กระเทียม
ใครบ้างที่ไม่รู้จักกระเทียม มีบางคนรู้จักกระเทียมเพียงแค่ในส่วนที่ถูกนำมาใช้ทำอาหารเท่านั้น หรือบางคนรู้จักกระเทียมมากกว่านั้น คือ รู้ว่ากระเทียมสามารถนำไปใช้เป็นยารักษาโรคได้ด้วย ขณะเดียวกันบางคนกลับรู้จักกระเทียมในแง่ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เพราะเวลากินกระเทียมหรือกินอาหารที่ใส่กระเทียมทีไร ทำให้เพื่อนพ้องเมินหน้าหนีกันเป็นแถวๆ กับกลิ่นเหม็นติดปากของเจ้ากระเทียมนี่เอง เนื่องจากกระเทียมเป็นพืชสมุนไพร ที่ปัจจุบันทั้งวงการแพทย์และสาธารณสุขตลอดจนประชาชนผู้บริโภคทั่วไปได้ให้ความสนใจ หันมาศึกษาวิจัย ค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับกระเทียมกันอย่างมาก และหากท่านได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระเทียม ท่านจะต้องทึ่งในสรรพคุณของมันแน่นอน มารู้จักกระเทียมกัน กระเทียม มีชื่อท้องถิ่นที่เรียกขานกันในแต่ละภูมิภาค กระเทียม (ภาคกลาง) หอมขาว (ภาคเหนือ) หอมเตียน ผักเทียม (ภาคอีสาน) หัวเทียม เทียม (ภาคใต้) กระเทียมเป็นพืชตระกูลเดียวกับหัวหอม (หอมแดง) ลำต้นมีลักษณะเป็นหัวอยู่ใต้ดิน หัวมีลักษณะเป็นกลีบเล็กๆ เกาะติดกันคล้ายกลีบส้ม เป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำได้ดี และชอบอากาศเย็น แหล่งปลูกกระเทียมใ
อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดจัดงานพญาปาด เทศกาลหอม กระเทียมและของดีอำเภอน้ำปาด ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2560 กำหนดให้มีกิจกรรมออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า การประกวดแข่งขัน มหรสพต่างๆ มากมาย “นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช” เกษตรอำเภอน้ำปาด เปิดเผยว่า อำเภอน้ำปาดได้กำหนดจัดงาน “พญาปาดเทศกาลหอม กระเทียม และของดีอำเภอน้ำปาด”ประจำปี 2560 ในระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม 2560 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำปาด รวมทั้งถนนเพชรานุรักษ์ตลอดสาย ในงานนี้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆมากมายประกอบด้วย ขบวนแห่วัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่อลังการ ศิลปะการแสดงของพื้นถิ่น การออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีอำเภอน้ำปาด ตลาดถนนคนเดินจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน การออกร้านแสดงนวัตกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวน้ำปาดจากชุมชนตำบลต่างๆ การแข่งขันตำส้มตำรสเด็ดลีลาโดนใจ การประกวดหอมแดง กระเทียม และสับปะรด ผลผลิตเลื่องชื่อของน้ำปาด ในงานนี้สิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ การประมูล “หำกระเทียม” ในการประกวดหอมแดง กระเทียม และสับปะรดครั้งนี้ เกษตรอำเภอน้ำปาด เปิดเผยเพิ่มเติมรายละเอียดว่า มีการประกวดในวันที่ 16 มีนาคม 2560 โดยรับสมัครตั้งแ
วันที่ 18 มกราคม 2560 นายประสงค์ สะสมวัฒนากุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปัญหากระเทียมราคาแพงที่เกิดขึ้นในจังหวัดพะเยาขณะนี้ ตนมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีความจำเป็นจะต้องใช้กระเทียมพื้นเมืองมาทำกระเทียมเจียวจำนวนมาก จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มาก่อน พบว่ากระเทียมพื้นเมืองใน อ.ปาย มีขนาดหัวใหญ่และราคาถูกกว่า ดังนั้นจึงคิดจะปรับวิธีนำกระเทียมพื้นเมืองจากนอกพื้นที่มาทำเป็นวัตถุดิบทำกระเทียมเจียวใช้ทดแทนระหว่างที่เกิดปัญหากระเทียมในพื้นที่ราคาแพง “กว่ากระเทียมใหม่ในพื้นที่ อ.ภูซาง และ อีกหลายพื้นที่ใน จ.พะเยา จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน แต่ผู้บริโภคต้องใช้กระเทียมทุกวัน ทุกครัวเรือน ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องหากระเทียมนอกพื้นที่มาใช้ทดแทนไปก่อน คาดว่าหลังจากที่กระเทียมในพื้นที่เก็บเกี่ยวและมีผลผลิตสู่ตลาดได้แล้ว ราคาจะลดลงตามกลไกของตลาด” นายก อบต.ภูซาง กล่าวและว่า หากมองเรื่องราคาถือว่าเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมเช่นกัน” นายประสงค์ กล่าว
เมื่อวันที่ 11 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพะเยาว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคากระเทียมพื้นเมืองในขณะนี้มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากต้นเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา กก.ละ 130-150 บาท ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กก.ละ 230-250 บาท ส่งผลให้พ่อค้าแหนม แม่ค้าแปรรูปน้ำพริกต่างแบกรับภาระกระเทียมราคาแพงอย่างหนัก ขณะที่เกษตรกรทำนาในพื้นที่ อ.ภูซาง อ.เชียงคำ หันมาใช้พื้นที่ทำนาปลูกกระเทียมกันมากขึ้น นายสรรเพชญ บุญเรือง เจ้าของแหมหูหมูชื่อดังของเมืองพะเยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสบปัญหาราคาวัตถุดิบในการทำแหนมที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกระเทียมพื้นเมืองที่ใช้เป็นส่วนผสมของแหนม จากราคา กก.ละ 100 บาท สูงขึ้นมาต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ราคาขายปลีก กก.ละ 250 บาท จากวันที่ผ่านมาหนึ่งวัน ราคาขึ้น กก.ละ 20 บาท จะเห็นได้ว่าราคากระเทียมปรับตัวขึ้นเป็นรายวัน นอกจากนี้ ยังมีพริกขี้หนูที่ใช้เคียงแหนม กก.ละ 150 บาท ตนต้องใช้กระเทียมทำแหนมเฉลี่ยวันละ 3-4 กก. ถือได้ว่าราคาสูงกว่าเนื้อหมูและหูหมูอย่างมาก “คาดว่าจะยื้อใช้กระเทียมพื้นเมืองไปจนกว่ารอถึงฤดูกาลใหม่ที่กระเทียมจะออกมาในฤดูกาลหน้าอีก
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กองทุน FTA หรือโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง หอมหัวใหญ่ และกระเทียม ในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ จนสามารถปรับตัว พัฒนาการเพาะปลูกและพัฒนาการผลิตจนสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากการที่มีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา หลังจากที่ไทยมีการเปิดเสรีทางการค้า ( FTA) และมีการลดภาษีนำเข้า นางดวงพร กล่าวว่า การช่วยเหลือของกองทุนคือการพัฒนาหัวพันธุ์ปลอดโรค เกิดหอมแดงพันธุ์บ้านโฮ่ง และหัวพันธุ์หอมหัวใหญ่และกระเทียมที่มีคุณภาพดี ช่วยลดต้นทุนด้านหัวพันธุ์ที่จะใช้ในการเพาะปลูก เพราะหัวพันธุ์มีความคงทนต่อโรคพืช ทำให้การเพาะปลูกมีผลผลิตเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่จากเดิม 3 ตัน เป็น 5 ตันต่อไร่ นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมให้นำนวัตกรรมมาใช้ในการแปรรูปเพื่อพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ๆด้วย โดยพัฒนาหอมหัวใหญ่เป็นหอมผงใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป แปรรูปกระเทียมด้วยความร้อนจนเนื้อกระเ
