ในวันที่โลกการเกษตรไม่ได้วัดความสำเร็จกันเพียงว่าปลูกอะไรได้มากแค่ไหน แต่กำลังมองไปถึงการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดูแลธรรมชาติ สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้คนอยู่กับอาชีพเกษตรได้อย่างมีศักดิ์ศรี “สวนลุงชะเอม” จังหวัดราชบุรี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นว่า สวนเกษตรในวันนี้ สามารถก้าวไปไกลกว่าการเป็นแหล่งผลิตอาหาร และกลายเป็นทั้งธุรกิจ พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจได้ในเวลาเดียวกัน
คุณกุ้ง–ชนัญญา เชวงโชติ ทายาทรุ่นที่ 2 ของสวนลุงชะเอม ผู้มีพื้นฐานด้านการเกษตรโดยตรงจากการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเกษตรศาสตร์ (พืชสวน) ก่อนต่อยอดด้วยปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ (ธุรกิจเกษตร) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะเดียวกันเส้นทางการทำงานกลับพาออกไปสัมผัสโลกธุรกิจอาหารและการบริการในหลายประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่ง Director Food and Beverage ที่โรงแรมเรดิสัน ประเทศอินโดนีเซีย และมีประสบการณ์ทำงานทั้งในสิงคโปร์ มัลดีฟส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ฟิจิ และอินโดนีเซีย ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นมุมมองสำคัญ เมื่อวันหนึ่งคุณกุ้งได้มองกลับมายังผืนดินของครอบครัว และตั้งคำถามว่า สิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าจะสามารถต่อยอดให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างคุณค่าได้มากกว่าที่เคยเป็นหรือไม่

“เงินงอกจากดิน” จุดประกายคิดใหม่
พลิกมุมมองสู่การทำเกษตรที่บ้าน
คุณกุ้ง เล่าให้ฟังว่า จุดเปลี่ยนเริ่มต้นจากประสบการณ์ระหว่างการทำงานในต่างประเทศ เพราะทุกครั้งที่คุณกุ้งถ่ายภาพบรรยากาศสวนมะพร้าวที่บ้านให้เพื่อนๆ ดู มักได้รับคำถามกลับมาว่า หากมีที่ดินและทรัพยากรที่พร้อมขนาดนี้ เหตุใดจึงไม่กลับมาทำการเกษตรที่บ้าน ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่พบเห็นในต่างประเทศ กลับรู้สึกว่าอาชีพเกษตรในประเทศไทย ยังไม่ได้รับการมองด้วยความภาคภูมิใจเท่าที่ควร
“ในต่างประเทศจากที่ไปสัมผัส เกษตรกรนี่ถือว่าเป็นชนชั้นนำเลย จะมีที่ดินมีทรัพย์สิน พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาปรับใช้ในพื้นที่อยู่เสมอ เราก็เลยบอกเพื่อนๆ ว่าประเทศไทย ไม่น่าจะเหมือนต่างประเทศ แต่เจ้านายก็พูดให้แง่คิดมาว่า เงินมันงอกมาจากดิน ต้นทุนที่เธอมีมันมีความสมบูรณ์อยู่แล้ว ปลูกอะไรก็ได้ผลผลิตดี จุดนี้เองเลยทำให้เราย้อนมามองการเกษตรใหม่ และได้ลองทำดู”

เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย คุณกุ้งได้กลับมาอยู่บ้านและมีโอกาสลงมือสัมผัสสวนมะพร้าวที่ครอบครัวทำอยู่เดิมมากขึ้น จากเดิมที่มองการเกษตรผ่านภาพของคนรุ่นก่อน กลับกลายเป็นการได้เห็นด้วยตัวเองว่า ผืนดินแห่งนี้มีต้นทุนและโอกาสอีกมากที่สามารถนำความรู้สมัยใหม่เข้ามาต่อยอดได้
ต่อยอดมะพร้าวด้วยความรู้
สู่ “เกษตร 3 สูง” สร้างทั้งคุณค่า – รายได้
คุณกุ้ง เล่าว่า เมื่อต้องการที่จะอยู่บ้านการต่อยอดจึงต้องมี โดยนำความรู้จากทั้งสายเกษตรศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจเกษตร และประสบการณ์ในวงการอาหาร ทำให้คุณกุ้งไม่ได้มองมะพร้าวเพียงในฐานะผลผลิต แต่เริ่มมองตั้งแต่กระบวนการผลิต คุณภาพ การจัดการต้นทุน ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค
ปัจจุบันสวนลุงชะเอมเป็นสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์บนพื้นที่ 35 ไร่ ที่เดินหน้าสู่แนวทาง Regenerative Agriculture หรือเกษตรฟื้นฟูธรรมชาติ โดยให้ความสำคัญกับระบบนิเวศในสวนและการสร้างสมดุลระหว่างคน สัตว์ พืช และสิ่งแวดล้อม

