กระทรวงพาณิชย์
รศ.ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชพืช และพืชอุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผยว่า จากประเด็นร้อนเรื่องการนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐ และเกี่ยวเนื่องกับถั่วเหลือง เราต้องรู้ความจริงว่าการเพิ่มผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศ มีความจำเป็นสูงในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของไทย แต่เนื้อที่การเพาะปลูกและผลผลิตลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง ต้องใช้แรงงานคนในการเก็บเกี่ยว ที่สำคัญราคาถั่วเหลืองต่ำกว่าพืชชนิดอื่น โดยราคาถั่วเหลืองสกัดน้ำมัน ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2562 เฉลี่ยกิโลกรัมละ 18.50 บาท ขณะที่ราคาในตลาดต่างประเทศ ถั่วเหลือง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10.45 บาท ดังนั้น การนำเข้าจากต่างประเทศจึงเป็นทางออกสำหรับการนำใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของไทย อาทิ กลุ่มสกัดน้ำมัน กลุ่มอาหารสัตว์ และกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร โดยประเทศหลักที่นำเข้า ได้แก่ ประเทศบราซิล สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา และแคนาดา โดยในปีที่ผ่านมา นำเข้าประมาณ 2.7 ล้านตัน (2,722,968.052 ตัน) คิดเป็นมูลค่า 37 พันล้านบาท (37,324,843,835 บาท) การนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศ เป็นไปตามกฎกติกาของการค้าเสรี (Free Trade) ขององค์กรการค้าโลก (WTO) ตั้งแต่
ธ.ก.ส. ประเดิมจ่ายเงินประกันรายได้ชาวนา ปี 2562 งวดแรก 15 ต.ค. 62 จำนวน 3.49 แสนราย วงเงินกว่า 9,400 ล้านบาท ตามมติ ครม. ที่มีเป้าหมายช่วยเหลือยกระดับรายได้ให้กับชาวนาทั่วประเทศกว่า 4.31 ล้านราย วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานจ่ายเงินประกันรายได้งวดแรกให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วม “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1” โดยมี นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 โดย นายอุตตม วนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2562/63 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านร
แนวทางพิจารณาแก้ไขเร่งด่วน ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ มันสำปะหลัง ข้าวโพดประธานอนุกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง สั่งลุยทันที!! ตอน หารือหน่วยงานร่วมแก้ปัญหาพื้นฐาน ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตผู้อ่านถึงความเป็นมาของปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำมาหลายปี สร้างความเดือดร้อนของบรรดาพี่น้องที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมไปทุกหย่อมหญ้า ว่ากันอย่างนั้น พลอยทำให้เศรษฐกิจของประเทศแย่ลงตามๆ กัน ตลอดระยะเวลา 5 ปีเศษ ที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ทำให้การเข้าถึงของเกษตรกรไปสู่ผู้แทนนั้น ต้องทิ้งช่วงไปของการขอความช่วยเหลือเป็นตัวแทนความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นได้เพื่อลดบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง เกษตรกรเข้าใจที่พวกเขาขาดที่พึ่งไป ครั้นเมื่อผ่านพ้นการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรไปแล้ว ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลเป็นรูปธรรมขึ้นมานั้น เป็นประชาธิปไตยแล้ว และสิ่งแรกที่รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาเร่งด่วน!! ให้นำไปพิจารณาแก้ไขของปัญหานั้นก็คือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ แม้ว่ารัฐบาลเก่า หรือ คสช.เคยแก้ไขมาบ้าง แต่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ว่างั้นเถอะ การกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่อีกครั้ง ย่อมเข้าใจถึงปัญหาเก่าที่ตกค้างมา ภายหลังได้แบ่งเป็นคณะกรรมาธิการออกมาเป็น 35 คณะ แล้
“วีรศักดิ์”ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก จ.นครสวรรค์ ดูความพร้อมร้านค้าเพื่อพัฒนาเป็น “สมาร์ท โชวห่วย” เตรียมจัดทำแผนพัฒนาโชวห่วยแบบครบวงจรตั้งแต่ขนาดเล็ก-ใหญ่ มั่นใจ!! โชวห่วยเข้มแข็งอยู่คู่สังคมไทยยาวยาว ภาครัฐต้องคลุกวงใน เข้าถึง-เข้าใจทุกรายละเอียดธุรกิจ พร้อมเปิดใจ-จับเข่าคุยรับฟังปัญหา-อุปสรรค-ข้อเสนอแนะ และนำมาปรับปรุงประยุกต์ใช้ให้ตรงความต้องการของแต่ละพื้นที่ นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการพบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก และลงพื้นที่ดูความพร้อมร้านค้าเพื่อพัฒนาเป็น “สมาร์ท โชวห่วย” ใน จ.นครสวรรค์ ว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้ลงพื้นที่เพื่อพบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกไทยให้มีความเข้มแข็ง เนื่องจากธุรกิจโชวห่วยเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการจ้างงานในชุมชน ดังนั้น การพบปะเพื่อรับฟังปัญหา-อุปสรรค-ข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในพื้
สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันฯ บุกกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกันราคา หวั่นแบนพาราควอตทำต้นทุนพุ่ง ไม่คุ้มทุน สมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย และสมาคมเกษตรปลอดภัย เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้องช่วยเหลืออย่างยั่งยืน อย่าเอาภาษีประชาชนมาใช้ พร้อมแจงเหตุต้นทุนการผลิตเพิ่ม และยืนยันต้องการใช้สารพาราควอตในภาคเกษตรกรรมของชาวสวนปาล์ม ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำงานร่วมกัน นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “วันที่ 1 ตุลาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์ จ่ายเงินชดเชยประกันรายได้ราคาปาล์มน้ำมัน กิโลกรัมละ 4 บาท โดยรับเงินส่วนต่างจากราคาประกันและราคาตลาด ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ โดยส่วนตัวแล้ว ไม่อยากให้รัฐนำภาษีประชาชนมาใช้ อยากให้วางแผนช่วยเหลืออย่างยั่งยืน เบื้องต้นมีหลายมาตรการออกมาสนับสนุน เพื่อลดการใช้ภาษีประชาชน คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมในต้นปีหน้า แต่มาตรการดังกล่าว อาจไม่สำเร็จได้ เนื่องจาก ต้นทุนการผลิตกำลังจะเพิ่มขึ้นจากปัญหาการแบนสารเคมี จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการความร่วมมือกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเวทีสัมมนาติดอาวุธและยกระดับสหกรณ์และเกษตรกรโคเนื้อภาคอีสาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์แนะต้องใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ ให้มากขึ้น ชี้ตลาดอาเซียนและจีนมีอนาคต นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) ให้เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ “พัฒนาความพร้อมของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในภาคอีสาน รุกใช้ประโยชน์จาก เอฟทีเอ มากขึ้น สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ ไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียนและจีน เป็นต้น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกจากไทยแล้ว ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันใน เอฟทีเอ พร้อมชี้แนะแนวทางการรับมือโคเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ไทยจะต้องเปิดเสรีในปี 2564 นี้ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์) ลงพื้นที่สหกรณ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ พบมีศักยภาพส่งออกไปตลาดต่างประเทศ แนะใช้โอกาสจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นใบเบิกทางส่งสินค้าโคเนื้อออกไปขาย หลังคู่ค้าลดภาษีนำเข้าให้ไทย ชี้ตลาดอาเซียน จีน มีโอกาสสูง นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พบปะเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ในวันที่ 23 กันยายน 2562 จังหวัดมุกดาหาร ว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล) มอบหมายให้ตนนำคณะผู้แทนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเตรียมสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรของไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ ขยายตลาดสินค้าศักยภาพของสหกรณ์ออกสู่ต่างประเทศ ซึ่งพบว่า สินค้าโคเนื้อของสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด เป็นสินค้าที่มีศักยภาพและมีการส่งออกไปต่างประเทศบ้างแล้ว แต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ลา
บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด(มหาชน) (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมลงนามความร่วมมือการบริหารจัดการด้านการตลาดผลไม้ปีการผลิต 2562 กับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ที่ 3 จากขวา) เป็นประธานและสักขีพยาน, นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน (ซ้ายสุด) เป็นผู้ลงนาม เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการตลาดให้แก่เกษตรกร โดยการรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรชาวสวนผลไม้ กว่า 4,800 ตัน จำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ช่วยแก้ปัญหาภาวะสินค้าฤดูกาลล้นตลาดอย่างยั่งยืน ณ ห้องฉลาดลบเลอสรรค์ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้
กรมการค้าภายในได้จัดทำ “ปฏิทินฤดูกาลสินค้าเกษตร” เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนให้แก่เกษตรกรผู้ประกอบการ ส่วนราชการ และผู้สนใจ ได้นำไปใช้ในการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการผลิตการเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการค้นปัจจัยการผลิตเงินทุนการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการสินค้าเกษตรมีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาล่วงหน้า ทันต่อเหตุการณ์ โดยข้อมูลประกอบด้วย ช่วงฤดูกาลผลิต แหล่งผลิตสำคัญ ปริมาณผลผลิต ความต้องการใช้ การนำเข้า การส่งออก ราคาสินค้ากราฟแสดงความคลื่อนไหวของผลผลิตและราดโครงสร้างสินค้และมาตรการในการดูแลของภาครัฐ กรมการค้าภายใน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า “ปฏิทินฤดูกาลสินค้าเกษตร ปี 2562” ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้ข้อมูล โดยผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทาง ww.ditgo.t (คลังความรู้/E-book) สามารถแสดงความคิดเห็น หรือ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมได้ทาง wwwditgo.th (บริการ/กระดานข่าว) หรือกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมการค้าภายใน โทร 0-2547-5616-7
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและกลุ่มสหกรณ์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่19-20 กันยายน 2562 เพื่อผลักดันนโยบายให้สหกรณ์และเกษตรกรใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) สร้างแต้มต่อในการส่งออกสินค้าเกษตรในพื้นที่ โดยเฉพาะผลไม้ เช่น เงาะ กล้วยหอม และกุ้ง ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันไปตลาดต่างประเทศ เช่น อาเซียน จีน และญี่ปุ่น ซึ่งไม่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ที่ส่งออกจากไทยแล้วภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในเอฟทีเอ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ขานรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการหาตลาดและกระจายสินค้าในภูมิภาคของไทยไปต่างประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ ช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและแน่นอนให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินโครงการ “พัฒนาความพร้อมทางการค้าของสหกรณ์ไทยสู่การค้าเสรี” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคของไทยสู่สากล โดยในวันที่ 19 กันยายน 2562 ช่วงเช้า
