กระเทียม
หลังจากเกี่ยวข้าวนาปี ชาวบ้านชำบุ่น ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ทำนาได้ปีละหน ยังพอมีน้ำที่ขุดบ่อ ขุดสระ และพอมีอยู่ในท้องลำห้วย รวมกลุ่มกันเพาะปลูก “กระเทียม” ปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช่ว่าปลูกปล่อยตามมีตามเกิด แต่เป็นการปลูกแบบภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง กระเทียมชำบุ่น มีชื่อเสียงมานานปีแล้ว ถึงคุณภาพความเผ็ด ฉุนหอม แกร่ง เก็บไว้กินได้นาน เป็นที่สนใจของคนทั่วไป เพราะปัญหาใหญ่ของผู้บริโภคกระเทียมคือ ผิดหวังที่ไม่อาจจะหากระเทียมที่เก็บไว้ได้นานๆ ทำให้จำเป็นต้องซื้อกระเทียมไว้กินทีละเล็กทีละน้อย หมดแล้วค่อยซื้อใหม่ ซึ่งการซื้อกระเทียมแบบย่อยๆ จะแพงมาก ยิ่งช่วงที่ห่างจากฤดูกาลให้ผลผลิตคือ พฤษภาคมไปจนถึงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาล และช่วงเวลาที่ต้องประกอบอาหารการกินมาก กระเทียมระยะนั้นจะแพงมาก กระเทียมชำบุ่น หัวกระเทียมเล็ก แกร่ง ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เก็บไว้กินได้นานมากเกิน 6 เดือน ถือว่าคุ้มค่าที่ซื้อเก็บไว้ใช้ได้นาน ดีกว่าซื้อกระเทียมย่อย จะใช้ประกอบอาหารที ต้องซื้อที เพราะกระเทียมที่ซื้อมาฝ่อเร็วมาก ถ้าซื้อมามากก็ได้ใช้ครึ่งทิ้งครึ่ง ภูมิปัญญาการปลูกกระเทียมของช
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากค้าภายในจังหวัด และกรมศุลกากร ออกสุ่มตรวจแหล่งจำหน่ายกระเทียมขนาดใหญ่ ในบริเวณตลาดไท รังสิต เพื่อควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่ต้องขออนุญาตขนย้ายกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศที่มีปริมาณตั้งแต่ 400 กิโลกรัมขึ้นไป รวมทั้งผู้นำเข้า และผู้ครอบครอง ตั้งแต่ 2,000 ตันขึ้นไป จะต้องแจ้งปริมาณ ชนิด ขนาด สถานที่จัดเก็บ ปริมาณการจำหน่าย และปริมาณคงเหลือ ต้องขออนุญาตในการขนย้าย และการครอบครอง ในพื้นที่จังหวัด 52 จังหวัด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปริมาณ และการจำหน่ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตกระเทียม รวมไปถึงหอมหัวใหญ่ และหอมแดงของภาคเหนือ กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมากตั้งแต่เดือนมี.ค.-พ.ค.นี้ ประกอบกับผลผลิตของต่างประเทศก็ออกสู่ตลาดมากเช่นกัน เพื่อป้องกันผลผลิตจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายแข่งขันกับผลผลิตภายในประเทศ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้ค้ากระเทียม อย่างน้อย 5 ราย ที่ไม่แจ้งปริมาณการครอบครอง และไม่มีบัญชีการซื้อ และขาย ท
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังนำเจ้าหน้าที่ค้าภายในจังหวัด และกรมศุลกากร ออกสุ่มตรวจแหล่งจำหน่ายกระเทียมขนาดใหญ่ ในบริเวณตลาดไท รังสิต เพื่อควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พบว่า มีผู้ค้ากระเทียมไม่น้อยกว่า 5 ราย ไม่แจ้งปริมาณการครอบครอง และไม่มีบัญชีการซื้อและขาย ซึ่งต้องทำเป็นรายวัน จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยโทษหากไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และจัดทำบัญชีคุม จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกิน วันละ 2,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการไม่แจ้งการขออนุญาตขนย้ายโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ได้ร่วมกับกรมศุลกากร ตั้งด่านตรวจสอบการลักลอบนำเข้ากระเทียม หอมหัวใหญ่ และหอมแดง อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามช่วยให้เกษตรกรในประเทศจำหน่ายได้ในราคาเหมาะสม ทั้งนี้ ได้จัดชุดสายตรวจเพื่อตรวจสอบในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เน้นหนักภาคเหนือและภาคกลาง และในวันที่ 9 มีนาคมนี้ นายสนธิรัตน สนธิจิรวงค์ รัฐมน
