กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำผลผลิตจากงานวิจัย “การพัฒนาระบบการผลิตพันธุ์เบญจมาศปลอดโรคเชิงพาณิชย์” ของนักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เข้าร่วมงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก ครั้งที่ 20” ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้การสนับสนุนทุนจาก วช. เพื่อสร้างอุตสาหกรรมการผลิตเบญจมาศให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ดอกเบญจมาศเป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกมียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาของเกษตรกรไทย ในการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง เมื่อได้มีการปรับปรุงพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ปลอดโรค รวมทั้งส่งเสริมก
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำ “นวัตกรรม MagikTuch ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1” ส่งมอบพร้อมติดตั้งภายในอาคารศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (NSD) สวทช. พร้อมด้วยนางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมกันมอบฯ และมี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นผู้รับมอบฯ ณ อาคารศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า จากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวง อว. ได้มีส่วนร่วมในการคลี่คลายสถานการณ์โควิด-19 โดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 วช. ได้มุ่งเน้นผลงานเชิงสุขภาพให้มีความหลากหลายตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยผลงานนวัตกรรม “MagikTuch” ปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และพันธมิตรได้รับ 2 รางวัล WAITRO Innovation Award 2021 เวทีประกวดไอเดียนวัตกรรม ภายใต้ธีม Food Security and Sustainable Agriculture ได้รับเงินรางวัลจำนวน 25,000 USD ต่อ 1 โครงการ เพื่อนำไปสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม จัดการประกวดโดย WAITRO (The World Association of Industrial and Technological Research Organizations) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร โดยได้รับการสนับสนุนการก่อตั้งจาก UNDP, UNESCO, UNIDO และ ECOSOC มีภารกิจสนับสนุนและประสานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและองค์กรด้านวิจัยพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 100 หน่วยงาน จากมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า การได้รับรางวัลดังกล่าวของ วว. เป็นผลสำเร็จจากการนำเสนอโครงการวิจัยพัฒนาร่วมกับหน่วยงานสมาชิกใน WAITRO จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการแหล่งอาหารจากแมลงเพื่อเสริมการขาดสารอาหารในพื้นที่เปราะบาง (SMARTinFOOD : Insect-
นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เจ้าของผลงาน Drone Swarm Software นวัตกรรมการเรียนรู้การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดรนแปรอักษร เข้ารับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ปี 2564 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 -2565 จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล กล่าวว่า นวัตกรรมโดรนแปรอักษร (Drone Swarm Software) ที่พัฒนาขึ้นโดยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เป็นโดรนสัญชาติไทย ที่ผลิตโดยคนไทย ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย และเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเชียงใต้ โดยสามารถควบคุมโดรน ให้บินขึ้นพร้อมกันครั้งละหลาย ๆ ลำ และจัดเรียงตำแหน่งตามที่กำหนดโดยการสั่งงานจากคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ซึ่งสมาคมฯ มีทีมเยาวชนนักประดิษฐ์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า การสร้างและการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่มีประสิทธิภาพการทำงานทัดเทียมกับของต่างประเทศ เช่น อเมริกาและจีนที่เป็นผู้นำในด้านนี้ โดยที่ผ่านมาได้นำไปจัดแสดง ในงานพ
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 : นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นประธานมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 – 2565 ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565 (Thailand Inventors’Day 2021 – 2022) จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วยผู้บริหาร ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี พิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ พ.ศ. 2517 เป็นรางวัลที่มีความเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน โดยรางวัลการวิจัยแห่งชาติ แบ่งเป็น 4 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงการว
วันนี้ (2 ก.พ. 2565) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565 (Thailand Inventor’s Day 2021 – 2022) เป็นวันแรก นำทัพนักประดิษฐ์จากสถาบันศึกษา หน่วยงานรัฐ เอกชน โชว์นวัตกรรมกว่า 1,000 ผลงาน และจัดพิธีมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ จากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (นายดอน ปรมัตถ์วินัย) และศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเชิญชวนประชาชน ร่วมชมงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 2- 6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา “วันนักประดิษฐ์” จัดขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่ทรงประดิษฐ์คิดค้น “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 และเพื่อเป็นการระลึกถึงวันประวัติศาสตร์การจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรแด่