แนวคิดสำคัญคือ ไม่ได้มองว่าการเกษตรเป็นเพียงการปลูกพืชแล้วเก็บเกี่ยว แต่เป็นการสร้างระบบที่ทุกส่วนสามารถเกื้อหนุนกันได้ ตั้งแต่ดิน น้ำ แมลง พืช สัตว์ ไปจนถึงคน โดยสวนมีการนำแนวคิด Zero Waste, BCG Model และ ESG Model มาประยุกต์ใช้ พร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายเกษตรกร และนำองค์ความรู้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้การทำเกษตรเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
“เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตให้ได้มากขึ้น แต่ต้องการก้าวไปสู่แนวคิดเกษตร 3 สูง ได้แก่ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง พร้อมเปลี่ยนจาก Local ให้กลายเป็น เลอค่า และเปิดพื้นที่สวนให้เป็นมากกว่าสถานที่ผลิตมะพร้าว แต่เป็นพื้นที่พักผ่อนและเรียนรู้ใจกลางเมืองราชบุรี”
ฟื้นระบบนิเวศในสวน ลดต้นทุน
เพิ่มผลผลิต ด้วยธรรมชาติทำงานร่วมกัน
หนึ่งในสิ่งที่เห็นได้ชัดของการเปลี่ยนแปลงคือการจัดการพื้นที่ตามแนวคิด Regenerative & Eco-system โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวอย่าง “พืชคลุมดิน” คุณกุ้ง บอกว่า สวนลุงชะเอมนำใบต่างเหรียญและถั่วปิ่นโตมาปลูกคลุมดินเต็มพื้นที่ พืชเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงปกคลุมหน้าดิน แต่ช่วยรักษาความชื้นและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดิน จนพบไส้เดือนกลับเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งในอดีตไม่เคยพบ
ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงต้นทุนการผลิตโดยตรง จากเดิมที่ต้องรดน้ำมะพร้าวทุก 2-3 วัน เมื่อมีพืชคลุมดินสามารถทิ้งช่วงการให้น้ำได้นานถึงประมาณ 1 สัปดาห์ โดยดินยังคงมีความชุ่มชื้น ช่วยลดทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและแรงงาน ขณะเดียวกันต้นมะพร้าวในแปลงที่มีพืชคลุมดิน ยังเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตมากขึ้น

ขณะเดียวกันการจัดการศัตรูพืชใช้แนวทาง IPM หรือการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน คุณกุ้งจะลดการพึ่งพาสารเคมี เช่น การปล่อยแตนเบียนบราคอนเพื่อควบคุมหนอนหัวดำ และการใช้กับดักฟีโรโมนสำหรับด้วงแรดและด้วงไฟ ซึ่งช่วยให้การจัดการศัตรูพืชมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เมื่อระบบนิเวศในสวนเริ่มกลับมาสมดุล สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิต ไม่ว่าจะเป็นชันโรงหรือผึ้งจิ๋ว ที่นำมาวางรังกระจายทั่วสวน พร้อมปลูกดอกไม้เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารให้กับผึ้งและแมลงผสมเกสร หลังมีแมลงผสมเกสรเข้ามาในสวนประมาณ 6 เดือน ผลผลิตมะพร้าวเพิ่มขึ้น 30% และมีการออกผลสม่ำเสมอมากขึ้น”
นี่คือภาพของการทำเกษตรที่ไม่ได้แยกส่วน แต่พยายามทำให้ทุกองค์ประกอบในพื้นที่ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ดิน พืช แมลง สัตว์ น้ำ และคน
ผสานเทคโนโลยีสู่สวนอัจฉริยะ
ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
อีกด้านหนึ่งที่ทำให้สวนลุงชะเอมแตกต่าง คุณกุ้ง เล่าว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับองค์ความรู้ดั้งเดิม โดยไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเพียงเพื่อความทันสมัย แต่เลือกใช้ในจุดที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้การจัดการสวนแม่นยำขึ้น
โดยใช้โดรนสำหรับสำรวจสุขภาพต้นมะพร้าว เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดินเพื่อจัดการน้ำ ระบบ AI สำหรับคาดการณ์ผลผลิตและวางแผนการเก็บเกี่ยว เซ็นเซอร์ IoT สำหรับวัดสภาพแวดล้อม และแอปพลิเคชันสำหรับติดตามการเจริญเติบโตของต้นมะพร้าว รวมถึงระบบบล็อกเชน (NFT) เพื่อช่วยตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาและสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน

สวนยังติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาพอากาศสถานีตำบลโคกหม้อ (สวนลุงชะเอม) สำหรับตรวจวัดทิศทางและความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ แสง และปริมาณน้ำฝน ก่อนนำข้อมูลไปใช้แจ้งเตือนการระบาดของโรคและแมลงให้กับสมาชิกเครือข่ายผ่านกลุ่มไลน์และเพจของสมาคมฯ
“ที่สวนยังใช้พลังงานสะอาดนะคะ ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับใช้ในช่วงกลางวัน ทั้งในโรงงานและร้านไอศกรีม และเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สามารถสั่งรดน้ำต้นไม้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ค่ะ”
มะพร้าวราคาตก พลิกผลตกเกรด
สู่ “ไอศกรีม” เพิ่มมูลค่าได้ 10 เท่า
อย่างไรก็ตาม ต่อให้จัดการสวนดีเพียงใด เกษตรกรก็ยังต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาด และนี่เองคืออีกจุดเปลี่ยนสำคัญของสวนลุงชะเอม คุณกุ้ง เล่าถึงปัญหาให้ฟังว่า ในช่วงที่ราคามะพร้าวตกลงเหลือเพียงผลละ 2 บาท จึงเริ่มมองหาคำตอบว่า หากขายผลผลิตในรูปแบบเดิมไม่ได้ราคา แล้วมะพร้าวที่เหลือจากการคัดเกรดจะสามารถสร้างมูลค่าได้อย่างไร
เพราะมะพร้าวที่เก็บจากสวนมีทั้งผลที่ได้มาตรฐาน และผลที่มีขนาดหรือรูปลักษณ์ไม่ตรงตามความต้องการของตลาด แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นของเหลือ จึงนำมาทดลองแปรรูปเป็นไอศกรีม โดยแรงบันดาลใจแรกไม่ได้เริ่มจากการมองตลาด แต่เริ่มจาก “คนในครอบครัว”

“คุณพ่อจะชอบทานไอศกรีมมาก พอท่านไปทานร้านอื่นๆ ก็จะโดนบ่นกันว่าไม่ดีต่อสุขภาพ ด้วยความที่รักพ่อมากและอยากให้ได้ทานของดี ก็เลยนำมะพร้าวตกเกรดมาทำก่อน ไอศกรีมของเราจะไม่จะไม่ใส่นม ไม่ใส่แป้ง ไม่ใส่สารเสริมและก็ไม่เติมน้ำตาลเพิ่ม ด้วยความที่เราเป็นเชฟมาก่อน จึงคิดสูตรนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นไอกรีมเพื่อคนที่เรารัก”
หลังจากสูตรลงตัวและคนในครอบครัวได้ทดลองชิม คุณกุ้งจึงนำไอศกรีมออกมาจำหน่ายบริเวณหน้าสวน และได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงสินค้าก็จำหน่ายหมด จากนั้นจึงพัฒนารสชาติใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีลูกค้านำไปจำหน่ายต่อ

ปัจจุบันสวนลุงชะเอมมีผลผลิตมะพร้าวจากพื้นที่ 35 ไร่ ออกทุก 15 วัน ประมาณ 10,000 ผล โดยมีผลผลิตที่ไม่สามารถส่งจำหน่ายตามมาตรฐานได้ประมาณ 5% ส่วนนี้จึงถูกนำมาแปรรูปเป็นไอศกรีมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ขณะที่มะพร้าวที่จำหน่ายในประเทศมีราคาอยู่ที่ประมาณผลละ 10 บาท ส่วนที่นำมาแปรรูปเป็นไอศกรีมสามารถเพิ่มมูลค่าได้ประมาณ 10 เท่า
“พอนำมะพร้าวมาแปรรูปเป็นไอศกรีมในสูตรของเรา 1 เดือนจะมีรายได้จากตรงนี้หลักแสนบาท พอช่วงที่มะพร้าวราคาตกต่ำ ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบเลย เพราะเหมือนมีรายได้จากการแปรรูปเข้ามาช่วยในเรื่องนี้ เพราะราคาผลละ 2 บาท นานอยู่หลายเดือน แต่สวนของเราไม่กระทบเรื่องนี้”
ไอศกรีมที่ผลิตขึ้นยังถูกจำหน่ายในหลายรูปแบบ โดยราคาสำหรับลูกค้าที่รับไปจำหน่ายต่ออยู่ที่กิโลกรัมละ 170 บาท ส่วนลูกค้าที่มารับประทานบริเวณหน้าสวนจำหน่ายในราคาลูกละ 13 บาท และผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมหรือเรียนรู้ภายในสวน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในราคา 50 บาทต่อกิจกรรม