กษ. พร้อมเปิดตลาดสินค้ากระเทียม เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ หัวพันธุ์มันฝรั่ง และหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ภายใต้ WTO ปี 61-63 สศก.เตรียมนำเข้า เสนอ ครม. เร็วๆนี้ แนะ เกษตรกรรวมกลุ่มกันหรือร่วมกับสหกรณ์ ชะลอการจำหน่ายผลผลิตช่วงออกผลผลิตตลาดมาก จะช่วยลดปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำได้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ มีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้ากระเทียม เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ หัวพันธุ์มันฝรั่ง และหัวมันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป ภายใต้ความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2561-2563 ตามที่คณะอนุกรรมการจัดการการผลิตและการตลาดกระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง เสนอ สำหรับสินค้ากระเทียม กำหนดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้มีสิทธิ์นำเข้าในโควตาแต่เพียงผู้เดียว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อราคากระเทียมในประเทศรวมทั้งรายได้ของเกษตรกร ส่วนสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่และหอมหัวใหญ่ จะใช้ขบวนการสหกรณ์ในการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดอย่างครบวงจร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาหอมหัวใหญ่ในประเทศ ตั้ง
จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าอินทรีย์ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ คำว่า อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดกันอย่างแพร่หลาย สำหรับบ้านเรามีสินค้าที่เรียกตัวเองว่าเป็นอินทรีย์มากมายจนผู้บริโภคสับสน จึงมีคำถามตามมาว่า…อินทรีย์ หรือ ออร์แกนิก (Organic) ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร? แล้วใช้อะไรเป็นตัวตัดสิน? เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจหรือเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติการผลิตสินค้าเกษตรของแต่ละแห่งทั่วโลกมีความต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งสภาพพื้นที่ ปัจจัยการผลิตหรือแม้วิธีและกระบวนการ ฉะนั้น คงไม่ง่ายหากสินค้าทางการเกษตรจากสถานที่แห่งหนึ่งของประเทศหนึ่งจะเป็นที่ยอมรับจากอีกประเทศที่ตั้งอยู่คนละทวีปของโลก แต่สำหรับสินค้าทางการเกษตรของ “ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน วิสาหกิจชุมชนตำบลละทาย” จังหวัดศรีสะเกษ นำพืชผลทางการเกษตรในกลุ่มสมุนไพร อย่าง หอมแดง กระเทียม ที่เป็นพืชท้องถิ่นชื่อดังของจังหวัด รวมถึงพืชสมุนไพรสำคัญ อย่าง ขิง ข่า ตะไคร้ มาสร้างมูลค่าผ่านกระบวนการปลูกแบบอินทรีย์อย่างแท้จริง จนได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่ได้มา