ประเด็น “อนาคตประเทศไทยใน 10 มิติ” ในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยในมิติเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ : ประเด็นเพื่อพิจารณาสำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ครั้งที่ 4 วันนี้ (26 มกราคม 2565) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมประชุมร่วมประชุม Public Policy Forum ประเด็น “อนาคตประเทศไทยใน 10 มิติ” ในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยในมิติเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการ : ประเด็นเพื่อพิจารณาสำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ครั้งที่ 4 ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็น 1 ในมิติสำคัญภายใต้โครงการประเทศไทยในอนาคต หรือ Future Thailand ซึ่งประกอบด้วยโครงการวิจัยย่อยทั้ง 10 มิติ ที่ วช.ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยเชิงนโยบายแก่สถาบันคลังสมองของชาติเพื่อขับเคลื่อนให้ผลงานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลเชิงนโยบายประกอบการพิจารณาจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 สำหรับมิติอนาคตประเทศไทยในมิติเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และบริการเป็นการด
วันนี้ (26 ม.ค. 2565) วช.นำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ ศูนย์สาธิตการจัดการขยะและของเสียอันตรายแบบครบวงจร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา ดูผลสำเร็จการแปรรูปขยะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับใช้เป็นน้ำมันทางเลือก มีศักยภาพใช้แทนน้ำมันเชิงพาณิชย์ได้ โดยใช้ขยะพลาสติกจากขยะมูลฝอยชุมชนเป็นวัตถุดิบ ภายใต้การสนับสนุนทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยเป็นเทคโนโลยีเพื่อการแข่งขัน แนวโน้มการลงทุนคุ้มค่า แนะทุกภาคส่วนสนับสนุน ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านชีวมวล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ขยะพลาสติกเป็นปัญหาวิกฤติระดับโลก ยากต่อการกำจัด จึงเกิดวิธีการจัดการต่าง ๆ อาทิ การแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า สร้างนวัตกรรม Upcycling ฯลฯ หากแต่ขยะบางส่วน ยังใช้วิธีการฝังกลบ เผาทำลาย ทิ้งลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร การผลิตน้ำมันทางเลือกโดยใช้วัตถุดิบจากขยะพลาสติก มาผ่านกระบวนการไพโรไลซิส ให้ได้คุณภาพเทียบเคียงกับน้ำมันที่ใช้เติมรถยนต์ หรือในเ
วันนี้ (25 มกราคม 2565) ที่เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว : ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ แถลงข่าว จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ (Thailand Inventors’ Day) ประจำปี 2564-2565” ในวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2565 เฟ้น 1,000 ผลงานประดิษฐ์คิดค้นมาแสดงศักยภาพ ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ สมการรอคอยกว่า 2 ปี โดยในงานแถลงข่าวฯ ยังจัดเวทีบอกเล่าประสบการณ์ ความสำเร็จ และเส้นชัยสู่การได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ โดยนักวิจัยดีเด่นจาก 4 สาขา พร้อมนำ 15 ผลงานสิ่งประดิษฐ์มาโชว์เป็นการอุ่นเครื่อง “งานวันนักประดิษฐ์” สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์ของการจดทะเบียนและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดย “งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 (Thailand Inventors’ Day 2021-2022)” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 23 เพื่อเป็นเวทีระดับชาติในการเผยแพร่ ถ่ายทอดและขยายผลสิ่
ปัจจุบันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความต้องการพลังงาน จากการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด สภาพแวดล้อมทั่วโลกจึงเริ่มเสื่อมถอย การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ให้มีความปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืนสำหรับอนาคต จะสามารถช่วยแก้ปัญหาวิกฤติทางพลังงานได้ รศ.ดร.พงศกร กาญจนบุษย์ นักวิจัยสาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมาเซลล์แสงอาทิตย์ที่นิยมนำมาใช้สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่ เซลล์แสงอาทิตย์ประเภทผลึกซิลิกอน (c-Si) และประเภทฟิล์มบางจากวัสดุเชิงประกอบทองแดงอินเดียมแกลเลียมซีลีไนด์ (CIGS) ซึ่งยังคงประสบปัญหาด้านต้นทุนและปริมาณพลังงาน ทั่วโลกจึงมุ่งศึกษาการพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์จากวัสดุเชิงประกอบเพอรอฟสไกต์ (perovskite) ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำใกล้เคียงกับการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ประเภทสารประกอบอินทรีย์ โดยให้ประสิทธิภาพสูง เทียบเท่ากับเซลล์แสงอาทิตย์ประเภทผลึกรวมซิลิกอน หรือ วัสดุเชิงประกอบทองแดงอินเดียมแกลเลียมซิลิไนด์ และคาดว่าในอนาคต จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีก
