ประเทศไทยมีทรัพยากรอาหารทะเลที่หลากหลาย เช่น กุ้ง ปู ปลาหมึก หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยนางรม ฯลฯ สามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี แต่ จุดอ่อนสำคัญของอาหารทะเลสดคือ เน่าเสียเร็ว เสียง่าย และเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคสูงมาก หากมีการจัดการที่ไม่ได้มาตรฐานเช่น เก็บในอุณหภูมิไม่เย็นจัดหรือการแช่แข็งผิดวิธี ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งแทรกในเซลล์ เมื่อน้ำแข็งละลายจะทำให้เนื้อเละ เสียรสชาติ และสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ ประการต่อมาปัญหาการขนส่งที่ล่าช้า อาจทำให้เกิดแบคทีเรีย สารพิษ ได้เช่นกัน
นวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลสด
นายวัชรพงษ์ นารีจันทร์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงเกิดแนวคิดสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลสด โดยใช้นวัตกรรมเคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมระบบนาโนบับเบิ้ลสำหรับธุรกิจขนส่งอาหารทะเล ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว มีประโยชน์และรักษาคุณภาพอาหารทะเลสดได้อย่างดีเยี่ยม

ผลงาน “UMISEN นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่ออาหารทะเลสดและปลอดภัย” เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพของอาหารทะเลในระบบห่วงโซ่อุปทานจึงได้รับรางวัลทั้งในประเทศและระดับนานาชาติมากมาย เช่น รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 และเหรียญทองจากการประกวด I-NEW GEN AWARD 2025 รางวัล NRCT Special Award รางวัลเหรียญทองจากนครเซียงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมทั้งได้รับทุนสนับสนุนมูลค่า 1,650,000 บาท จาก กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED FUND) สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมการศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการ TED Youth Startup โปรแกรม Proof Of Concept (POC)
ความสำเร็จดังกล่าวได้เปลี่ยนบทบาทนายวัชรพงษ์ จากนักวิจัย ต่อยอดสู่ CEO บริษัท โอเชียนเทค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ขับเคลื่อนกิจการด้วยองค์ความรู้ ด้านการจำหน่ายและขนส่งอาหารทะเลทั่วราชอาณาจักร นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ ในการผลักดันงานวิจัยจากห้องแล็บ (หิ้ง) สู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ (ห้าง) อย่างเป็นรูปธรรม
จุดเด่นของนวัตกรรม
UMISEN นวัตกรรมอัจฉริยะเพื่ออาหารทะเลสดและปลอดภัย เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่สองเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดสารเคมีอันตรายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ยืดอายุการเก็บรักษา และคงความสดใหม่ของอาหารทะเลได้มากกว่า 7 วัน ซึ่งดีกว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมที่รักษาความสดใหม่ได้เพียงแค่ 1-2 วัน และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานต่ำ ที่สำคัญปลดปล่อยคาร์บอนน้อยกว่าหลอดยูวีและโอโซนเป็นอย่างมาก เนื่องจากใช้พลังงานต่ำและลดการใช้สารเคมี เหมาะสำหรับธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ขั้นตอนการทำงาน
การทำงาานของ UMISEN จะใช้นวัตกรรมเคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมระบบนาโนบับเบิ้ล กำจัดออกซิเจนออกจากระบบ เพื่อป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการเน่าเสียของอาหารทะเล โดยควบคุมกรดไฮโดรคลอริกให้อยู่ในช่วง 60- 100 พีพีเอ็ม จากนั้นจะนำอาหารทะเล ลงแช่ 20-30 นาทีแล้วแพ็คใส่ถังน้ำแข็งก่อนทำการขนส่ง ผลการทดลองพบว่า จะสามารถกำจัดสารอินทรีย์อันตราย ได้ 100% และกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ 99.99% ภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที เมื่อทดสอบกับการขนส่งปลาพบว่า สามารถรักษาความสดใหม่ได้นานมากกว่า 7 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคดั้งเดิม ที่รักษาความสดใหม่ของอาหารทะเลได้เพียง 1-2 วันเท่านั้น
นวัตกรรมนี้เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าอาหารทะเลสด โดยเฉพาะหอยนางรม ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ที่ผ่านมาการเพาะเลี้ยงหอยนางรม มักประสบปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพและเสี่ยงปนเปื้อนสารอินทรีย์และเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแล้ว ยังลดความสามารถในการขนส่งอาหารทะเลอีกด้วย

ทางบริษัทมั่นใจว่า นวัตกรรม UMISEN ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารทะเลสด ที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ธุรกิจของบริษัทคุ้มทุนได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี และในระยะยาวบริษัทวางแผนขยายตลาดในกลุ่มสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเล พร้อมเดินหน้านำระบบเอไอมาใช้พัฒนาและวิเคราะห์ระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สะดวก รวดเร็วและแม่นยำเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
สำรวจตลาด
ที่ผ่านมาทางบริษัท ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและพัฒนาความเป็นไปได้ของโครงการ นวัตกรรมเซลล์เคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมกับระบบนาโนบับเบิ้ลสำหรับธุรกิจจำหน่ายและขนส่งอาหารทะเล โดยมุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และอายุการเก็บรักษาอาหารทะเล รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการขนส่งและการจัดจำหน่ายให้สอดคล้องกับบริบทของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมความเป็นไปได้ของโครงการในจังหวัดขอนเเก่น และพื้นที่ต่างๆ ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงและแก้ไขระบบให้พร้อมต่อความต้องการของลูกค้า

ผลการสำรวจโดยรวมพบว่า ร้านอาหารทะเลและตลาด ส่วนใหญ่จะรับอาหารทะเลมาจากจังหวัดตราดวันต่อวัน เเละมักจะประสบปัญหาเรื่องการเก็บรักษาถ้าความเย็นเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะฤดูร้อนที่มักจะเจอปัญหาเรื่องการเก็บรักษา เมื่อระยะเวลาผ่านไป 2-3 วัน เกิดการเน่าเสีย บางร้านถึงขั้นต้องทิ้งทำให้กำไรที่ได้ลดลง พ่อค้า เเม่ค้าส่วนใหญ่ให้ความสนใจนวัตกรรมเซลล์เคมีไฟฟ้าขั้นสูงร่วมกับระบบนาโนบับเบิ้ลถ้าสามารถช่วยแก้ปัญหาการเก็บรักษาได้ เมื่อระบบสำเร็จแล้ว พ่อค้าแม่ค้า มีความยินดีที่จะนำระบบมาทดสอบอายุการเก็บรักษา
ผู้สนใจ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของนวัตกรรมดังกล่าวได้ทาง FB: Oceantek Development Co.,Ltd.