“อย่าได้หาสูตรสำเร็จจากชีวิตคน” นั่นเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย ใครจะไปรู้ว่า หนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง ต้องยอมลาออกจากมหาวิทยาลัย หลังจากคุณพ่อเสียชีวิต เพื่อให้พี่ๆ น้องๆ ได้เรียนต่อ ตัวเองออกมาช่วยงานคุณแม่ หากแต่ผ่านไปเกือบ 30 ปี ชายหนุ่มผู้นี้กลับเป็นกำลังหลักของธุรกิจครอบครัว นำพาธุรกิจเติบโต ไปขนาดที่ว่า สามารถเรียกน้องๆ อีก 3 คนที่เรียนจบปริญญา กลับมาช่วยงานที่บ้าน ธุรกิจที่กำลังพูดถึงในที่นี้คือ การส่งกระเทียมแกะเปลือก พริกสดพร้อมใช้งาน กระเทียมเจียว เข้าสู่ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศ ทั้งสุกี้เจ้าดังเอ็มเค ธุรกิจอาหารขนาดใหญ่ ร้านราเมนหลายสาขา และร้านปิ้งย่าง ด้วยการเริ่มต้น จากห้องแถวเล็กๆ ที่ปากคลองตลาด จนกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ พนักงานประจำ และไม่ประจำ เกือบ 200 คน ใช้ ขายกระเทียมสดต่อวันได้ราว 5,000 กิโลกรัม หรือ 150 ตัน ต่อเดือน!! คุณฉัตรชัย วชิระเธียรชัย วัย 45 ปี เล่าให้ฟังว่า เดิมกิจการค้าของครอบครัวคือ ขายพริกคั่ว พริกป่น พริกดอง เป็นกิจการเล็กๆ และเมื่อตอนที่ตนเองอายุ 18 ปี กำลังเรียนระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คุณพ่อเสียชีวิต ในขณะที่
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุ กระเทียมช่วงไตรมาส 1 ราคาดี เฉลี่ย 27 บาท/กิโลกรัม เนื่องจากได้คุณภาพและมาตรการของศุลกากร ด้านหอมแดง พริกขี้หนูสวน และถั่วเขียว ราคาลดลง เนื่องจากผลผลิตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาที่เกษตรกรขายได้ยังคงสูงกว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกร นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์กระเทียม หอมแดง พริกขี้หนูสวน และถั่วเขียว พบว่า กระเทียม ราคาที่เกษตรกรขายได้ ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 (มกราคม – มีนาคม) เฉลี่ยอยู่ที่ 27 บาท/กิโลกรัม เมื่อเปรียบกับไตรมาส 1 ปี 2559 เฉลี่ยอยู่ที่ 14 บาท/กิโลกรัม เพิ่มขึ้นร้อยละ 89 เนื่องจากกระเทียมมีคุณภาพและมาตรการเข้มงวดด้านศุลกากร ทั้งนี้ ผลผลิตกระเทียมจะเก็บเกี่ยวหมดภายในเดือนเมษายนนี้ โดยคาดว่าราคาจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หอมแดง ราคาที่เกษตรกรขายได้ ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 (มกราคม – มีนาคม) เฉลี่ยอยู่ที่ 20 บาท/กิโลกรัม เมื่อเปรียบกับไตรมาส 1 ปี 2559 เฉลี่ยอยู่ที่ 25 บาท/กิโลกรัม ลดลงร้อยละ 20 เนื่องจากผลผลิตเพิ่มขึ้น และเป็นช่วงที่ออกสู่ตลาดมากที่สุด ซึ่งราคายังสูงกว่าต้นทุนการผ
อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ จัดงานพญาปาด เทศกาลหอม กระเทียมและของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2560 กำหนดให้มีพิธีเปิดยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า การประกวดแข่งขัน มหรสพต่างๆ มากมาย นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอน้ำปาด เปิดเผยว่า อำเภอน้ำปาดได้กำหนดจัดงาน “พญาปาดเทศกาลหอม กระเทียม และของดีอำเภอน้ำปาด”ประจำปี 2560 ในระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2560 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำปาด สนามโรงเรียนไกรลาศวิทยาคม รวมทั้งถนนเพชรานุรักษ์ตลอดสาย ในงานนี้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆมากมายประกอบด้วย พิธีเปิดงานแสงสีเสียง รวมพลังสตรีน้ำปาดเต้นระบำบาสโลบ ขบวนแห่วัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่อลังการ ศิลปะการแสดงของพื้นถิ่น การออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีอำเภอน้ำปาด ตลาดถนนคนเดินจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน ย่างเลาะเซาะกิน การออกร้านแสดงนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวน้ำปาดจากชุมชนตำบลต่างๆ การประกวดหอมแดง กระเทียม และสับปะรด ผลผลิตเลื่องชื่อของน้ำปาด ในงานนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ตลาดสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย GAP.กระเทียม สับปะรด GI. วันที่ 16-18 มีนาคม 2560
“กระเทียม” เครื่องเทศสมุนไพรคู่ครัวไทยที่มักจะมีติดบ้านไว้สำหรับประกอบอาหารอยู่เสมอ ทั้งนำมาเจียวไว้โรยหน้าอาหาร ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำพริกและอาหารหลากชนิด หรือรับประทานสดๆ เป็นเครื่องเคียงในเมนูอาหาร ปัจจุบันการบริโภค “กระเทียม” มีความตื่นตัวมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารหลากหลายเมนูแล้ว ยังเชื่อว่าดีต่อสุขภาพ สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหวัด ได้จริงหรือไม่?? เรามาฟังคำตอบจากนักโภชนาการกัน ผศ.ดร.เอกราช เกตวัลห์ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “กระเทียมเป็นสมุนไพรไทยที่มากด้วยสรรพคุณ มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่จะบอกว่ากินกระเทียมแล้วสามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ คงไม่ถูกต้องนัก ควรเรียกว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเหล่านี้จะเหมาะสมกว่า” จากงานวิจัยพบว่ากระเทียมมีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารสำคัญ ได้แก่ เคอร์ซิทิน (quercetin) ในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการอักเสบ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และสารอัลลิซิน (allicin) ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ระดับไขมันในเลือดลดลงได้ส่วนหนึ่ง ลดความเสี่ยงในก
จากข้อมูลในอภัยภูเบศรสาร ปีที่ 12 ฉบับที่ 151 โดย ภก. ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ ให้ข้อมูลการลดไขมันเลือดด้วยกระเทียม ไว้ โดยระบุเป็นข้อเขียน ดังนี้ “อย่ารับประทานของทอด ของมัน เดี๋ยวคอเลสเตอรอลขึ้น” ข้าพเจ้าคิดว่า ท่านผู้อ่านทุกท่านเคยได้ฟังมาทุกคน แต่ในทางปฏิบัตินั้นยากเหลือเกินที่จะหลีกเลี่ยงมื้ออาหารลักษณะนี้ มีรายงานจากองค์การอนามัยโลก ว่า หากลดระดับคอเลสเตอรอลลง 10% สามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ถึง 50% นอกจากนั้น จากการสำรวจพบอีกว่า กลุ่มประเทศที่ประชากรมีรายได้ต่ำ ซึ่งสาเหตุหลัก คือ อาหารที่มีคอเลสเตอรอลมากเกินไปและอาหารจำพวกไขมัน ส่วนสาเหตุอื่นๆ ก็อาจมาจากยาบางชนิด โรคบางชนิด กรรมพันธุ์ของผู้ป่วยก็เป็นไปได้เช่นกัน โดยปกติแล้วระยะต้นของการมีคอเลสเตอรอลสูง ผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อระดับคอเลสเตอรอลสูงไปเป็นระยะเวลานาน จะทำให้เกิดการสะสมและอุดตันของไขมันตามหลอดเลือดต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือเส้นเลือดในสมองตีบได้ การรักษา ปัจจุบันก็จะให้ผู้ป่วยควบคุมอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ออกกำลังกาย ซึ่งหากผู้ป่วยมีระดับไขมันในเลือดสูง ก็อาจจะต้องใช้ยาลดไขมันร่วมด้วย
