กระทรวงพาณิชย์
THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ซื้อและนักธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มจากทั่วโลก ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มการค้าอาหารระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียและในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของโลก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการผลักดันอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งในมิติการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ โดยตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงานได้รับความสนใจจากผู้ซื้อและนักธุรกิจจาก 130 ประเทศทั่วโลก เดินทางเข้ามาร่วมเจรจาการค้าอย่างต่อเนื่อง “ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิตอาหารคุณภาพ แต่ยังเป็นฮับที่เชื่อมโยงซัพพลายเชนอาหารโลกเข้าด้วยกัน แม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความท้าทาย แต่ผู้ซื้อยังให้ความเชื่อมั่นและพร้อมใจกันมาร่วมงาน ส่งผลให้มูลค่าการค้าในปีนี้เกินเป้าหมายซึ่งเดิมตั้งไว้ที่ 130,000 ล้านบาท” นางสาวสุนันทากล่าว สำหรับการจัดงาน THAIFEX – ANUGA
นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวชาวนาในพื้นที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร สะท้อนปัญหาราคาข้าวที่นำไปขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 4.50–5 บาท ว่ากรมการค้าภายในไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร และได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่โดยทันที เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สามารถพิจารณาแนวทางช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ทั้งในประเด็นเร่งด่วนและการแก้ไขปัญหาระยะยาว จากการลงพื้นที่ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับนายจักรภฤตโดยตรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกร โดยนายจักรภฤตได้ชี้แจงว่า การให้ข่าวดังกล่าวมีเจตนาสะท้อนปัญหาราคาข้าวในภาพรวม และต้องการให้ภาครัฐเห็นถึงความยากลำบากของเกษตรกร โดยเฉพาะในกรณีข้าวที่มีคุณภาพต่ำ มีสิ่งเจือปนจำนวนมาก หรือมีความชื้นสูง ซึ่งอาจถูกกดราคาลงมากกว่าข้าวคุณภาพดี ทั้งนี้ การนำเสนอข่าวบางส่วนอาจมีการรวบรัดข้อความ ทำให้ข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนจากเจตนาที่ต้องการสื่อสาร นายกรนิจ กล่าวต่อว่า จากข
สหพัฒนพิบูล หรือ SPC ร่วมขานรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เดินหน้ากิจกรรม “Back To School 2026” ภายใต้แนวคิด “เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” มุ่งลดภาระค่าครองชีพของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายและหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า SPC ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคของประเทศที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ขานรับนโยบายภาครัฐ เดินหน้าตอกย้ำภารกิจช่วยเหลือสังคมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ภายใต้โครงการดังกล่าว SPC ได้นำเสนอสินค้าและโปรโมชันตอบโจทย์ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมีแบรนด์ที่ร่วมรายการ อาทิ โคโดโม เปา คิเรอิคิเรอิ ซิสเท็มมา และไฮคลาส เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงเปิดเทอมได้อย่างเป็นรูปธรรม SPC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในหลากหลายมิติ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการขับเคลื่อ
วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 งานแสดงสินค้าธุรกิจบริการและร้านอาหารครบวงจร โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วย เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจ HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟและการจัดเลี้ยง) ของภูมิภาคเอเชีย จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) เยอรมนี ระหว่างวันที่ 11-13 มีนาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งเป้าดึงดูดผู้เข้าชม ผู้ซื้อ และนักธุรกิจจากทั่วโลกไม่น้อยกว่า 20,000 ราย คาดสร้างมูลค่าการค้ากว่า 3,500 ล้านบาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “งานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA เป็นเวทีการค้าระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลกได้เชื่อมโยงเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรม HoReCa” พร้อมระบุว่าการจัดงานครั้ง
.เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “South Connect 2026” นำสินค้าเด่นจาก 11 จังหวัดภาคใต้ มาจำหน่ายร่วมกว่า 200 บูธ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ถนนแจ้งวัฒนะ ภายใต้แนวคิด Pavilion ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บรรยากาศภายในงานแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนร้านกาแฟ โซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม โซนสินค้าของใช้และของตกแต่ง โซนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย โซนสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร และโซนบริการด้านการท่องเที่ยว .นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดกิจกรรมอีกหลากหลาย ได้แก่ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การ Pitching สินค้าต่อแพลตฟอร์ม E-commerce และการจำหน่ายสินค้าผ่าน Live โดยร่วมกับ Influencer เพื่อเชื่อมโยงสินค้าภาคใต้สู่ผู้บริโภค และขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์ภาคใต้และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น กาแฟโรบัสต้าและโกโก้คุณภาพ เป็นต้น.รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ยังเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชื่อมโยงสินค้าเกษตรภาคใต้ เช่น ทุเรียน มังคุด และอื่น ๆ
