กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงนามการให้ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการร่วมกับ 36 หน่วยงาน และภาคเอกชน 54 บริษัท ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการที่ลงนามนี้เป็นการสนับสนุนทุนพัฒนานักวิจัยรุ่นกลาง (เมธีวิจัย) ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) และทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) รวมทั้งสิ้น 422 โครงการ ร่วมกัน 36 หน่วยงาน และภาคเอกชน 54 บริษัท ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ ที่ วช. ดำเนินการนี้ เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาบุคลากรวิจัย เป็นทุนที่สร้างนักวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนและคุณภาพของบุคลากรวิจัยให้สร้างผลงานและนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ แก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย วช. สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาบุคลากร ตั้งแต่บัณฑิตศึกษา ปริญญาโท ปริญญาเอก นักวิจัยหลังปริญญาโทและปริญญา
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 3,220 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้น 3 ราย) ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 49 และมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 3 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 3,090 ราย (95.96%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 2 ราย) ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 3 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State quarantine โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ มาจากประเทศคูเวต 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร มาจากประเทศอียิปต์ 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดระยอง มาจากประเทศบาห์เรน 1 ราย โดยเข้ารับการรักษาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านสถานการณ์โลกในวันนี้ พบยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกทะลุ 13 ล้านรายแล้ว เม็กซิโก มียอดผู้เสียชีวิตสะสมขยับขึ้นมาแซงหน้าอิตาลีเป็นลำดับที่ 4 ของโลก ส่วนสถานการณ์ในอาเซียนวันนี้ ฟิลิปปินส์ยังคงน่าห่วง โดยรายงานยอดผู้เสียชีวิตรายใหม่ทำสถิติสูงสุดนับจากที่เคยรายงานมาที่ 16
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกความร่วมมือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ดิสทริบิวชั่น จำกัด สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พลิกวิกฤติจากโควิด-19 พัฒนาและเปิดใช้นวัตกรรมแพลตฟอร์ม “ระบบจัดการเวชภัณฑ์ประเทศไทย 2020” เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์และการบริหารสินค้าคงคลังที่ขาดสมดุล ทำให้สามารถบริหารการจัดซื้อ-รับ-กระจายเวชภัณฑ์ และโลจิสติกส์ขนส่งอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการบริจาคอัจฉริยะ (Smart Donation) และระบบจัดซื้อกลาง โดยนำมาใช้แล้วในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับโรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 2,641 แห่ง นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ ต้องจัดเตรียมเวชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพรองรับการระบาดและภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ต้องบริหารจัดการเวชภัณฑ์ของ รพ. ทั่วประเทศกว่า 2,641 แห่ง จัดกา
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 3,015 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย) เสียชีวิตรวม 56 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้) รักษาหายป่วยแล้ว 2,796 ราย (92.74%) เพิ่มขึ้น 2 รายผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 6 ราย เข้ารับการรักษาที่ภูเก็ต (4 ราย) ยะลา (1 ราย) และนราธิวาส (1 ราย) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,530 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (224), นนทบุรี (156), ยะลา (125), สมุทรปราการ (115), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) และ ปทุมธานี (39) โดยมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine และในจังหวัดต่างๆ รวม 90 ราย ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามจังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อเข้ารักษา (ไม่รวมผู้ติดเขื้อในกลุ่ม State Quarantine) – มี 67 จังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อไว้รักษา – ไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อเลย จำนวน 10 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 46 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 14 วันที่ผ่านมา จำนวน 14 จังหวัด – ยังมี ผู้ติดเชื้อร
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 เวลา 19.30 น.จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด -สิงคโปร์ +768 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 21,707 ราย) -อินโดนีเซีย +336 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 13,112- -ฟิลิปปินส์ +120 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 10,463 ราย) -มาเลเซีย +68 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,535 ราย) -พม่า +15 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 176 ราย) ข้อมูลย้อนหลังหนึ่งวัน -ไทย +8 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 3,000 ราย) -เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 288 ราย) -บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 141 ราย) -กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย) -ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย) ประมวลข้อมูลโดย ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2563 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,992 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 3 ราย) เสียชีวิตรวม 55 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)รักษาหายป่วยแล้ว 2,772 ราย (92.65%) เพิ่มขึ้น 11 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 3 ราย เข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร (2 รายเข้า State Quarantine) และยะลา (1 ราย) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,526 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (220), นนทบุรี (157), ยะลา (119), สมุทรปราการ (114), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) , ปทุมธานี (39) , นราธิวาส (29) และนครปฐม (22) โดยมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine และในจังหวัดต่างๆ รวม 88 ราย ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามจังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อเข้ารักษา (ไม่รวมผู้ติดเขื้อในกลุ่ม State Quarantine) – มี 67 จังหวัดที่รับผู้ติดเชื้อไว้รักษา – ไม่เคยมีรายงานผู้ติดเชื้อเลย จำนวน 10 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 28 วันที่ผ่านมา จำนวน 39 จังหวัด – ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ใน 14 วันที่ผ่านมา
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 2,938 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย)เสียชีวิตรวม 54 ราย (เพิ่มขึ้น 2 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 2,652 ราย (90.27%) เพิ่มขึ้น 43 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย ใน 3 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (3), ภูเก็ต (3), และนครราชสีมา (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,484 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (209), นนทบุรี (157), ยะลา (113), สมุทรปราการ (111), ชลบุรี (87), ปัตตานี (79), สงขลา (44), เชียงใหม่ (40) , ปทุมธานี (39) , นราธิวาส (28) และนครปฐม (22) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 39 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 78 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี อ่างทอง (และสตูล ซึ่งรับผู้ติดเชื้อใน State quarantine) และมีอีก 51 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ป
ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์และการวิจัยและพัฒนา (ศปก.วิจัย) โควิด-19 โดย วช. ระดมพลังผู้ใช้งาน ภาควิชาการ ภาคเอกชน เร่งวิจัยและนวัตกรรมชุดตรวจ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการวิจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ แก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่อมามีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๖/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา ให้มีการรวบรวมนวัตกรรมการแพทย์ การวิจัย และการพัฒนาในด้านต่างๆ มาสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม ผู้ทำงานที่ประกอบด้วยนักวิชาการ นักวิจัย จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่จะมาช่วยสร้างนวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานและตรง
สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในอาเซียน ณ วันที่ 23 เมษายน 2563 เวลา 19.30 น.จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละประเทศ ในรอบการรายงานล่าสุด -สิงคโปร์ +1,037 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 11,178 ราย) -อินโดนีเซีย +357 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 7,775 ราย) -ฟิลิปปินส์ +271 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 6,981 ราย) -มาเลเซีย +71 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 5,603 ราย) -ไทย +13 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 2,839 ราย) -พม่า +4 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 127 ราย) -บรูไน +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 138 ราย) -เวียดนาม +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 268 ราย) -กัมพูชา +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 122 ราย) -ลาว +0 ราย (รวมติดเชื้อสะสม 19 ราย) ประมวลข้อมูลโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.)
รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันอังคารที่ 21 เมษายน 2563 ประเทศไทย ผู้ติดเชื้อสะสม 2,811 ราย ใน 68 จังหวัด (เพิ่มขึ้นในวันนี้ 19 ราย)เสียชีวิตรวม 48 ราย (เพิ่ม 1 ราย) รักษาหายป่วยแล้ว 2,108 ราย (74.99%) เพิ่มขึ้น 109 ราย ผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ 19 ราย ใน 8 จังหวัด เข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานคร (10), ยะลา (2), ชลบุรี (2), นนทบุรี (1) ปัตตานี (1), สงขลา (1), ภูเก็ต (1), ชุมพร (1) กรุงเทพมหานคร มีผู้ป่วยที่รับรักษาสะสมมากที่สุด (1,447 ราย) ตามด้วย ภูเก็ต (193), นนทบุรี (152), สมุทรปราการ (108), ยะลา (95), ชลบุรี (85), ปัตตานี (79), เชียงใหม่ (40) , สงขลา (39) และปทุมธานี (34) โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 67 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่อยู่ในระหว่าง state quarantine ในจังหวัดต่างๆ 71 ราย โดยยังมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และ อ่างทอง และมีอีก 36 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเขื้อในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ส่วนรายงานข้อมูลของอาเซียนและการวิเคราะห์จะอยู่ในรอบการรายงานช่วงเย็น ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุ
