กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เมื่อเร็วๆ นี้ ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แถลงนโยบายและผลงาน เรื่อง “วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19” พร้อมทั้งได้มีการส่งมอบนวัตกรรมห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่ สำหรับติดตั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการสนับสนุนด้านสาธารณสุข ที่ได้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม แก่สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ ได้นำไปติดตั้งที่โรงพยาบาลบุษราคัม โรงพยาบาลทหารผ่านศึก และโรงพยาบาลเลิดสิน พร้อมกับเตรียมติดตั้งรวมแล้วมากกว่า 20 ห้อง ในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 อว.ได้มีการประสานหลอมรวมระหว่างอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยในการทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว และจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา อว.ได้มีการสนับสนุนการวิจัยด้านยา ชุดตรวจ วัคซีน รวมท
นักวิจัยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พัฒนาสูตรอาหารทางสายยางให้ออกมาในรูปแบบชนิดผง เพื่อลดระยะการเตรียมอาหาร ลดโอกาสปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ แถมยังช่วยให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากได้รับสารอาหารตามแผนการรักษาของแพทย์ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภัสรพี เหลืองสกุล เปิดเผยว่า ได้รับทุนสนับสนุนผลงานการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการศึกษาพัฒนาสูตรอาหารทางสายยาง ชนิดผง ซึ่งในปัจจุบันสังคมผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นทั่วโลก อาหารผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกับการผลิตอาหารต้องให้ความสําคัญอย่างสูง ด้วยระบบสรีระร่างกายที่เปลี่ยนไป การทํางานของระบบการย่อยอาหารที่อ่อนแอลง อีกทั้งผู้สูงอายุบางกลุ่มที่ต้องใช้อาหารทางสายยาง รวมทั้งผู้ป่วยบางประเภท อาหารทางสายยางที่มีการใช้งานกันอยู่ในโรงพยาบาล เป็นอาหารที่ต้องทําใหม่สด สะอาด มีอายุการใช้งานวันต่อวันไม่สามารถเก็บได้นานใช้ได้แค่วันต่อวัน เมื่อผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยกลับบ้านทางฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลจะให้สูตรอาหารและสอนวิธีการเตรียมอา
กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีความห่วงใยจากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้ภายในบริษัทผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ย่านถนนกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทปราการ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 5 กรกฏาคม 2564 ที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดและเพลิงไหม้รุนแรงสร้างความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้าง อาคาร และทรัพย์สินของโรงานและประชาชนเป็นวงกว้าง โดยมีสาร สไตรีน โมโนเมอร์ (styrene monomer) ซึ่งเป็นสารตัวทำละลายในกระบวนการผลิต ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการรั่วไหลของสารเคมี และเกิดเพลิงไหม้จนนำไปสู่การระเบิดของถังเก็บสารเคมีขนาดใหญ่ มีควันดำจากเปลวเพลิงที่สามารถมองเห็นได้แม้อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุหลายสิบกิโลเมตร และยังอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 10 ตารางกิโลเมตร จากไอระเหยของสไตรีนโมโนเมอร์ ฝุ่น PM 10 ฝุ่น PM2.5 และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ อุบัติภัยดังกล่าวนอกจากจะก่อให้เกิดความสูญเสียรุนแรงเฉียบพลันต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เกิดเหตุ และประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณใกล
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย รวมทั้งกลุ่มเปราะบาง และกลุ่ม ‘คนพิการ’ จากการสำรวจความพิการและทุพพลภาพของประเทศไทยที่ผ่านมา พบว่า สัดส่วนคนพิการในประเทศไทย ภาพรวมไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ก็ยังพบความเหลื่อมล้ำในกลุ่มคนพิการในหลาย ๆ ด้าน โดยปัจจัยกำหนดสุขภาพทางสังคม เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพ รายได้ การดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลในทางลบต่อสุขภาพของคนพิการ จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมจึงสนับสนุนทุนวิจัยให้ รองศาสตราจารย์ ดร.ดอน อิศรากร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมการจัดและควบคุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คิดค้น “รถยนต์สามล้อไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการทางการเคลื่อนไหว” ที่เป็นนวัตกรรมจากการนำเทคโนโลยีมาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ให้ทำงานได้เหมือนคนปกติ จนเป็นผลสำเร็จ ดร.ดอน อิศรากร กล่าวว่า รถต้นแบบคันแรกได้ถูกพัฒนาขึ้น โดยการออกแ
ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่สามารถส่งออกผลผลิตทางการเกษตรหลายชนิดติดอันดับหนึ่งของโลก เช่น ข้าวเจ้า มันสำปะหลัง และ ยางพารา แต่เกษตรกรไทยกลับยากจน เพราะสินค้าเกษตรเป็นสารอินทรีย์ทำให้เกิดการบูดเน่า เสียหายเร็ว จึงถูกกดราคา การแปรรูปวัตถุดิบจากต้นน้ำ ให้สามารถเก็บและถนอมคุณสมบัติพื้นฐานได้อย่างยาวนาน อาทิกันบูด หรือการปรับปรุงวัตถุดิบกลางน้ำให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นในระดับอุตสาหกรรมอาหารและเภสัชกรรม และการดัดแปลงเป็นสินค้าปลายน้ำให้มีราคาสูงขึ้น เช่น เครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญ จึงให้การสนับสนุนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทำการวิจัยพัฒนาการประดิษฐ์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์จากวัตถุดิบเกษตรไทย ขึ้น นายแพทย์สิทธิพร บุณยนิตย์ หัวหน้าโครงการวิจัย อาจารย์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยนวัตกรรมชีววัสดุและเครื่องมือแพทย์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ได้ทำการวิจัยพัฒนาการประดิษฐ์นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์จากวัตถุดิบเกษตรไทย โดยเลือกข้าวเจ้า และกระดูกสัตว์ มาประดิษฐ์คิดค้น
