับเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ และผู้สนใจในงานดังกล่าวด้วย
ไมซ์เพื่อชุมชน เป็นโครงการความร่วมมือกันระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์กับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา โดยสนับสนุนและพัฒนาสหกรณ์ที่มีศักยภาพในพื้นที่ต่างๆ เป็นจุดหมายรองรับการจัดประชุมและศึกษาดูงานในประเทศ ตามแนวคิด “ประชุม เที่ยว เรื่องเดียวกัน” ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจสินค้าในชุมชนและองค์กรธุรกิจต่างๆ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาชุมชน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ซึ่งทางทีเส็บมีความต้องการที่จะส่งเสริมให้มีแหล่งศึกษาดูงานภายในประเทศแห่งใหม่ ให้เกิดขึ้นอีกหลายๆ แห่ง เพื่อให้โครงการไมซ์เพื่อชุมชน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ภายในประเทศ และสามารถบรรลุเป้าหมายมีนักเดินทางไมซ์ในประเทศไม่ต่ำกว่า 29 ล้านคน สร้างรายได้สู่ชุมชนต่างๆ ไม่น้อยกว่า 62,000 ล้านบาท โครงการไมซ์เพื่อชุมชน จะคัดเลือกสหกรณ์ที่มีความพร้อมมาพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาดูงาน จัดประชุมและจัดกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นถิ่น โดยสหกรณ์จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมเรื่อง
นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดงาน “เนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี คล้ายวันก่อตั้งกลุ่มเกษตรกร” ณ โรงแรมเมาเทนพาร์ค สวิสเซอร์แลนด์ รีสอร์ท อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับจังหวัด คณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับจังหวัด และระดับอำเภอ สมาชิกกลุ่มเกษตรกรจากทั่วประเทศ จำนวน 200 คน เข้าร่วมงานดังกล่าว ความเป็นมาของการก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรในประเทศไทย สืบเนื่องมาจากกลุ่มชาวนาได้รวมตัวกันครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2498 จากนั้นรัฐบาลได้สนับสนุนให้จัดตั้งกลุ่มชาวนาขยายไปทั่วประเทศ ครอบคลุมอาชีพการเกษตรทุกสาขา และเพิ่มจำนวนขึ้นตามลำดับ จึงมีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 140 และฉบับที่ 141 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เปิดโอกาสให้เกษตรกรรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกร จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล สามารถดำเนินธุรกิจต่างๆ ได้ และช่วยแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือกันในการประกอบอาชีพการเกษตร จึงถือได้ว่า วันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรไทย ปัจจ
เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562 คุณสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ นำคณะผู้แทนเอกชนเดินทางเยี่ยมชมศักยภาพของสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน และสหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จ.นครปฐม ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “ไมซ์เพื่อชุมชน” ทีเส็บ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมกันคัดเลือกชุมชนสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นจุดหมายใหม่สำหรับธุรกิจไมซ์ รองรับการจัดงานประชุม ศึกษาดูงาน และจัดกิจกรรมเรียนรู้ พร้อมกับใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจสินค้าในชุมชนกับองค์กรธุรกิจต่างๆ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาชุมชนในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สำหรับกิจกรรม “ไมซ์เพื่อชุมชน” ในครั้งนี้ ได้นำผู้แทนภาครัฐ เอกชน ได้รู้จักนำเอกลักษณ์และจุดเด่นของสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนที่พัฒนาเป็นโคเนื้อพันธ์ุแรกของประเทศไทย “โคเนื้อไทยก้าวไกลสู่ครัวโลก” ชมการสาธิตปรุงเนื้อโคพันธุ์กำแพงแสน ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อโค และเยี่ยมชมโรงงานแปรรูปนมสดแบบครบวงจร ผลิตภัณฑ์