จากผลสดสู่ประสบการณ์ เปิดสวนมะพร้าว
ให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าเกษตร
เมื่อไอศกรีมเริ่มเป็นที่รู้จักแบบปากต่อปาก ลูกค้าที่เข้ามาซื้อก็เริ่มถามหาพื้นที่นั่งรับประทาน และนั่นกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่คุณกุ้งมองเห็น
“พอไอศกรีมของเราบอกกันไปปากต่อปาก ก็มีคนเข้ามาเรื่อยๆ และถามหาพื้นที่นั่งกิน จากนั้นเราก็เห็นโอกาสตรงนี้ เปิดสวนให้คนได้เข้ามาศึกษาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ต่างๆ พร้อมทั้งมีกิจกรรมทำผ้ามัดย้อมจากสีเปลือกมะพร้าว พอกิจกรรมในสวนมีมากขึ้น และมีคนเข้ามาเยอะขึ้น คุณพ่อก็ดูมีความสุขมากขึ้น เพราะได้มอบองค์ความรู้มากมายให้กับคนที่เข้ามาภายในสวนของเรา”

จากสวนที่เคยเป็นเพียงพื้นที่ผลิตมะพร้าว จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามากินไอศกรีม เรียนรู้การเกษตร ทำกิจกรรม และสัมผัสธรรมชาติได้ในพื้นที่เดียวกัน ที่สำคัญคือการเปิดสวนยังทำให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นภาพการเกษตรในมุมที่แตกต่างออกไป เป็นอาชีพที่สามารถใช้ทั้งความรู้ เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ การตลาด และการแปรรูปเข้ามาทำงานร่วมกันได้
เมื่อมีองค์ความรู้ด้านการผลิต มีเทคโนโลยีช่วยจัดการ มีระบบนิเวศที่แข็งแรง มีการแปรรูป มีเครือข่าย และมีพื้นที่ให้ผู้บริโภคเข้ามาสัมผัสเรื่องราว คุณค่าของมะพร้าวหนึ่งลูกจึงสามารถเดินทางไปได้ไกลกว่าตลาดผลสด
จาก “ต้นทุนที่มี” สู่ “โอกาสใหม่”
พิสูจน์เกษตรยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยี
หลังจากเข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อ และผ่านการอบรมด้านเกษตรแม่นยำจากกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) คุณกุ้งยิ่งเห็นชัดขึ้นว่า การทำเกษตรในวันนี้ สามารถใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคาดการณ์ผลผลิต รวมถึงเฝ้าระวังโรคและแมลงที่จะเกิดขึ้นในสวนได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้คำว่า “เกษตรกร” ในมุมมองของคุณกุ้งเปลี่ยนไป จากอาชีพที่เคยถูกมองว่าเป็นงานหนักและต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก กลายเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งความรู้ การวางแผน เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์
ในวันที่สวนลุงชะเอมกำลังเดินหน้าจากสวนมะพร้าวธรรมดา ไปสู่ระบบเกษตรที่เชื่อมโยงธรรมชาติ เทคโนโลยี การแปรรูป ตลาด และการเรียนรู้เข้าด้วยกัน คุณกุ้งก็มีข้อความถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาเส้นทางของตัวเองในภาคเกษตรว่า

“พอเราได้มาทำเกษตรต่อจากคุณพ่อ หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อสวนลุงชะเอม ก็อยากจะบอกว่าตอนนี้มีความสุขมาก และก็อยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ รุ่นใหม่ ว่าภาคเกษตรนั้นมีความสำคัญ หากเด็กรุ่นใหม่จะมองว่าลำบาก อยากจะบอกว่าสมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยอย่างมาก ในเมื่อพี่กุ้งทำได้ ทุกคนก็ทำได้เช่นกันค่ะ”
เรื่องราวของสวนลุงชะเอม จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการกลับมาสานต่อสวนของครอบครัว แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า “ต้นทุนที่มีอยู่แล้ว” สามารถกลายเป็น “โอกาสใหม่” ได้ หากเรากล้าที่จะมองมันด้วยมุมมองใหม่
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ คุณกุ้ง–ชนัญญา เชวงโชติ ณ สวนลุงชะเอม ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โทร. 081-751-0424
ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ
