กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
วันนี้ ( 19 มิ.ย. 63 ) สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (APSA) ร่วมกับ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย จัดสัมมนาในหัวข้อ “CPTPP: เกษตรไทยเสียเปรียบจริงหรือ?” ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ ทางสมาคมฯ ได้เชิญตัวแทนจากหลายภาคส่วนมาเป็นวิทยากร อาทิ นักปรับปรุงพันธุ์พืช ตัวแทนเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และตัวแทนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพันธุ์พืชใหม่และการปกป้องสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืชภายใต้ข้อกำหนดของ UPOV 1991 ภายใต้กรอบความร่วมมือ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ( CPTPP ) นายพรชัย ประภาวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอเมริกาเหนือ สำนักอเมริกา แปซิฟิก และองค์การระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า CPTPP เป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการและการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลและนักลงทุนต่างชาติ หากไทยไม่เข้
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเวทีสัมมนาติดอาวุธและยกระดับสหกรณ์และเกษตรกรโคเนื้อภาคอีสาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แนะต้องใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ ให้มากขึ้น ชี้ตลาดอาเซียนและจีนมีอนาคต นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) ให้เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ “พัฒนาความพร้อมของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในภาคอีสาน รุกใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ มากขึ้น สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ ไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียนและจีน เป็นต้น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจากไทยแล้ว ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันใน เอฟทีเอ พร้อมชี้แนะแนวทางการรับมือโคเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ไทยจะต้องเปิดเสรีในปี 2564 นี้ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์) ลงพื้นที่สหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ พบมีศักยภาพส่งออกไปตลาดต่างประเทศ แนะใช้โอกาสจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นใบเบิกทางส่งสินค้าโคเนื้อออกไปขาย หลังคู่ค้าลดภาษีนำเข้าให้ไทย ชี้ตลาดอาเซียน จีน มีโอกาสสูง นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พบปะเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ในวันที่ 23 กันยายน 2562 จังหวัดมุกดาหาร ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) มอบหมายให้ตนนำคณะผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรของไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ขยายตลาดสินค้าศักยภาพของสหกรณ์ออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งพบว่า สินค้าโคเนื้อของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด เป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีการส่งออกไปต่างประเทศบ้างแล้ว แต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ลา
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่19-20 กันยายน 2562 เพื่อผลักดันนโยบายให้สหกรณ์และเกษตรกรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะผลไม้ เช่น เงาะ กล้วยหอม และกุ้ง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากไทยแล้วภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในเอฟทีเอ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการหาตลาดและกระจายสินค้าในภูมิภาคของไทยไปต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและแน่นอนให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคของไทยสู่สากล โดยในวันที่ 19 กันยายน 2562 ช่วงเช้า
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กำหนดจัดงานสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามและการใช้ประโยชน์จาก “พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับปรับปรุง” ในวันพุธที่ 7 ส.ค.2562 เวลา 13.30-16.00 น. ณ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าใจถึงประโยชน์และขั้นตอนการใช้กลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนฉบับปรับปรุงแก้ไขล่าสุด และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนของการระงับข้อพิพาท ประโยชน์และโอกาสจากการมีที่พึ่งในการลดข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ตลอดจนรับฟังข้อความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของอาเซียนในอนาคต พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียนฉบับใหม่ จะช่วยแก้ไขปัญหา อุปสรรคระงับข้อพิพาททางการค้าระหว่างกันได้ เพราะกลไกที่ใช้อยู่เดิมล้าสมัย ไม่ทันกับรูปแบบและวิวัฒนาการทางการค้าที่เปลี่ยนไป โดยประเด็นที่ได้รับการปรับปรุง เช่น กระบวนการหารือระหว่างคู่พิพาทที่ชัดเจนขึ้น การจัดตั้งคณะผู้พิจารณาเพื่อตัดสินกรณีพิพาทที่โปร่งใสขึ้น ให้ความสำคัญกับการมี
