กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร (ด้านการผลิต) เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการฯ ได้กำหนดแผนการผลิตข้าว ปีการผลิต 2562/63 ตามความต้องการใช้ข้าว พื้นที่ 72.80 ล้านไร่ ผลผลิต 34.62 ล้านตันข้าวเปลือก แบ่งเป็น การผลิตในรอบที่ 1 พื้นที่ 59.99 ล้านไร่ ผลผลิต 25.47 ล้านตันข้าวเปลือก และรอบที่ 2 พื้นที่ 13.81 ล้านไร่ ผลผลิต 9.15 ล้านตันข้าวเปลือก นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีมติเห็นชอบการกำหนดพื้นที่เป้าหมายส่งเสริมการปลูกข้าว ปี 2562/63 รอบที่ 1 พื้นที่ 58.99 ล้านไร่ แยกเป็น ข้าวหอมมะลิ 23.03 ล้านไร่ ข้าวหอมจังหวัด 3.47 ล้านไร่ ข้าวหอมไทย 1.65 ล้านไร่ ข้าวเจ้า 14.01 ล้านไร่ (ข้าวเจ้าพื้นแข็ง 13.86 ล้านไร่ และข้าวเจ้าพื้นนุ่ม 0.15 ล้านไร่) ข้าวเหนียว 16.17 ล้านไร่ และข้าวตลาดเฉพาะ 0.25 ล้านไร่ โดยได้มอบหมายกรมการข้าวนำเสนอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกประกาศให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้ ทั้งนี้ การพิจารณาดังกล่าว ได้มีการวางแผนให
กรมหม่อนไหม เดินหน้าสานต่อโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมต่อยอดการตลาดสร้างแบรนด์สินค้า “รักษ์ไหม” ยกระดับมาตรฐานเส้นไหมไทย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-การแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม กรมหม่อนไหม มุ่งพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าอัตลักษณ์ของ 84 หมู่บ้าน ภายใต้โครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่ 21 จังหวัด พร้อมผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดภูมิปัญญาด้านหม่อนไหมของเกษตรกรไปสู่เยาวชนในสถานศึกษา นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมหม่อนไหม ดำเนินโครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติฯ มาตั้งแต่ ปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริและสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ไหมไทยพื้นบ้านคงอยู่อย่างยั่งยืน มุ่งพัฒนาการเลี้ยงไหมพันธุ์ไหมพื้นบ้านของเกษตรกรรายย่อยให้มีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านที่มีคุณภาพมาตรฐาน สำหรับการนำไปผลิตผ้าไหมไทยภายใต้เครื่องหมายนกยูงพระราชทานสี
บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเป็นผู้นำนวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดตัวโครงการ “Zero Burn เกษตรปลอดการเผา” ส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรปลอดภัยไร้ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และสร้างรายได้เพิ่มจากการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตทางอากาศที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินมาตรฐาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาคือการเผาในที่โล่ง บริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในภาคของการเกษตร จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วยกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเ
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายการปฏิรูปประกันภัยการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีโครงการภาครัฐที่ดำเนินการในสินค้าเกษตรเศรษฐกิจต่างๆ เช่น ประกันภัยข้าวนาปี ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้ ยังมีประกันภัยที่ดำเนินการโดยบริษัทประกันภัยและเกษตรกรโดยตรง เช่น ทุเรียน รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เริ่มมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการประกันภัยสินค้าชนิดอื่นๆ เช่น โคนม มันสำปะหลัง เป็นต้น สศก. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสินค้าประมง จึงได้ศึกษาถึงแนวทางการประกันภัยด้านสินค้าประมง โดยผลการประชุมหารือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า การประกันภัยบ่อกุ้ง เป็นที่น่าสนใจ มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการด้านประกันภัยให้แก่เกษตรกร ซึ่งจากการลงพื้นที่ 6 จังหวัด (จันทบุรี สุราษฎร์ธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร นครปฐม และสุพรรณบุรี) เพื่อศึกษาสถานการณ์การผลิตและการประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้ง
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ขึ้นเวทีมวย THAI FIGHT เมืองคอน พร้อมสนับสนุนกรมประมง ร่วมประชาสัมพันธ์ ปลากัดไทยในฐานะสัตว์น้ำประจำชาติ นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมงาน มวย THAI FIGHT เมืองคอน ณ เซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดนครศรีธรรมราช นายกฤษ กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรี ประกาศให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาตินั้น เป็นเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช เห็นความสำคัญของปลากัดไทย ทั้งในแง่วัฒนธรรม และสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ที่มีการส่งออกเป็นปลาสวยงาม จึงเสนอคณะรัฐมนตรีและสนับสนุนกรมประมง ดำเนินการผลักดัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์ประจำชาติ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพราะปลากัดเป็นสัตว์น้ำสายพันธุ์ไทยแท้ ที่อยู่ในประวัติศาสตร์วัฒนธรรมคู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญใน 2 ด้าน คือ ด้านวัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง มีทั้งรายได้และความภาคภูมิใจในอาชีพ นอกจากนั้น ปลากัดไทยยังเป็นสัตว์น้ำนักสู้ เหมือนกับคนไทย นักมวยไทยที่มีเลื
วันมะม่วงแปดริ้ว : นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน วันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว ครั้งที่ 49 ปี 2562 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนมะม่วงในการจำหน่ายและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลผลิตมะม่วง พืชผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูป และของดีเมืองแปดริ้ว ให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนให้ผู้ผลิตได้จำหน่ายสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง อีกทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับ จ.ฉะเชิงเทรา