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 : รางวัลผลงานวิจัย ระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย แก่ รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงานอิทธิพลของกระบวนการปรับผิวด้วยวิธีการพ่นอนุภาคละเอียดบนโลหะไทเนียม Ti6Al4V เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านศัลยกรรมกระดูก รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เล่าว่า คณะนักวิจัยได้เล็งเห็นปัญหาของผู้ป่วยและแพทย์ด้านการศัลยกรรมกระดูก เกี่ยวกับอุปกรณ์แผ่นดามกระดูกและสกรูยึดกระดูกที่ใช้ในการรักษาภาวะกระดูกหัก ที่มีราคาแพง ต้องนำเข้าจากต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 95 อีกทั้งมีความหนาและไม่ทนทานต่อการดัดงอ ส่งผลให้แพทย์ผู้ผ่าตัดใช้งานได้ยาก ผู้ป่วยมีความกังวลกับความบวมนูนของผิวหนังจากการใส่อุปกรณ์ หากใส่เป็นเวลานาน จะเกิดปัญหาสกรูยึดกระดูกหลวมคลอนตามมา นำไปสู่การประยุกต์ใช้เทคนิค
2 องค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมออกแบบและสร้างเครื่องเคลือบกระจกสำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ โครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกจากความร่วมมือของ 150 องค์กร จาก 25 ประเทศ ในการสร้างหมู่กล้องโทรทรรศน์กว่า 100 กล้อง ที่สเปน และชิลี เพื่อตรวจวัดรังสีแกมมาจากแหล่งกำเนิดนอกโลก เปิดประตูสู่การไขปริศนาในจักรวาล นครราชสีมา : สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) 2 องค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมออกแบบ และสร้างเครื่องเคลือบฟิล์มบางบนกระจกขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรม สำหรับโครงการหมู่กล้องโทรทรรศน์รังสีเชเรนคอฟ (Cherenkov Telescope Array หรือ CTA) โดยมีการส่งมอบงานเครื่องเคลือบฯ ดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2564 ณ สถาบันวิจัยแสง ซินโครตรอน ณ จังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะขนย้ายไปติดตั้งและทดสอบการเคลือบกระจก ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เสร็จสมบูรณ์พร้อมนำไปติดตั้งใช้งานจริงท
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรมแถลงข่าว NRCT TALK ครั้งที่ 6 เพื่อเชิดชูเกียรติ “นักวิจัยสาขาเกษตรและชีววิทยา” ที่มีผลงานโดดเด่นสร้างคุณูปการให้วิชาการและประเทศชาติ คือ รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 1 ใน 7 นักวิจัยไทยที่ได้รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติกล่าวว่า วช. มีบทบาทสำคัญในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ การริเริ่มขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม และอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญคือ การให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม วช. ได้มอบรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 แก่ รองศาสตราจารย์ ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย แห่งสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ม
ข่าวดีต้อนรับวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (22 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา) นักวิชาการไทยค้นพบพืชวงศ์ขิง 8 ชนิดใหม่ของโลก อาทิ “กระเจียวจรัญ”, “กระเจียวรังสิมา”, “ขมิ้นน้อย”, “ขมิ้นพวงเพ็ญ” ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เชี่ยวชาญพืชวงศ์ขิงและนักพฤกษศาสตร์ของไทย นอกจากนี้ ยังพบพืชวงศ์ขิงที่มีการรายงานใหม่ในประเทศไทยอีก 1 ชนิด เตรียมศึกษาอนุรักษ์ระยะยาว รศ.ดร.สุรพล แสนสุข นักวิจัยสถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช และ ผศ.ดร.ปิยะพร แสนสุข นักวิจัยภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อดำเนินโครงการองค์ความรู้พื้นฐานโครโมโซมของพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย โดยในช่วง ปี 2563 ที่ผ่านมา ได้สำรวจและเก็บข้อมูลพืชวงศ์ขิงในประเทศไทย เพื่อนำตัวอย่างพืชมาศึกษาโครโมโซม และได้ตรวจสอบลักษณะพืชเพื่อจำแนกพืชให้ได้ชื่อวิทยาศาสตร์พืชแต่ละชนิด แบ่งเป็นสกุลขมิ้นหรือสกุลกระเจียว (Curcuma) 6 ชนิด และสกุลเปราะ (Kaempferia) 2 ชนิด มีลักษณะพืชที่แตกต่างและไม่ตรงกับพืชชนิดอื่นๆ ถือพ
วช.หนุนนักวิจัย ม.นเรศวร ส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปต่างประเทศสู้ศึกโควิด-19 ค้นพบวิธียืดอายุการเก็บรักษามะม่วงได้นานถึง 33 วัน จากเดิมได้แค่ 15 วัน ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมสภาพบรรยากาศ เผย “รัสเซีย ดูไบ ญี่ปุ่น เกาหลี” ฮิต ปี 63 ทำรายได้มากกว่า 1.9 พันล้านบาทให้ประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2564 ผศ.ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า ได้ขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เรื่อง “การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด -19”เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผลไม้ส่งออกหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย ที่ผ่านมา มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองมีผลผลิตเกินความต้องการบริโภคภายในประเทศและไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ จากข้อมูลทางสถิติของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในปี 2563 ประเทศไทยส่งออกมะม่วงสดทั้งหมด 87,260 ตัน มูลค่าการส่งออก 1,953.2 ล้านบาท โดยผลผล