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดตรัง สำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ถกประเด็นการใช้ประโยชน์และขยายโอกาสการค้าผ่านเอฟทีเอ พร้อมทั้งจัดเสวนาเข้มติดอาวุธเกษตรกรและสหกรณ์ยางพารา ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2562 นางสาวบุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความพร้อมทางการค้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 คณะกรมเจรจาฯ ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด เพื่อสำรวจศักยภาพสหกรณ์กองทุนสวนยาง และหารือเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงค้าเสรี (เอฟทีเอ) เจาะตลาดต่างประเทศ โดยพบว่าสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด มีสมาชิก 86 ราย พื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ รับซื้อน้ำยางจากสมาชิกเพื่อแปรรูปเป็นหมอนและที่นอนยางพารา. ผลิตหมอนยางพาราได้เดือนละ 5,000 ใบ จำหน่ายภายในประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า Nong Krok โดยส่งออกไปจีนซึ่งเป็นตลาดหลักเดือนละ 4,000 ใบ โดยใช้ตราสินค้าตนเอง รวมทั้งยังรับจ้างผลิต (OEM) ส่งออกไปมาเลเซียและเมียนมาร์ด้วย ซึ่งสหกรณ์ฯ สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราโดยใช้ประโยชน
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เชิญชวนผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปสมัครเข้าร่วมโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA” หวังดึงผู้ประกอบการเป้าหมายที่ผลิตสินค้านมโคแปรรูป ให้ใช้ความตกลง เอฟทีเอเป็นเครื่องมือลดต้นทุนการทำธุรกิจส่งออกสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากการที่คู่ค้าลดภาษีโดยเฉพาะประเทศคู่ค้าในอาเซียน โดยเป็นโครงการปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในปี 2561 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเจรจาฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการ “จัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วยเอฟทีเอ” ซึ่งเป็นโครงการในปีที่ 2 จากความสำเร็จของโครงการ “จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ” เข้าสู่ตลาดจีน ในปี 2561 ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพอใจเมื่อประเมินผลความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จึงได้ดำเนินโครงการต่อในปี 2562 โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์นมโคแปรรูปโดยมีความตั้งใจที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการนมโคแปรรูปได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี โดยเฉพาะเอฟทีเอระหว่างอาเซียน ขยายช่องทางการจำ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ และหอการค้าจังหวัดลำพูน จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการแนะนำเกษตรกรชาวสวนลำไยใช้ประโยชน์ FTA และยกระดับสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ หอการค้าไทย. สหกรณ์จังหวัด และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562. เพื่อให้คำแนะนำสหกรณ์และเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่เรื่องการใช้ประโยชน์เอฟทีเอ และการยกระดับสหกรณ์ไทยในโลกค้าเสรี ซึ่งน่าจะช่วยให้เกษตรกรและสหกรณ์ลำไยสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอได้มากขึ้น เกิดการพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าให้สามารถเจาะตลาดเป้าหมาย การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ให้ความสำคัญกับสินค้าลำไยและผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกไปประเทศคู่ค้าโดยได้รับยกเว้นภาษีภายใต้ FTA หลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไยสดและลำไยแช่แข็ง มีเพียงสินค้าลำไยกระป๋อง ที่ยังคงการเก็บภาษีอยู่แต่ในอัตราที่ลดลง เช่น จีนเก็บภาษ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน สำรวจศักยภาพสินค้าลำไย พร้อมจัดเสวนาถกเข้มแนวทางการพัฒนาสินค้าลำไยและแปรรูป และสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ยกระดับการแข่งขันของสหกรณ์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” ในปี 2562 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ของไทย โดยในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 มีกำหนดลงพื้นที่พบปะกลุ่มสหกรณ์และจัดเสวนา ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดลำพูน จะเน้นสินค้าลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ โดยลงพื้นที่ ณ สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด เพื่อสำรวจศักยภาพสหกรณ์พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เกี่ยวกับศักยภาพการผลิตและการตลาดของสินค้าลำไยและผลิตภัณฑ์ และในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 จะเชิญเครือข่ายสหกรณ์ที่ผลิตลำไยในพื