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมศูนย์การปลูกและแปรรูปสมุนไพร ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อติดตามการพัฒนาศักยภาพสินค้าสมุนไพรแปรรูป หลังเข้าร่วมโครงการของกรมเพื่อเตรียมตัวเกษตรกรและผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสร้างแต้มต่อทางการค้า ขยายการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ รองรับการเปิดเสรีทางการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น พบสินค้าหลายรายการยกระดับการผลิต พร้อมเดินหน้าบุกตลาดโลก นางสาวโชติมา กล่าวว่า ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องได้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกรม มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ “ส่งเสริมเกษตรกร ผู้ประกอบการไทย เร่งต่อยอด ใช้ประโยชน์ FTA” ซึ่งกรมได้ให้ความรู้เรื่อง FTA การค้าระหว่างประเทศ กลยุทธ์การทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ การเขียนแผนธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยศูนย์สามารถยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของศูนย์ เช่น รางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี (Design Excellence A
ราคาตกต่ำไม่ใช่เพราะการนำเข้า แต่เป็นกลไกตลาดผลจากผลผลิตล้นตลาด การแก้ปัญหาต้องไปไกลกว่าราคาประกัน ปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงที่แท้จริง ตามที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ผู้รวบรวมหรือพ่อค้าพืชไร่ต้องรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 7.05 บาท สำหรับข้าวโพดที่มีความชื้นร้อยละ 30 และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยพร้อมเปิดโรงงานรับซื้อ (ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผลผลิตยังไม่ออก) ถือเป็นมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เผชิญปัญหาราคาผลผลิตอ่อนตัวลงหนักกว่าปีที่ผ่านมา จนหลายรายขายได้ในราคาขาดทุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันชัดเจนว่า ราคาข้าวโพดที่ตกต่ำในปีนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าจากสหรัฐฯ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการเจรจาและกำหนดมาตรการนำเข้า หากจะมีการนำเข้าก็เป็นปีหน้า และมีเป้าหมายเพียงเพื่อทดแทนผลผลิตที่ไม่เพียงพอในประเทศเท่านั้น ปัจจุบัน การผลิตข้าวโพดในประเทศทำได้ประมาณ 4.59 ล้านตัน แต่ความต้องการใช้จริงสูงอยู่ที่ประมาณ 9.2 ล้านตัน ปัญหาสำคัญจึงมาจาก กลไกตลา
เครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ผนึกกำลังกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเหลือเกษตรกร นำร่องเปิดพื้นที่ด้านหน้าวิหารเจ้าแม่กวนอิม (อี่ ทง เทียน ไท้) สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ให้เกษตรกรนำพืชผักผลไม้มาจำหน่าย นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า จากการที่ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูกาลที่ผลไม้สำคัญหลายชนิดออกสู่ตลาดพร้อมกัน ทำให้เกิดปัญหาด้านการตลาด เพื่อเป็นการสานต่อนโยบายภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เพี่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผลิตภัณฑ์ล้นตลาดและตัดปัญหาการบีบราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทางเครือสหพัฒน์ จึงร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ด้วยการนำร่องเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณหน้าวิหารเจ้าแม่กวนอิม (อี่ ทง เทียน ไท้) สำหรับพี่น้องชาวเกษตรกรที่สนใจ สามารถติดต่อเพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรไปจัดจำหน่ายได้ที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี ผ่านช่องทางการติดต่อที่ โทร.037-205203 หรือที่ตัวแทนสำนักงานพาณิชย์จังห
กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ “THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักธุรกิจและผู้ซื้อจากทั่วโลก สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหารของภูมิภาค และแหล่งสำรองอาหารที่มีบทบาทสำคัญของโลก พร้อมเป็นเวทีส่งเสริม “ครัวไทยสู่ครัวโลก” และยกระดับเศรษฐกิจการค้าของประเทศสู่ระดับสากล นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนานาประเทศต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างชัดเจน ซึ่งสอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อน Soft Power ของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่มุ่งผลักดันอาหารไทยให้เป็นทั้งจุดแข็งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระดับโลก “ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักธุรกิจต่างชาติ ไม่เพียงสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ตอัป แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการสร้างรายได้และการจ้างงานในหลากหลายพื้น
เปิดมุมมองใหม่ ค้นหาแรงบันดาลใจ จากกิจกรรมพิเศษ โดย DITP ในงาน “THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” โอกาสทางธุรกิจที่คนในวงการอาหารห้ามพลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัด 4 กิจกรรมพิเศษ ที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่และสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ภายในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–31 พฤษภาคม 2568 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้คือ Thai SELECT Pavilion ที่จะจัดแสดงความเป็นมาของโครงการ Thai SELECT โครงการที่ช่วยส่งเสริมร้านอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารไทยคุณภาพที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก DITP โดยในปีนี้จะมีการยกระดับมาตรฐานการรับรองใหม่ของโครงการ Thai SELECT ที่มี 1,779 แห่งทั่วโลก โดยปรับเกณฑ์การรับรองเป็นระบบดาวผ่านสัญลักษณ์รูปดอกกล้วยไม้ ภายในโซนนี้ยังมีการสาธิตการปรุงอาหารโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรา Thai SELECT รวมถึงพื้นที่เจรจาการค้าสำหรับผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรอง อีกหนึ่งกิจกรรมเด่นคือ Thai Halal Pavilion ที่รวบรวมผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มฮาลาล จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตา
